1.กองทุนมีนโยบายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกสิ้นวันทำการ โดยมีนโยบายการลงทุนเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
1.มีการลงทุนเฉพาะในทรัพย์สินดังนี้
1.1. เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก แต่ไม่รวมถึงเงินฝากอิสลาม
1.2. ตราสารหนี้ที่มีกำหนดวันชำระหนี้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน ทั้งนี้ ตราสารหนี้ดังกล่าวต้องไม่เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ หรือตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะด้อยสิทธิในทำนองเดียวกับหุ้นกู้ด้อยสิทธิ
1.3. หน่วยลงทุนของ MMF อื่น
1.4. reverse repo
1.5. securities lending โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารหนี้
1.6. derivatives เฉพาะเพื่อการลดความเสี่ยง
1.7. ทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับ 1.2 – 1.6 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติมโดยอาศัยอำนาจของประกาศ
2.ทรัพย์สินทั้งหมดที่ MMF ลงทุนตาม 1. ต้องมี portfolio duration ในขณะใด ๆ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 92 วัน
3.กรณีเป็นการลงทุนใน (1) ตราสารหนี้ (ไม่รวมตราสารภาครัฐไทย) (2) เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก (ไม่รวมกรณีที่ผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นธนาคารออมสินซึ่งรัฐบาลเป็นประกันเงินฝากหรือตราสารนั้น) (3) reverse repo (4) securities lending หรือ (5) derivatives ต้องมี credit rating อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่กรณี ดังนี้
3.1 มี credit rating อยู่ใน 2 อันดับแรกที่ได้มาจากการจัด credit rating ระยะสั้น
3.2 มี credit rating อยู่ใน 3 อันดับแรกที่ได้มาจากการจัด credit rating ระยะยาว
3.3 มี credit rating ที่เทียบเคียงได้กับ 2 อันดับแรกของการจัด credit rating ระยะสั้นตามที่ CRAได้เปรียบเทียบไว้
4.มีการลงทุนในทรัพย์สินหรือถือครองทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูงดังต่อไปนี้ ในขณะใด ๆ รวมกัน มากกว่าหรือเท่ากับ 10% ของ NAV
4.1 เงินสดสกุลเงินบาท
4.2 เงินฝากสกุลเงินบาทใน ธพ. หรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น แต่ไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำหรือเงินฝากเพื่อการดำเนินงานของ MMF
4.3 ตั๋วเงินคลังที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ
4.4 พันธบัตร ธปท. ประเภทอายุไม่เกิน 1 ปี
5.ในกรณีที่ MMF มีการลงทุนซึ่งมีความเสี่ยงเกี่ยวกับต่างประเทศ มูลค่าการลงทุนดังกล่าวรวมกันต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50% ของ NAV และ บลจ. ต้องมีมาตรการป้องกัน currency risk เต็มจำนวนตลอดเวลาที่มีการลงทุนดังกล่าว โดยการเข้าเป็นคู่สัญญาใน derivatives ที่มี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
6.กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์และหรือทรัพย์สินอันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้และหรือเงินฝาก หรือตราสารทางการเงินอื่น ๆ ที่มีกำหนดชำระเมื่อทวงถาม หรือจะครบกำหนดชำระคืนหรือมีอายุสัญญาไม่เกินสามร้อยเก้าสิบเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ลงทุนในทรัพย์สินหรือเข้าทำสัญญาเหล่านั้น โดยหากมีการลงทุนในหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ที่เสนอขายในต่างประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนภายใต้หลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ กองทุนอาจจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความเสี่ยง (Hedging) แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non investment grade) หรือไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
7.ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ที่แตกต่างจากประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีดังนี้
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) เฉพาะในส่วนดังต่อไปนี้เท่านั้น
1.ประเภทของตราสาร ได้แก่
1.1 ตราสารหนี้
1.1.1 พันธบัตร
1.1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.1.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange หรือ B/E)
1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N)
1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1.1 - 1.1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม
8.อัตราส่วนการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ได้แก่
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% ของแต่ละกองทุนรวมส่วนที่ 3 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศทุกกองทุนรวมกันไม่เกิน 20%