ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้นพลัส
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+1
NAV ล่าสุด
10.1063
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
20,160 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
4
ระดับ 4 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.4%
อันดับค่าธรรมเนียม 15 จาก 47
1 วัน
+0.01%
1 สัปดาห์
+0.01%
1 เดือน
+0.04%
3 เดือน
+0.21%
6 เดือน
+0.46%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+1.06%
+0.52%(+0.0524)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 0.8% | 0.32% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.18% | 0.4% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในตราสารภาครัฐ ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ภาคเอกชน และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารหนี้ รวมถึงลงทุนในหน่วยลงทุน CIS ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ตลอดจนลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สํานักงาน ก.ล.ต. กําหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนรวมตราสารหนี้สามารถลงทุนได้
กองทุนจะดำรงพอร์ตโฟลิโอดูเรชั่นโดยเฉลี่ยของกองทุน (portfolio duration) ไม่เกิน 1 ปี
กองทุนมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุนเพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาโดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (fundamental analysis) ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของผู้ออกตราสาร ความสามารถในการชำระหนี้ แนวโน้มผลประกอบการ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อประกอบการพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารและ/หรือคู่สัญญาก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ทั้งนี้ การลงทุนของกองทุนขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา กองทุนจึงไม่สามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ได้ โดยการพิจารณาการลงทุนจะขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม เช่น ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง กองทุนอาจเน้นลงทุนในตราสารภาครัฐ และหากในช่วงที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีคุณภาพดีเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ตลอดจนพิจารณาคุณภาพของผู้ออกตราสาร ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์หรือสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น การไถ่ถอนหน่วยลงทุนในปริมาณมากผิดปกติ การรอจังหวะเข้าลงทุนในตราสารที่เหมาะสม ช่วงก่อนเลิกโครงการ หรือช่วงที่ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง ผู้จัดการกองทุนอาจใช้ดุลยพินิจในการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้พอร์ตโฟลิโอดูเรชั่นโดยเฉลี่ยของกองทุน (portfolio duration) ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการลงทุนเป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ดี กรณีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note) กองทุนอาจมีความเสี่ยงทางด้านเครดิตของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้น โดยคู่สัญญาในการทำธุรกรรมอาจขาดสภาพคล่องจึงไม่สามารถจ่ายเงินตามภาระผูกพันได้ ซึ่งบริษัทจัดการจะติดตามสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาในการทำธุรกรรมไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้ง อาจมีความเสี่ยงจากการที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดจากสภาวะตลาด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งหากคาดการณ์ผิดอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อยลงหรือเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมถึงในกรณีที่สินทรัพย์อ้างอิงเป็นดัชนีเงินเฟ้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี เนื่องจากดัชนีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้วัดภาวะค่าครองชีพของประชาชนและอัตราเงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งได้มีการพัฒนาปรับปรุงฐานการคำนวณเงินเฟ้อเป็นประจำต่อเนื่องทุกๆ 4 – 5 ปี เพื่อให้ดัชนีมีความทันสมัยและสอดคล้องกับโครงสร้างและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และ/หรืออาจยกเลิกการคำนวณดัชนีดังกล่าว ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเงื่อนไขและการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ทำให้ผลตอบแทนที่คาดการณ์ไว้เปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะติดตามเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม