ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดอีสท์สปริง Multi Income
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.1% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
9.929
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,008 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.76%
อันดับค่าธรรมเนียม 11 จาก 15
1 วัน
+0.11%
1 สัปดาห์
+0.27%
1 เดือน
+0.91%
3 เดือน
+6.16%
6 เดือน
+14.75%
1 ปี
+24.25%
5 ปี
-
สูงสุด
+30.21%
+23.52%(+1.8906)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.28% | 1.76% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่สร้างรายได้และผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารแห่งทุน และ/หรือตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างทั้งในและ/หรือต่างประเทศตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ และกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กลยุทธ์ในการบริหารกองทุน (Active Management) ผู้จัดการกองทุนจะบริหารกองทุนในเชิงรุก โดยการปรับสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทตามความเหมาะสมกับสภาวะของตลาดในขณะนั้นๆ เช่น ในช่วงที่ตราสารแห่งทุนมีความผันผวนสูง ผู้จัดการกองทุนอาจปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือเงินฝากมากขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้ความเสี่ยงที่ควบคุมได้ในระยะยาว
โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์แต่ละประเภท ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากหลักทรัพย์ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผล/ดอกเบี้ย/ผลประโยชน์ในระดับที่ดีอย่างสม่ำเสมอในอดีต (ประมาณ 1-3 ปี ย้อนหลัง) และมีแนวโน้มและคาดการณ์ที่ดีในอนาคต รวมถึงสามารถสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ ตลอดจนมีปัจจัยพื้นฐานและอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นต้น
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ทั้งนี้เพื่อให้สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อบริหารความเสี่ยง อีกทั้ง อาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (No-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
รายละเอียดการลงทุนในต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
บริษัทจัดการจึงอาจลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุน ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น และหากบริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทุนโดยรวม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนภายใต้แนวทางที่แก้ไข เปลี่ยนแปลงของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุน ดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนก่อนการดำเนินการ ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยภายใต้สถานการณ์นั้นๆ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยจะไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ และถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ทรัพย์สินที่ บลจ. จะสามารถลงทุนได้ตาม 1. ต้องมีคุณสมบัติของตราสารตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ในตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย
ความในวรรคหนึ่งไม่นำมาใช้บังคับกับกรณีที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Noted) ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ TBMA และมีการเสนอขายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่
ส่วนที่ 2 ถึง ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2: ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property
ส่วนที่ 3 ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
บริษัทจัดการจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในต่างประเทศอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุน ให้ความเห็นชอบหรือมีหนังสือเวียน แนวทางปฏิบัติ ประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติม และหากบริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทุนโดยรวม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนภายใต้แนวทางที่แก้ไข เปลี่ยนแปลงของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนก่อนการดำเนินการ ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยภายใต้สถานการณ์นั้นๆ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยจะไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ และถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิก WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ทรัพย์สินที่บริษัทจัดการจะสามารถลงทุนได้ตาม 1. ต้องมีคุณสมบัติของตราสารตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ในตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property
มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์เป็นไปตามเกณฑ์ปัจจุบันในการลงทุน
ทั้งนี้ ยกเว้น การลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น
ส่วนที่ 3 ถึง ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม