ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไทย ท็อป 12
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
11.295
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
176 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
-0.36%
1 สัปดาห์
+0.21%
1 เดือน
+1.53%
3 เดือน
+11.29%
6 เดือน
+27.55%
1 ปี
+31.01%
5 ปี
-
สูงสุด
+38.42%
+29.56%(+2.5771)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รวมถึงหุ้นที่อยู่ระหว่าง IPO เพื่อจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว โดยจะมี net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้จัดการกองทุนกำหนดโดยใช้ปัจจัยในเชิงคุณภาพ (Qualitative) และเชิงปริมาณ (Quantitative) เช่น การประเมินภาพรวมและความน่าสนใจของอุตสาหกรรม หรือความต่อเนื่องในการเติบโตของธุรกิจ หรือการประเมินมูลค่าที่เหมาะสม หรือโมเมนตัมของราคาหุ้น เป็นต้น และผู้จัดการกองทุนจะทำการเลือกลงทุนจำนวน 12 บริษัท โดยการคัดเลือกบริษัทและสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะทบทวนบริษัทที่เลือกลงทุนอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส และอาจทำการปรับเปลี่ยนบริษัทที่ลงทุนและ/หรือสัดส่วนการลงทุนอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
อนึ่งในระหว่างที่มีการปรับเปลี่ยนบริษัทที่ลงทุนและ/หรือปรับสัดส่วนการลงทุน กองทุนอาจมีการลงทุนเกินกว่า 12 บริษัทได้ แต่ไม่เกิน 15 บริษัท โดยจะลดการลงทุนให้เหลือ 12 บริษัท ภายใน 90 วันทำการจากวันที่มีการลงทุนเกินกว่า 12 บริษัท
ทั้งนี้ อาจมีบางขณะที่ไม่สามารถลงทุนในตราสารทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้างต้น อันเนื่องมาจากการเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น เกิดเหตุการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือราคาตลาดของหลักทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือกรณีอื่นใดโดยขึ้นอยู่กับดุยพินิจของผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวมได้ เป็นต้น
ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนและ/หรือตราสารทางการเงินและ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไทย ท็อป 12 อาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่ตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการเพิ่มเติมตลาดรองอื่นๆ เพื่อทำการซื้อขายตราสารทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเข้าทำการซื้อขายในตลาดรองนั้นได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้วซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ต่อกองทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม