ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดอีสท์สปริง Alpha Bonds
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร ผ่านกองทุนหลัก DNCA Invest Alpha Bonds รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
10.288
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
158 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.96%
อันดับค่าธรรมเนียม 39 จาก 47
1 วัน
+0.21%
1 สัปดาห์
+0.18%
1 เดือน
+0.12%
3 เดือน
+0.39%
6 เดือน
+0.55%
1 ปี
+1.32%
5 ปี
-
สูงสุด
+1.80%
+1.32%(+0.1341)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.6% | 0.8% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.97% | 0.96% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองเดียว (กองทุนหลัก) คือ DNCA Invest Alpha Bonds ในหน่วยลงทุนชนิด Class H-I USD ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และมีคุณสมบัติเป็นไปตาม SICAV (socie’te’ d’investissement a’ capital variable) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CSSF (Commission de Surveillance du Secteur Financier) ดำเนินงานตามระเบียบของ UCITS กองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวบริหารจัดการโดย DNCA Finance และลงทุนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าดัชนี The Secured Overnight Financing Rate (SOFR) + 2% ในช่วงระยะเวลาการลงทุนมากกว่า 3 ปี โดยมีค่าความผันผวน (volatility) ต่ำกว่าร้อยละ 5 ในสภาวะตลาดปกติ รวมถึงการพิจารณาการลงทุนโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าเงินทุนและผลตอบแทนมีความเสี่ยงและไม่มีการรับประกันผลตอบแทนที่เป็นบวกทุกช่วงเวลาการลงทุน และผู้ลงทุนควรมีระยะเวลาการลงทุนอย่างน้อย 3 ปี
กองทุนหลักสามารถลงทุนในตราสารเครื่องมือทางการเงินประเภทอนุพันธ์ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาด OTC หากกองทุนหลักพิจารณาเห็นว่าการลงทุนดังกล่าวมีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์หรือให้ประโยชน์ในการลดต้นทุนการซื้อขายหลักทรัพย์โดยตราสารอนุพันธ์บางประเภทอาจเป็นตราสารที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ เช่น credit default swaps ในฐานะผู้ขายสัญญา (protection seller) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะควบคุมการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสาร non-investment grade/ unrated ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (“NAV”) ซึ่งตราสารดังกล่าวอาจไม่สามารถชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามจำนวนหรือเวลาที่กำหนดได้
ส่วนที่เหลือบริษัทจัดการจะลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยจะลงทุนทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ
กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo)ได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมถึงลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) แต่อาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging)
ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมี underlying ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต (credit rating หรือ credit event) หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
สำหรับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
รายละเอียดกองทุนหลัก : DNCA Invest Alpha Bonds
กองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือ DNCA Invest Alpha Bonds ซึ่งบริหารและจัดการโดย DNCA Finance โดยกองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนรวมที่เสนอขายให้กับผู้ลงทุนต่างๆ ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Investors) และผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional investors) ปัจจัยความเสี่ยงและข้อมูลที่เกี่ยวกับการลงทุนที่สำคัญของกองทุนหลักได้ถูกเปิดเผยรายละเอียดไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมฉบับนี้แล้ว และผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูล DNCA Invest Alpha Bonds เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https: //www.dnca-investments.com/en/funds/dnca-invest-alpha-bonds/units/h-i-usd-lu1859213875
ชื่อกองทุนหลัก
DNCA Invest Alpha BondsISIN Code:
LU1859213875
Bloomberg Code:
DNCAHIU
วันจัดตั้งกองทุนหลัก (Class Inception Date)14 ธันวาคม 2560วันจัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน H-I USD (Share-class Inception Date)
3 กันยายน 2561
สกุลเงิน (currency):
ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ตัวชี้วัด (Benchmark):
The Secured Overnight Financing Rate (SOFR) + 2%วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก :กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าดัชนี The Secured Overnight Financing Rate (SOFR) + 2% ในช่วงระยะเวลาการลงทุนมากกว่า 3 ปี โดยมีค่าความผันผวน (volatility) ต่ำกว่าร้อยละ 5 ในสภาวะตลาดปกติ รวมถึงการพิจารณาการลงทุนโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)กลยุทธ์และนโยบายการลงทุน
กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ผสมผสานกันในกระบวนการลงทุน ได้แก่
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะบริหารพอร์ตโดยมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตการลงทุน (Modified Duration) อยู่ระหว่าง -3 และ +7 ปี โดยมิได้จํากัดอายุเฉลี่ยของตราสารแต่ละตัว
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีรูปแบบการบริหารกองทุนโดยใช้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืน (Responsible and Sustainable)
กองทุนหลักจะพิจารณาประเด็น ESG สำหรับผู้ออกตราสารหนี้ ดังนี้
สำหรับผู้ออกตราสารภาคเอกชน ตราสารที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ในกรอบการพิจารณาการลงทุน (The Initial Investment Universe) ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยประเทศในสหประชาชาติ (United Nations) ที่มีการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงหุ้นกู้และตราสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสารที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และเป็นตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย B- จาก Standard & Poor's หรือได้รับการพิจารณาโดยบริษัทจัดการที่ใช้เกณฑ์การจัดอันดับที่คล้ายคลึงกันรวมถึงหน่วยงานต่างประเทศ กองทุนหลักจะใช้กระบวนการการลงทุนที่ยั่งยืน (SRI Approach) เป็นเกณฑ์คัดเลือกสำหรับผู้ออกตราสารที่ผ่านการคัดเลือกตามกรอบการพิจารณาการลงทุน (The Initial Investment Universe)
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ในสกุลเงินต่างๆ จากผู้ออกที่ไม่ใช่กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ในอัตราไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) หรือ ตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับดัชนีเงินเฟ้อ (inflation-indexed debt securities) และตราสารหนี้ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Negotiable Debt) เป็นหลัก ภายใต้อัตราส่วนดังนี้:
และเนื่องจากกองทุนหลักสามารถลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ (convertible bond) หุ้นกู้แปลงสภาพสังเคราะห์ (synthetic convertible bonds) ตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้นหรือดัชนีหุ้น (Listed derivative instruments on equity or equity indices) กองทุนหลักอาจมีสถานะการลงทุนในหุ้นหรือดัชนีหุ้นโดยกองทุนหลักจะมีลักษณะการลงทุนดังกล่าวไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย B- จาก Standard & Poor's หรือได้รับการพิจารณาโดยบริษัทจัดการที่ใช้เกณฑ์การจัดอันดับที่คล้ายคลึงกัน หากตราสารหนี้ถูกปรับลดอันดับต่ำกว่าระดับ B- สินทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ถูกขายออก เว้นแต่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นจึงสามารถที่จะขายออกได้ ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ที่ถูกปรับลดอันดับจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนหลัก
กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในกองทุน UCITS หรือ AIFs อื่น ที่เสนอขายนักลงทุนทั่วไป (Nonprofessional Investors) ลงทุนได้ (ตามเกณฑ์ European Directive 2011/61/EU) และมีคุณสมบัติเป็น UCIs อื่นๆ ตามมาตรา 41(1) ของกฎหมาย ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์สกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินหลักของกองทุนหลัก โดยกองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น สัญญาฟิวเจอร์ หรือ สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของการลงทุนในสกุลอื่น ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Exchange Risk) ดังกล่าว ไม่เกินอัตราร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS)/ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์อื่น ที่ไม่ใช้หลักประกันการจำนอง (ABS) กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ได้ทุกประเภท ทั้งการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (regulated markets) และ การซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC markets) ได้ตามความเหมาะสมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจัดการ หรือมีต้นทุนการซื้อขายที่ต่ำกว่าตราสารเหล่านี้อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Futures), สัญญาสิทธิล่วงหน้า (Options), สัญญาแลกเปลี่ยน (Swaps), Credit Default Swaps On Indices และ Credit Default Swaps (CDS)
ทั้งนี้ ตราสารอนุพันธ์แต่ละชนิดจะมีกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง (hedging) การค้ากำไร (arbitrage) การเปรียบเทียบในเชิงมูลค่าราคา (relative value) หรือความเสี่ยง (exposure) เพื่อ:
กองทุนหลักจะใช้วิธีการคำนวน Global Exposure limit แบบ VaR Approach (Absolute VaR) ไม่เกินร้อยละ 20.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในวันใดวันหนึ่งที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และระยะเวลาการถือครอง 20 วัน
ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปกติของตลาด กองทุนอาจใช้ Leverage เฉลี่ยที่ประมาณร้อยละ 400 และในบางครั้งอาจเป็นไปได้ที่ Leverage อาจสูงกว่าอัตราที่คาดการณ์ไว้ โดยอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1,000 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกแต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ และปัจจุบันกองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลร้อยละ 94.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี ตามหลักเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้องกองทุนรวมตราสารหนี้ต้องมีการลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะพิเศษเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว ตามประกาศที่กำหนด ได้อนุญาตให้กองทุนไทยกำหนดประเภทกองทุนตามชื่อ หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้
อายุของกองทุนหลัก :
ไม่กำหนด
นโยบายจ่ายเงินปันผล :
ไม่มี
วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน :
ทุกวันทำการ
บริษัทจัดการกองทุนหลัก (Management company of the Master Fund) :DNCA Finance
19, Place Vendôme
F-75001 Paris
ผู้รักษาทรัพย์สินของกองทุนหลัก (Depositary) : BNP Paribas, Luxembourg Branch
60, avenue J.F. Kennedy
L-1855 Luxembourg
ผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนหลัก (Fund Auditor) : Deloitte Audit
20, boulevard de Kockelscheuer,
L-1821 Luxembourg
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่สำคัญของ DNCA Invest Alpha Bonds
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย
อัตราร้อยละ
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fees)ไม่เกินร้อยละ 0.60 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่ประมาณการได้ (Ongoing fees)
ร้อยละ 0.74 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2565)
ค่าธรรมเนียมจากผลการดำเนินงาน (Performance Fee)
กองทุนหลักจะเก็บ performance fee เท่ากับร้อยละ 20 ของส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง โดยจะเรียกเก็บเมื่อ
(1) กองทุนหลักมี NAV สูงสุดใหม่ในรอบทุก 5 ปี (High Water Mark) และ
(2) ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักสูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง
แต่จะไม่เรียกเก็บ หากผลการดำเนินงานในปีก่อนหน้าติดลบ (ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง) เพื่อชดเชยผลการดำเนินงานที่ติดลบดังกล่าว จนกว่าผลดำเนินงานในปีใดกลับมาเป็นบวก ทั้งนี้ ทุกๆ รอบ 5 ปี กองทุนหลักจะเริ่มต้นคำนวณเพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงใหม่ และไม่นำผลการดำเนินงานที่ติดลบในปีก่อนหน้ามาชดเชย
หมายเหตุ :
ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศ (กองทุนหลัก) คืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วน เพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม