ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดอีสท์สปริง Next Generation Internet
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
7.2208
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
416 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.25%
อันดับค่าธรรมเนียม 15 จาก 73
1 วัน
-1.58%
1 สัปดาห์
-0.85%
1 เดือน
-10.55%
3 เดือน
-2.94%
6 เดือน
-4.93%
1 ปี
-13.24%
5 ปี
-
สูงสุด
-2.45%
-13.24%(-1.102)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 3.74% | 1.25% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป (“กองทุนปลายทาง”) เมื่อรวมกันแล้วโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนปลายทางโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง ซึ่งกองทุนปลายทางจะลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตแห่งอนาคต (next generation internet) ซึ่งมุ่งเน้นและคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนฐานของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบคลาวด์ การดำเนินธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์หรือให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ส่วนที่เหลือบริษัทจัดการจะลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยจะลงทุนทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทาง เมื่อรวมกันแล้วโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง โดยสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และไม่นำมาบังคับใช้ในช่วง 30 วันก่อนเลิกกองทุน หรือช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ ทั้งนี้ ยังคงต้องคำนึงถึงประโยชน์ผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Feeder Fund หรือลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็น Fund of Funds ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์บริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนของกองทุนในกองทุนปลายทางจะอยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยกองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) บางส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ค่าเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มแข็งค่า
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) ได้ หรืออาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมถึงลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น2. คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว โดยในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท เช่น Bitcoin, Ethereum เป็นต้น จะต้องมีฐานะการลงทุนสูงสุด (maximum limit) ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเมื่อนับรวมกับ total specific investment product แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนดังนี้
ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ทคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือพันธบัตร โดยคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บรักษามูลค่าได้เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกัน
ผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ทผลตอบแทนจากการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ดี เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูง อาจสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนในมูลค่าสูงได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็วในส่วนของการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนทางอ้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ การแต่งตั้งผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นไปตามที่กองทุนปลายทางกำหนด
ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และ/หรือกองทุนปลายทางตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (class) หรือกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป หรืออาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (class) หรือกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนปลายทางได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนปลายทางดังกล่าวต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนปลายทางดังกล่าวต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) ร้อยละ 5 ต่อปีปฏิทิน หรือการลงทุนของกองทุนปลายทางไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนปลายทางกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนปลายทางหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนปลายทางดังกล่าว รวมถึงขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินซื้อขายในกองทุนปลายทางจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินอื่นได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ และถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
หมายเหตุ :
ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศ (กองทุนหลัก) คืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม