ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
16.8836
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,454 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.61%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+3.81%
1 สัปดาห์
+2.86%
1 เดือน
+1.76%
3 เดือน
+8.28%
6 เดือน
+8.02%
1 ปี
+28.26%
5 ปี
-
สูงสุด
+30.71%
+28.26%(+3.7203)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.61% | 1.4% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 200% | 200% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.94% | 1.61% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C (AD) USD เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจัดตั้งตามกฎเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) บริหารจัดการโดย Invesco Management SA และจดทะเบียนซื้อขายในประเทศลักเซมเบิร์ก โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO)
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยัง BNY Mellon (International) Limited สาขาลักเซมเบิร์ก ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) โดยกองทุนหลักจะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างๆ เช่น หยวนจีน เกาหลีวอน ดอลลาร์ไต้หวัน รูปีอินเดีย ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็นต้น อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดหน่วยลงทุน หรือส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปประเทศอื่นใด และหรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และไม่ถือเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุน และ/หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกินกว่า 10 วันทำการ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือมีผลการดำเนินงานตกต่ำอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือมีขนาดกองทุนลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุน เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยไม่ชักช้า ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.bblam.co.th
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และเมื่อกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
เงื่อนไข : ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลัก
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลัก
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้อง กองทุนรวมตราสารทุนต้องมีการลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะพิเศษเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ประกาศที่ ทน. 87/2558 ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกำหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ซึ่งในกรณีนี้คือกองทุนรวมตราสารทุน
กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามสัดส่วน (pro rata) เพื่อไม่ให้มีการไถ่ถอนเกินกว่าร้อยละ 10 ดังกล่าว โดยคำสั่งไถ่ถอนที่เกินกว่าร้อยละ 10 กองทุนหลักจะทำรายการให้ในวันทำการถัดไป อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการมิได้จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนไทยแต่อย่างใด เพียงแต่เปิดเผยข้อจำกัดของกองทุนหลักดังกล่าวไว้ในรายละเอียดโครงการเท่านั้น
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือลงทุนในตราสารทุนโดยตรงในต่างประเทศ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.bblam.co.th และหรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม