BYOU-COREPORT-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิด บียู คอร์พอร์ต
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง BYOU-COREPORT-A แทน
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
9.9442
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,170 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.958%
อันดับค่าธรรมเนียม 48 จาก 53
1 วัน
+0.11%
1 สัปดาห์
+0.09%
1 เดือน
-0.88%
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-0.56%
-0.56%(-0.0558)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.605% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 1.958% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
โดยในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงดังกล่าว ได้แก่ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน รวมถึงหน่วย property, REITs และ หน่วย infra เป็นต้น)
โดยกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมอื่นสามารถลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการได้อีกไม่เกิน 1 ทอด อย่างไรก็ดี โดยห้ามมิให้กองทุนรวมปลายทางลงทุนย้อนกลับในกองทุนรวมต้นทาง (circle investment) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในกองทุนอีทีเอฟที่มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนทวีคูณหรือตรงกันข้ามกับผลตอบแทนรายวันของดัชนีที่กองทุนรวมใช้อ้างอิง (Leveraged Management หรือ Inverse Management) (L&I ETFs) หรือหน่วยของกองทุนต่างประเทศที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันได้ โดยกองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุน (Portfolio Management) เท่านั้น
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
รายละเอียดการดำเนินการ
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)