ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เจแปนนีส ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
22.4305
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
297 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
+4.10%
1 สัปดาห์
+1.49%
1 เดือน
-1.07%
3 เดือน
+10.51%
6 เดือน
+19.50%
1 ปี
+37.59%
5 ปี
-
สูงสุด
+41.56%
+37.59%(+6.128)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
ในส่วนของการลงทุนในประเทศกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนสามารถมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
บริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และจะลงทุนในสกุลเงินเยนเป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเป็นประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักที่กองทุนนำไปลงทุนในภายหลังก็ได้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายหน่วยลงทุนในหลายชนิด (classes) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละชนิดของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class Z อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทชนิดของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในโครงการ นี้โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก)
(2.1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น โดยไม่ชักช้า
(2.2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น โดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(2.3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุนซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันนับจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และ/หรือในช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนทำการสั่งซื้อหรือขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมาก จนทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่มีการสั่งซื้อหรือขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนในลักษณะดังกล่าว
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ที่แตกต่างจากประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีดังนี้
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) เฉพาะในส่วนดังต่อไปนี้เท่านั้น
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเฉพาะตราสารทุนต่างประเทศเท่านั้น
ทั้งนี้ กองทุนลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ในประเทศและต่างประเทศได้
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives เฉพาะในส่วนดังต่อไปนี้
ประเภท underlying โดย derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ จะจำกัดเฉพาะ underlying ประเภทอัตราแลกเปลี่ยนเงินเท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนทำธุรกรรมประเภท derivatives ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ประเภททรัพย์สินอัตราส่วน (% ของ NAV) 1
หน่วย CIS ในประเทศไม่เกิน 10% ของแต่ละกองทุนรวมส่วนที่ 3 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ประเภททรัพย์สินอัตราส่วน (% ของ NAV) 1
หน่วย CIS ในประเทศทุกกองทุนรวมกันไม่เกิน 20%วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว ขณะเดียวกันมุ่งส่งเสริมให้มีการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยการนําปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุของกองทุน :
กองทุนมีเป้าหมายในการผลักดันและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้มีการคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) รวมถึงช่วยสนับสนุนให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals หรือ THE 17 GOALS | Sustainable Development
กรอบการลงทุน :
กองทุนเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน และมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์แบบ ESG Integration และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Screening (Negative Screening และ/หรือ Norm-Based Screening) ของกองทุน
กลยุทธ์การลงทุน :
กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration ซึ่งเป็นการนำข้อมูลทั้งด้านการเงินและด้านความยั่งยืนของบริษัทมาใช้วิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการลงทุนในธุรกิจที่มีปัจจัยลบด้าน ESG และ/หรือ Norm-Based Screening ซึ่งเป็นการคัดกรองหลักทรัพย์ที่จะเลือกลงทุนหรือไม่เลือกลงทุนตามหลักสากล (International Standard) มาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน
กองทุนหลักที่กองทุนเน้นลงทุนต้องเป็นกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening และ/หรือ Norm-Based Screening ของกองทุน โดยกองทุนหลักดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการ
ขั้นต้นบริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่เป็นกองทุนรวมต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ SFDR หรือภายใต้หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนรวมอื่นใดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหภาพยุโรป (EU) และเป็นกองทุนหลักที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration ที่นำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เข้ามาอยู่ในกระบวนการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Negative Screening ที่ไม่ลงทุนในบริษัทที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในมุมของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ธุรกิจการผลิตอาวุธ (Weapons) ยาสูบ (Tobacco) การพนัน (Gambling) เป็นต้น (โดยบริษัทดังกล่าวมีส่วนแบ่งรายได้จากธุรกิจข้างต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของรายได้ทั้งหมด หรือในสัดส่วนอื่นใดที่บริษัทจัดการเห็นว่ามีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมด) และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนแบบ Norm-Based Screening ที่มีการคัดเลือกและกำหนดขอบเขตของการลงทุนตามหลักสากล เช่น ตามหลักการของ UN Global Compact เป็นต้น
การอ้างดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน :
ดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ MSCI Japan Index (JYP) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดของกองทุนหลัก แม้ว่าดัชนีชี้วัดดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนหลักมีการนําปัจจัยด้าน ESG และมีการผสมผสานแนวทางการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Negative Screening และ Norm-Based Screening เข้ามาใช้ในกระบวนการการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก https://www.msci.com/
หมายเหตุ
MSCI Japan Index ออกแบบมาเพื่อวัดผลการดำเนินงานของกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนจำนวน 203 บริษัท ซึ่งครอบคลุมประมาณ 85% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วย free float ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.msci.com/index-methodology หรือ Index methodology - MSCI
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามกองทุนหลักหากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และ/หรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน :
เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนของกลุ่มอเบอร์ดีน (Sustainable Investment Approach) ทำให้ในชั้นนี้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนหลักอื่นที่ไม่ได้บริหารจัดการโดยกลุ่มอเบอร์ดีนได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากกลุ่มอเบอร์ดีนมีนโยบายเปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่บริหารจัดการโดยบริษัทจัดการอื่นได้ หรือหากบริษัทจัดการไม่ได้อยู่ในกลุ่มอเบอร์ดีนอีกต่อไป บริษัทจัดการอาจดำเนินการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักที่มีแนวทางการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนดไว้ได้
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน :
ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านกรอบการลงทุนทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในบางหลักทรัพย์ได้
แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน :
เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ บริษัทจัดการมีการดำเนินการดังนี้
ในชั้นของกองทุนหลัก ปัจจุบันกลุ่มอเบอร์ดีนได้จัดให้มีหน่วยงานเฉพาะที่มีหน้าที่ในการติดตามกรอบและข้อจำกัดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG/SFDR ของกองทุนหลัก โดยการกำหนดกรอบและข้อจำกัดการลงทุนดังกล่าวไว้ในระบบควบคุมการลงทุน ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนที่ไม่เป็นไปกรอบการลงทุนและข้อจำกัดการลงทุนดังกล่าว หน่วยงานเฉพาะดังกล่าวจะจัดทำและจัดส่งรายงานให้ทีมผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขการลงทุนให้เป็นไปตามกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนของบริษัทจัดการสามารถเข้าถึงรายงานและความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าวได้
จากนโยบายการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนข้างต้น บริษัทจัดการจึงพิจารณาลงทุนในกองทุน abrdn SICAV I – Japanese Sustainable Equity Fund (กองทุนหลัก) โดยมีลักษณะสำคัญ และรายละเอียดของการลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนดังนี้
ลักษณะสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุนหลัก ชื่อ abrdn SICAV I – Japanese Sustainable Equity Fund มีดังนี้
ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศabrdn SICAV I – Japanese Sustainable Equity Fund ชนิดหน่วยลงทุนClass Z Acc JYP ซึ่งไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการจากกองทุนประเภทกองทุนกองทุนเปิด ซึ่งเป็นกองทุนย่อยกองทุนหนึ่งของกองทุน abrdn SICAV I ซึ่งจัดตั้งขึ้นในรูปของบริษัทสกุลเงินเยน (JYP)วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง26 เมษายน 2531ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งลักเซมเบิร์กอายุโครงการไม่กำหนดบริษัทจัดการ (Management Company)abrdn Investments Luxembourg S.A.ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager)abrdn Investments Limited
abrdn Japan Limited (Sub-Investment Manager)ที่ปรึกษาการลงทุน
(Investment Advisor)abrdn Asia Limited ดัชนีชี้วัด (benchmark)MSCI Japan Index (JYP)ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน และ
ผู้ปฏิบัติงานด้านกองทุน (Depository
and Administrator)Citibank Europe plc, Luxembourg Branchผู้สอบบัญชีกองทุนKPMG Luxembourg, Société Coopérativeค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย
ของกองทุนหลักค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน (Investment Management Fee): ร้อยละ 0.00
ค่าธรรมเนียมบริษัทจัดการ (Management Company Charge): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.05 ต่อปี ของ NAV
ค่าธรรมเนียมการปฏิบัติการทั่วไป (General Administration Charge): อัตราคงที่ สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อปี ของ NAVหน่วยงานทางการซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลCommission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF)วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว และส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equities or equities related securities) ของบริษัทซึ่งจดทะเบียนซื้อขาย จัดตั้ง หรือประกอบกิจการในประเทศญี่ปุ่น หรือบริษัทที่มีรายได้หรือกำไรในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญจากการดำเนินงาน หรือมีสัดส่วนที่สำคัญของทรัพย์สินตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตาม Article 8 ของ SFDR ซึ่งเป็นเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนที่ยั่งยืนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ EU ซึ่งอาจกำหนดสัดส่วนการลงทุนขั้นต่ำตามแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investments) ของ SDFR ได้ โดยกองทุนหลักส่งเสริมการลงทุนในผู้ออกตราสาร (issuers) ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (E/S characteristics) อย่างน้อยร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุน (โดยในส่วนดังกล่าว กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 50 ในบริษัทที่เป็นไปตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ผู้ลงทุนสามารถศึกษาแนวทาง Sustainable Investments ได้ภายใต้หัวข้อ ‘กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก’) แต่ไม่ได้กำหนดให้การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นวัตถุประสงค์การลงทุน (sustainable investment objective) ของกองทุนหลัก ตามข้อกำหนดของ Article 9 ของ SFDR
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีความมุ่งมั่นด้าน ESG 2 ประการ โดยมีการกำหนดเป้าหมายในเรื่องดังนี้
หมายเหตุ
การจัดอันดับกองทุนโดย MSCI ESG Fund Ratings มีเป้าหมายให้การเปิดเผยข้อมูลมีความชัดเจนมากขึ้นในระดับกองทุน (fund-level transparency) อันจะช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจ ESG characteristics ของกองทุนได้ดีขึ้น และคัดกรองกองทุนตามหมวดหมู่ความเสี่ยงด้าน ESG ที่หลากหลาย การจัดอันดับกองทุนนี้แสดงผลในรูปแบบตัวอักษรโดยแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ตั้งแต่ระดับ CCC จนถึง AAA โดย CCC จะเป็นระดับที่ต่ำที่สุด และ AAA จะเป็นระดับที่สูงสุด กองทุนที่ได้รับการจัดอันดับในระดับสูงจะมีการถือครองตราสารที่ผู้ออก (issuer) มีการจัดการกับความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญในระดับชั้นนำ กองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับ AAA หรือ AA จะได้รับการประเมินเป็น Leaders ในขณะที่กองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับ B หรือ CCC จะได้รับการประเมินเป็น Laggards ส่วนกองทุนที่ได้รับ ESG Rating ในระดับอื่น ๆ จะได้รับการประเมินเป็น Average ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MSCI ESG Fund Ratings ได้ที่ https://www.msci.com/esg-and-climate-methodologies หรือ ESG Ratings Methodology - MSCI
กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equities or equities related securities) ของผู้ออกตราสาร (issuers) ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม (E/S characteristics)1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุน โดยในส่วนดังกล่าว กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 50 ในบริษัทที่เป็นไปตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR2
รายละเอียดเพิ่มเติม
1 กองทุนหลักจะพิจารณา E/S characteristics ของผู้ออกตราสาร (issuers) ดังนี้
2 การพิจารณาลงทุนตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ของกองทุนหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าไปมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม การไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม รวมถึงการมีการกำกับดูแลที่ดีในด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม โดยประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม กองทุนหลักได้นำเอาข้อพิจารณาตาม EU Taxonomy มาใช้ในการพิจารณา ซึ่งรวมถึง (1) การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change mitigation) (2) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change adaption) (3) การใช้และปกป้องทรัพยากรน้ำและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน (Sustainable use and protection of water and marine resources) (4) การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Transition to a circular economy) (5) การป้องกันและควบคุมมลพิษ (Pollution prevention and control) และ (6) การปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Protection and restoration of biodiversity and ecosystems) นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (17 Sustainable Development Goals: SDGs) และเป้าหมายย่อย (sub-goals) มาใช้ประกอบเพิ่มเติมในการพิจารณาวัตถุประสงค์ทางด้านสังคมอีกด้วย
อเบอร์ดีนได้พัฒนาแนวทางในการพิจารณาว่าบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนตามแนวทาง Sustainable Investments ของ SFDR ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบ 3 ประการ ดังนี้
(1) ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Contribution) – การดำเนินธุรกิจของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนจะต้องมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม
(2) การไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ (No Significant Harm) – การลงทุนของกองทุนหลักจะต้องไม่สร้างผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ (“Do No Significant Harm”/ “DNSH”) ต่อวัตถุประสงค์การลงทุนที่ยั่งยืนใด ๆ
(3) การกำกับดูแลกิจการที่ดี (good governance) – บริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนจะต้องมีและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
หากการลงทุนดังกล่าวผ่านเกณฑ์การทดสอบทั้ง 3 ข้อข้างต้น จึงจะถือว่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน
กลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนดังนี้
กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัยด้าน ESG เข้ามาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์และลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์แบบ bottom-up (การวิเคราะห์รายบริษัท)โดยพิจารณาถึงปัจจัยในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุน
กองทุนหลักมีการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
ผู้จัดการกองทุนจะใช้กรอบการวิเคราะห์ของกลุ่มอเบอร์ดีน (proprietary research framework) ในการค้นหาบริษัทซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำ (sustainable leaders) หรือบริษัทซึ่งมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ (sustainable improvers) ในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน (บริษัทซึ่งเป็น sustainable leaders จะเป็นบริษัทชั้นนำด้าน ESG ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่มีการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในขณะที่บริษัทซึ่งเป็น sustainable improvers จะเป็นบริษัทที่มีการกำกับดูแล มีแนวทางการจัดการด้าน ESG รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับปานกลาง โดยบริษัทดังกล่าวยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็น sustainable leaders ด้วย)
ภายใต้กระบวนการลงทุนด้านตราสารทุนของอเบอร์ดีน ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทในแต่ละประเภทธุรกิจเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเหล่านั้นมีบริบทที่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งรวมถึงความต่อเนื่องคงทนของ business model ของบริษัท (durability) ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมที่บริษัทประกอบธุรกิจอยู่ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และความยั่งยืนของการได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงคุณภาพของทีมผู้บริหารและวิเคราะห์ถึงโอกาสและด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ) ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวนั้นได้รับการจัดการที่ดีเพียงใด โดยมีการกำหนดเกณฑ์ภายในของกลุ่มอเบอร์ดีนในการจัดอันดับด้านคุณภาพในเรื่องESG (อันดับ 1 หมายถึง บริษัทที่มีการจัดการในเรื่องของ ESG ในระดับยอดเยี่ยม และ อันดับ 5 หมายถึง บริษัทที่ยังไม่มีการจัดการในเรื่องของ ESG ที่เพียงพอ) เพื่ออธิบายคุณลักษณะด้านคุณภาพของแต่ละบริษัท
ESG Quality Rating จึงเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญในการประเมินว่าตราสารทุนที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนนั้นเข้าข่ายเป็น Sustainable leader หรือ Sustainable improver ซึ่งบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนได้นั้น จะต้องได้รับการจัดอันดับด้านคุณภาพในเรื่อง ESG ตั้งแต่อันดับ 3 ขึ้นไป
ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบหลัก (key components) รวมถึงตัวแปร (inputs) ของการจัดอันดับ ESG Quality Rating เพิ่มเติมได้จาก INVESTMENT APPROACH ของกองทุนหลักที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund
การประเมินความยั่งยืนโดยรวม (Overall Sustainability Assessment: OSA) ของกลุ่มอเบอร์ดีน ให้ภาพรวมเกี่ยวกับความยั่งยืนของบริษัทที่เข้าไปลงทุน โดยอิงจากการให้คะแนนด้านบรรษัทภิบาล การดำเนินงาน และผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทนั้น ๆ นอกจากนี้ ยังใช้กระบวนการลงทุนตราสารทุนของผู้จัดการกองทุนเพื่อช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถระบุผู้นำด้านความยั่งยืนและผู้ที่มีแนวโน้มพัฒนาได้ในเชิงคุณภาพ
(1) การใช้สิทธิความเป็นเจ้าของในเชิงรุก (Active Ownership)
ในมุมมองของอเบอร์ดีน good governance และการดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของอเบอร์ดีน (stewardship programme) มีความสำคัญในการให้ความมั่นใจว่า บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ลูกจ้างหรือพนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคมในวงกว้าง นอกจากนี้ อเบอร์ดีนยังเชื่อว่า ตลาดหลักทรัพย์และบริษัทที่ได้มีการนำเอาแนวปฏิบัติ ในการกำกับดูแลกิจการและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี (best practices) ซึ่งรวมถึงการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมาใช้ บริษัทเหล่านั้นจะมีแนวโน้มที่จะมีผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาว และให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ยั่งยืน
ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของอเบอร์ดีนจะเข้าไปพบปะเป็นประจำกับกรรมการที่เป็นผู้บริหาร (management directors) และกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร (non-executive directors) ของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนตามปกติของเบอร์ดีน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับประโยชน์จากความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้
(2) การออกเสียงลงคะแนนในฐานะผู้ถือหุ้น (Voting)
ในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้ การวิเคราะห์การออกเสียงลงคะแนน จะพิจารณาโดยทีมนักวิเคราะห์การลงทุนทั้งในระดับภูมิภาคและด้าน ESG โดยเฉพาะของอเบอร์ดีน โดยอเบอร์ดีนมีการใช้บริการงานวิจัยของผู้ให้บริการภายนอก (เช่น IVIS ISS)เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ของตนเอง การตัดสินใจออกเสียงลงคะแนนของอเบอร์ดีนจะพิจารณาจากข้อมูลความรู้ความเข้าใจของอเบอร์ดีนเกี่ยวกับตัวบริษัท และข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว การมีส่วนร่วมของผู้จัดการการลงทุนในการออกเสียงลงคะแนนผ่านทางการมอบหมายให้กรรมการอิสระ (proxy voting) ถือเป็นส่วนสำคัญประการหนึ่งของกระบวนการลงทุนของอเบอร์ดีน
(3) การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG (ESG Engagement)
การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG กับทีมผู้บริหารของบริษัทถือเป็นกุญแจและส่วนสำคัญของกระบวนการลงทุนด้านตราสารทุน รวมทั้งการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของอเบอร์ดีน (stewardship programme) การเข้าไปมีส่วนร่วมดังกล่าวช่วยให้อเบอร์ดีนได้มีมุมมองแบบองค์รวมเกี่ยวกับตัวของบริษัทที่กองทุนหลักจะเข้าไปลงทุนมากขึ้น รวมถึงมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน ESG ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและอนาคตที่บริษัทดังกล่าวจำเป็นต้องจัดการ อีกทั้งยังทำให้เห็นถึงโอกาสที่อาจได้รับประโยชน์จากการเข้าไปลงทุนในบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมด้าน ESG ยังเปิดโอกาสให้ได้มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่น่ากังวลในด้านต่าง ๆ และมีการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดี (best practice) ซึ่งจะนำมาซึ่งการขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกด้วย
ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการมีส่วนร่วม (Engagement policies) ของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้จากเอกสาร ‘Sustainability-related disclosures’ ของกองทุนหลัก ภายใต้หัวข้อ ‘Engagement policies’ ซึ่งสามารถดูได้ที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund
การอ้างดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน :
MSCI Japan Index (JYP) เป็นดัชนีชี้วัด (benchmark) ที่กองทุนหลักเลือกใช้สำหรับการสร้างพอร์ตโฟลิโอ และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งภายใต้ Article 8 ของ SFDR ไม่ได้กำหนดให้กองทุนหลักต้องกำหนด benchmark ที่สะท้อนถึงการลงทุนที่ยั่งยืน แม้ว่า benchmark ดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงการลงทุนที่ยั่งยืน แต่กองทุนหลักก็มีการนําเอาปัจจัยด้าน ESG และมีการผสมผสานแนวทางการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Negative Screening และ Norm-Based Screening เข้ามาใช้ในกระบวนการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก https://www.msci.com/
หมายเหตุ
MSCI Japan Index ออกแบบมาเพื่อวัดผลการดำเนินงานของกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนจำนวน 203 บริษัท ซึ่งครอบคลุมประมาณ 85% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วย free float ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ https://www.msci.com/index-methodology หรือ Index methodology - MSCI
ข้อจำกัดด้านการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ benchmark ของกองทุนหลักอย่างน้อยประมาณร้อยละ 20 โดยจะคัดออกด้วยการใช้เครื่องมือการให้คะแนน (scoring tools) ที่เป็นของกลุ่มอเบอร์ดีน และใช้เกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ออก (negative) เพื่อไม่ลงทุนในบางรายอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางธุรกิจที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีความกังวล (เช่น ธุรกิจที่ไม่สอดคล้องหรือปฏิบัติตามหลักสากลของ UN Global Compact ในข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ รัฐวิสาหกิจ (State-owned enterprises) ในประเทศที่โดนมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศหรือที่ละเมิดหลักการพื้นฐานสากลอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทที่ถูกระบุไว้ใน Exclusion list ของ Norges Bank Investment Management (NBIM) บริษัทที่ประกอบธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในมุมของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการผลิตอาวุธ (Weapons) ยาสูบ (Tobacco) การพนัน (Gambling) ถ่านหินชนิดเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal Coal) Unconventional Oil & Gas Extraction Conventional Oil & Gas โดยมีการพิจารณาส่วนแบ่งรายได้จากการประกอบธุรกิจดังกล่าว ธุรกิจ Electricity Generation and alignment with Transition Pathway ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไม่เป็นไปตาม Paris Agreement 2 degrees scenario เป็นต้น)
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก :
ดังนั้น ผู้ลงทุนควรมีความเข้าใจที่ชัดเจนว่า การแปลความหมายของ ESG และ Sustainability นั้น มีความเป็นอัตวิสัย (subjective) ซึ่งหมายถึงกองทุนหลักอาจมีการลงทุนในบริษัทที่ไม่สอดคล้องกับมุมมองส่วนตัวของผู้ลงทุนได้
แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
ในกรณีที่กองทุนหลักมีการตรวจสอบและทบทวนการลงทุนแล้วพบว่า บริษัทที่กองทุนหลักมีการลงทุนไว้เข้าด้วยกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้ กองทุนหลักจะถอนการลงทุนหรือขายหลักทรัพย์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาด
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีมาตรการในการควบคุมการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ดังนี้
First line
ทีมผู้จัดการกองทุนมีความรับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการกองทุนตามกลยุทธ์และกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกำกับดูแลด้านยั่งยืนของอเบอร์ดีน (sustainable investing governance committees) ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบการทำงาน ตลอดจนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลในเรื่อง ESG และ Sustainability
Second line
ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk)
ฝ่าย Investment Risk ของอเบอร์ดีนจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ ESG รวมถึงน้ำหนักและผลกระทบที่มีผลต่อภาพรวมความเสี่ยงของกองทุนหลัก (Fund’s risk profile) หน่วยงานดังกล่าวจะจัดทำรายงานแสดงสถานะความเสี่ยงของกองทุน (RAG status) และการดำเนินการในการควบคุมและบรรเทาผลกระทบของความเสี่ยงในระดับปานกลางถึงสูงเพื่อรายงานให้กับคณะกรรมการบริษัท รวมถึงคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ฝ่าย Investment Risk ยังมีหน้าที่ในการทบทวน Fund’s risk profile เป็นประจำทุกปีเพื่อพิจารณาถึงความมีประสิทธิภาพหรือความเหมาะสมของจำนวนหรือค่าของ limits ที่กำหนดในปัจจุบัน รวมทั้งแนวโน้มของค่าความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
การกำกับดูแลการดำเนินงาน (Compliance)
หน่วยงาน Compliance ของอเบอร์ดีนจะทำหน้าที่ตรวจสอบหนังสือชี้ชวนและเอกสารทางกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารดังกล่าวเป็นไปตามกฎมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ หน่วยงาน Compliance ยังตรวจสอบเอกสารทางการตลาดหรือเอกสารอื่นใดที่มีการจัดทำขึ้นโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เอกสารทางการตลาดหรือข้อความอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ ESG จะมีความชัดเจน เหมาะสม และไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิด
หน่วยงาน Compliance ประจำภูมิภาค EMEA (Europe, the Middle East and Africa) จะเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามตรวจสอบ investment limits ที่เกี่ยวกับ ESG รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่กองทุนหลักต้องกระทำซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (ตามข้อกำหนด Article 8 ของ SFDR) หน่วยงาน Compliance จะจัดทำรายงานเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ของกฎเกณฑ์และกฎระเบียบของทางการเกี่ยวกับ Sustainability เพื่อให้หน่วยงานที่อยู่ใน first line ทราบผ่านทางคณะทำงาน ESG Regulatory & Standards Taskforce ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานใน first line ได้รับทราบและพิจารณานำข้อกำหนดดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการลงทุน รวมทั้งดำเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเอกสารที่เกี่ยวข้องได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม
นอกจากนี้ อเบอร์ดีนยังจัดให้มีหน่วยงาน Monitoring & Oversight team ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะในการจัดทำโปรแกรมการประเมินความเสี่ยง (risk-based programme) เพื่อให้ความมั่นใจกับฝ่ายจัดการของบริษัทจัดการเกี่ยวกับความมีประสิทธิภาพของระบบการควบคุมเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล ผลการประเมินจะถูกจัดทำเป็นรายงานให้กับคณะกรรมการของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะผู้บริหารที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท (governance forums) ซึ่งรวมถึง Risk and Capital Committee Group Audit Committee และ Executive Leadership Team Controls
Third line
หน่วยงาน Internal Audit ของอเบอร์ดีนจะดำเนินการตรวจสอบภายในในประเด็นการนำกฎระเบียบเกี่ยวกับ Sustainability ไปปฏิบัติ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อการตรวจสอบภายใน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและข้อจำกัดด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักได้ที่ https://www.abrdn.com/en-lu/investor/funds/view-all-funds หรือ abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund
ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือหนังสือชี้ชวน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของกองทุนหลักที่มีการระบุไว้ในโครงการให้สอดคล้องกันโดยถือว่าได้รับความยินยอมจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยวิธีประกาศทางเว็ปไซต์ของบริษัทจัดการและปิดประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม