ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส ไชน่า โกลบอล วิชั่น
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
12.1748
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
27 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
2.31%
อันดับค่าธรรมเนียม 22 จาก 22
1 วัน
+3.11%
1 สัปดาห์
-10.84%
1 เดือน
-36.71%
3 เดือน
-10.02%
6 เดือน
+3.29%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+3.70%
+8.27%(+0.9302)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.57% | 2.14% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 200% | 200% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.39% | 2.31% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทจีนซึ่งจัดตั้งในประเทศจีนหรือมีการดำเนินธุรกิจ และ/หรือมีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน รวมถึงหน่วยลงทุน CIS และ/หรือ ETF ที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมี net exposure ในตราสารทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทจีนตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนตรงในหุ้นจีน A-shares ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) หรือเซินเจิ้นผ่านโครงการเชื่อมโยงตลาดเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง (Shanghai-Hong Kong Stock Connect) หรือเซินเจิ้น-ฮ่องกง (Shenzhen-Hong Kong Stock Connect) (โดยรวมเรียกว่า “Stock Connect”) หรือ ผ่านโครงการ QFII (Qualified Foreign Institutional Investor) ก็ได้
ทั้งนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินหยวน (RMB) ฮ่องกงดอลลาร์ (HKD) ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NTD) ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เป็นต้น
การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจีนที่เข้าลงทุน
การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะทําการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) รวมถึงปรับรายชื่อหลักทรัพย์การลงทุนในตราสารทุนเป็นรายไตรมาส เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่กําหนดไว้ข้างต้น อนึ่ง บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ ขณะนั้น
เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้น ที่บริษัทจัดการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาในทิศทางที่จะทําให้ราคาตราสารทุนของบริษัทนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งการดําเนินการข้างต้นอาจส่งผลให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดําเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่กําหนดไว้ข้างต้นไม่เพียงพอ และ/หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าวนั้นโดยเป็นไปในลักษณะที่ไม่ด้อยกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กําหนด เช่น การใช้วิธีการวิเคราะห์มูลค่า (Valuation) เป็นเกณฑ์เพิ่มเติม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฯ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(2) บริษัทจัดการได้แต่งตั้งให้ China Asset Management Co., Ltd. (ChinaAMC) เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ (Outsource) ของกองทุน โดยไม่รวมส่วนของการลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการบริหารจัดการลงทุนทรัพย์สินในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศของกองทุนเองในบางขณะโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก โดยบริษัทจัดการมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศเป็นไปตามที่ระบุในโครงการกองทุนและสัญญาแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ
China Asset Management Co., Ltd. (ChinaAMC) เป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศจีน และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดการลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ China Securities Regulatory Commission (CSRC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commission (IOSCO) ทั้งนี้ ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศอาจนำทรัพย์สินบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนไปลงทุนในทรัพย์สิน และ/หรือหลักทรัพย์ที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนในต่างประเทศ (Outsource) ของกองทุน และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวในรายละเอียดโครงการโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(3) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) โดยจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
(4) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เช่น หุ้น ดัชนีราคาหุ้น หรืออีทีเอฟ (ETF) อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคํา น้ำมันดิบ เป็นต้น หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
(5) กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือจะไม่ทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน และ/หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreement: Repo) เพื่อการลงทุน รวมทั้งจะไม่ทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse repo) การขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale)
(6) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่นไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
(7) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และ/หรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
(8) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(8.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(8.2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(8.3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
(9) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม
(10) ในกรณีกองทุนลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฏิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(10.1) บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภัยพิบัติ สภาวะการลงทุนผันผวนอย่างมาก ทำให้ผลตอบแทนที่อาจได้รับจากการลงทุนในอนาคตไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และ/หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเป็นการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน
(10.2) กรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม