ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด ดาโอ ออนไลน์ ช้อปปิ้ง แอนด์ เพย์เม้นท์
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.3% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
5.5837
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
11 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.718%
อันดับค่าธรรมเนียม 4 จาก 4
1 วัน
-0.71%
1 สัปดาห์
+1.66%
1 เดือน
-1.52%
3 เดือน
-2.27%
6 เดือน
-2.12%
1 ปี
-4.33%
5 ปี
-
สูงสุด
+4.37%
-4.33%(-0.2529)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.675% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.337% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.337% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.42% | 1.718% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในด้านการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการซื้อของผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิเช่น อีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ การส่งเสริมการขายและการตลาด ธุรกิจบริการด้านการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและ/หรือซอฟแวร์การชำระเงิน, ธุรกิจด้านโลจิสติก ขนส่ง และ/หรือคลังสินค้าที่ให้บริการขนส่งหรือจัดเก็บสินค้าที่มีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายออนไลน์ เช่น การพัฒนาแอพพลิเคชั่น และธุรกิจอื่นใดในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค ซึ่งอาจมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากที่กำหนดข้างต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนข้างต้นตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยมีสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเมื่อนับรวมกับ total specific investment product แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่ลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ที่ได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุน โดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทน ดังนี้
หัวข้อ
Crypto Asset
ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset)คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) คือ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ประเภทหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือการเข้ารหัส (cryptography) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรม, ตรวจสอบความเป็นเจ้าของ และเก็บมูลค่า ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin หรือ Ethereum ที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บมูลค่าเงื่อนไขของคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset)การลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น อาจเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาวะตลาด การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกันการจ่ายผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset)ผลตอบแทนจากการลงทุนใน คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปแล้วสินทรัพย์คริปโตสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาเนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูงสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้ามความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็วการเก็บรักษาคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset)การเก็บรักษาคริปโทแอสเซท เป็นกระบวนการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลจากความเสี่ยง เช่น การถูกแฮก สูญหาย หรือเข้าถึงไม่ได้ โดยมีวิธีจัดเก็บ 2 ประเภท ได้แก่ การเก็บรักษาแบบ Hot Storage เป็นการเก็บคริปโทแอสเซทในกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถเข้าถึงและทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงจากการถูกแฮก และ การเก็บรักษาแบบ Cold Storage เป็นการจัดเก็บคริปโทแอสเซทแบบออฟไลน์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์
ทั้งนี้ ข้อมูลแต่ละประเภทอาจมีความสำคัญไม่เท่ากัน ระดับการป้องกันและการเข้าถึงที่แตกต่างกัน การเลือกใช้วิธีการจัดเก็บจึงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของธุรกิจ
การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะเปิดเผยรายละเอียดของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลกองทุนรวม โดยเป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และอาจไม่ได้ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุนจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น และอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินของประเทศที่กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศไปลงทุน
ในส่วนของการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารและผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) และหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และกองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดในขณะนั้น
กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
พร้อม 3.1
ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
อนึ่ง บริษัทอาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้ ในการลงทุนดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม