ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดบีแคป อาเซียน ควอนท์ อิควิตี้
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.1% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
11.9273
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
160 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
+0.19%
1 สัปดาห์
+1.25%
1 เดือน
+4.38%
3 เดือน
+3.76%
6 เดือน
+5.26%
1 ปี
+14.76%
5 ปี
-
สูงสุด
+20.15%
+14.88%(+1.5449)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน และหรือหน่วยลงทุน CIS และหรือกองทุน ETF และหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) เพื่อให้มี exposure ในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรือ อาเซียน (ASEAN) และหรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน และ/หรือของผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจุบันมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม
กองทุนจะมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุนโดยใช้แบบจำลองการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative investing) ที่พัฒนาโดย Chicago Global Capital Pte. Ltd. ซึ่งแบบจำลองนั้นจะวิเคราะห์หลักทรัพย์จากตัวแปรในด้านต่างๆ เช่น การเน้นคุณค่า (Valuation), แนวโน้มของราคาสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง (Momentum), คุณภาพของบริษัท (Quality) และความเสี่ยง (Risk) เป็นต้น
ทั้งนี้ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนจะมีที่ปรึกษาการลงทุน คือ Chicago Global Capital Pte. Ltd. ซึ่งจดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ โดยที่ปรึกษาการลงทุนจะไม่มีอำนาจควบคุมการดำเนินการของบริษัทจัดการแต่อย่างใด และไม่มีอำนาจการตัดสินใจในการจัดการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการจัดการด้านอื่นใดก็ตาม
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงที่ปรึกษาการลงทุน หรือแต่งตั้งที่ปรึกษาการลงทุนเพิ่มเติม หรือยกเลิกการแต่งตั้งที่ปรึกษาการลงทุนในภายหลัง โดยบริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือแต่งตั้งหรือยกเลิกให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบทุกครั้ง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือผ่านช่องทางอื่นใดตามความเหมาะสม
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการรวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) โดยตราสารข้างต้นอาจมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในตราสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะวิเคราะห์และพิจารณาการลงทุน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือ กองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund ) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรง โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนจะไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น รวมทั้งประเภทและลักษณะพิเศษที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและหรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ทั้งนี้ อัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดจะกระทำภายใต้สภาวการณ์ที่ปกติ ซึ่งอาจมีบางขณะที่ไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้อันเนื่องมาจากการเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศแก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมเรื่องการจัดประเภทของกองทุนจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม รวมถึงช่วงเวลาก่อนเลิกกองทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันก่อนการเลิกกองทุนรวม และรวมถึงช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน เนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม