ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนรวมบัวหลวงผสม 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
12.4515
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
3,604 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.19%
อันดับค่าธรรมเนียม 6 จาก 18
1 วัน
-0.12%
1 สัปดาห์
-0.03%
1 เดือน
+1.09%
3 เดือน
+7.87%
6 เดือน
+17.03%
1 ปี
+24.63%
5 ปี
-
สูงสุด
+30.44%
+23.66%(+2.3825)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.61% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.94% | 1.19% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังต่อไปนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
(2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้
(3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan)
(3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด
(3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2)
(3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
(1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และ/หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสาร หรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าว ในเรื่องดังนี้
(1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
(1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย และ/หรือ
(2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
เงื่อนไขการลงทุนเพิ่มเติม
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้ รวมถึงการลงทุนดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้อัตราผลตอบแทนในรูปเงินบาทผันผวนหากค่าเงินตราสกุลต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามความเหมาะสม
เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ
กองทุนจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ผู้ออกทรัพย์สินเป็นภาครัฐและ/หรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดําเนินงานที่คํานึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม รวมทั้งเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (แหล่งข้อมูล: https://www.sdgmove.com/intro-to-sdgs/) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero)
กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สิน ดังนี้
(1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้าน E หรือ ESG และ/หรือ
(2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 1 (3)
กลยุทธ์การลงทุน : ESG Integration และ Screening
ESG Integration: กองทุนจะคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนในการวิเคราะห์หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่กองทุนจะลงทุน โดยแสวงหาผลตอบแทนรวมในระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีชี้วัดที่กองทุนมองว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน การดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารความเสี่ยงและการให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน ขนาดของหลักทรัพย์ หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น
Screening: กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกหลักทรัพย์
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
ตราสารทุน: กองทุนมีแนวทางการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงความยั่งยืน (ESG integration framework) ซึ่งรวมทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และการพิจารณาปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) เข้าด้วยกันโดยมีเป้าหมายเพื่อหาบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคง และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม
การวิเคราะห์เริ่มจากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในระดับมหภาค เพื่อระบุแนวโน้มที่สำคัญของโลกในด้านต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง และเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต จากนั้นกองทุนจะคัดเลือกอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพิจารณาทั้งในด้านความแข็งแกร่งทางการเงิน ศักยภาพในการแข่งขัน และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวของบริษัท
นอกจากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจแล้ว กองทุนยังให้ความสำคัญกับการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาร่วมพิจารณาในกระบวนการตัดสินใจลงทุนควบคู่กับการพิจารณาผลประกอบการทางการเงินแบบปกติ โดยเน้นให้ความสำคัญกับปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัท หรือ Financial materiality เป็นสำคัญ เพื่อประเมินว่าประเด็นเหล่านั้นส่งผลกระทบเชิงบวกหรือลบต่อฐานะและศักยภาพของบริษัทในระยะยาวหรือไม่ อีกทั้ง กองทุนมีการใช้ข้อมูลจากทีมนักวิเคราะห์ภายใน และบทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สามประกอบการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์
นอกจากนี้ กองทุนเชื่อว่าการมีส่วนร่วมกับบริษัท (Engagement) ทำให้กองทุนมีความเข้าใจและสามารถประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทที่ลงทุนได้เหมาะสมยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้บริษัทพัฒนาการดำเนินงานในด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง โดยอาจเป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติม การสะท้อนข้อกังวล หรือการติดตามการปรับปรุงกรณีเกิดเหตุการณ์ด้าน ESG ที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในบางกรณีอาจดำเนินการร่วมกับผู้ลงทุนรายอื่นด้วย
ทั้งนี้ ปัจจัยที่กองทุนให้ความสำคัญในการนำมาพิจารณาจะแตกต่างกันไป อาทิเช่น
กองทุนจะดำเนินการทบทวนและประเมินหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนมีการทบทวนงบการเงินในทุกรายไตรมาส เพื่อวิเคราะห์ความสามารถการทำกำไรและโอกาสการเติบโตในอนาคต
ตราสารหนี้: กองทุนจะจัดทำกรอบการวิเคราะห์ตราสารหนี้ โดยใช้ข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทย ThaiBMA รวมถึงอาจใช้บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สามเพื่อทำการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารหนี้ที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหนี้ ทั้งนี้ กองทุนจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร หรือตราสารที่ลงทุนต้องได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออก (issuer) หรือตราสาร (issue) ในระดับ investment grade เท่านั้น และผู้ออกตราสารต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ ประกอบการพิจารณาอายุเฉลี่ยของตราสาร (duration) ที่กองทุนจะลงทุน โดยการกำหนดสัดส่วนการลงทุนจะเป็นไปตามที่กองทุนกำหนด
นอกจากนี้ กองทุนจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง
กองทุนจะดำเนินการทบทวนและประเมินหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจะพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในการประเมินตราสารหนี้ที่กองทุนถือครอง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับหลักการการลงทุนอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ตามความเหมาะสม
การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่
เนื่องจากกองทุนมีวัตถุประสงค์ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่คำนึงถึงด้าน E หรือ ESG และ/หรือด้านการช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือด้านการมีธรรมาภิบาลตามกรอบนโยบายการลงทุน ดัชนีชี้วัดจึงควรประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนซึ่งในปัจจุบันไม่มีดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ครอบคลุมกรอบการลงทุนของกองทุน ดังนั้น ดัชนี SET TRI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ใน SET ที่ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดและจัดทำขึ้นโดย SET จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน อีกทั้งบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET TRI เป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องตามหลักเกณฑ์ที่ SET กำหนด และมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ได้อย่างเพียงพอ
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/tri/profile
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https: //www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ประเภทพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นที่ออกโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยและมีอายุไม่เกิน 1 ปีเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในสร้างผลตอบแทนของกองทุน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https://www.thaibma.or.th/pdf/remark_ThaiBMA/ShorttermGovernmentBondIndex.pdf
แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ShortTermIndex.aspx
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดสัดส่วนของดัชนีชี้วัดแต่ละตัวที่ใช้ในการอ้างอิงได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดของกองทุนตามข้างต้นที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
ข้อจำกัดด้านการลงทุน
กองทุนไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมใดหรือธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ แต่จะพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ตามกระบวนการที่กำหนด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งกับบริษัทต่างๆ สามารถสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขององค์กรและการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อกองทุน และช่วยลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน รวมถึงความเสี่ยงที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะยกเลิกจัดทำ SET ESG Rating
แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
กองทุนมีการติดตามการดำเนินงานของผู้ออกหลักทรัพย์ที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสําคัญกับความยั่งยืน ทั้งนี้ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ กองทุนจะดำเนินการ ดังนี้
กองทุนอาจดำเนินการติดต่อสื่อสารกับผู้ออกตราสารเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ การบริหารจัดการเงินที่ได้จากการออกตราสาร และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ระบุไว้ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่วัตถุประสงค์การใช้เงินไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด กองทุนอาจดำเนินการสอบถาม ติดตาม หรือแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร
กองทุนจะติดตามการรายงานการใช้เงินจากผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าการดำเนินโครงการมีความคืบหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ กองทุนอาจให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยรายงานผลการใช้เงิน (Impact Report หรือ Allocation Report) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
ในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด หรือมีการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผล เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
อย่างไรก็ดี กองทุนอาจจัดให้มีบุคคลที่สาม (3rd party certifier) ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน ดังนั้น กองทุนอาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เกิดขึ้น
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม