ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Templeton Asian Smaller Companies Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
10.6968
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
480 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.74%
อันดับค่าธรรมเนียม 4 จาก 9
1 วัน
+0.85%
1 สัปดาห์
+0.16%
1 เดือน
-7.37%
3 เดือน
-0.96%
6 เดือน
-1.64%
1 ปี
+0.47%
5 ปี
-
สูงสุด
+1.23%
+0.47%(+0.0503)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.68% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.01% | 1.74% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Templeton Asian Smaller Companies (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่ม Franklin Templeton Investment Funds ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก และจัดตั้งและจัดการโดย Templeton Asset Management Ltd. รวมถึงเป็นกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบอร์ก (Luxembourg) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประเทศสิงคโปร์จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนดังกล่าวไปยังประเทศลักเซมเบิร์กต่อไป กองทุนหลักจะลงทุนในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน Templeton Asian Smaller Companies ในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความยินยอมจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.
สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต
โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจนอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกองทุนอย่างมาก กองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนน้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ หรือกรณีที่ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกองทุนอย่างมาก กองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะยาว กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน เป็นต้น
นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศและกองทุนหลักเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้
ในกรณีที่กองทุน Templeton Asian Smaller Companies มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้ง หมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า
(2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน
กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หลักดังกล่าว หรือการลงทุนในกองทุน Templeton Asian Smaller Companies ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่า การย้ายไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นหรือการลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นหรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน
ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักดังกล่าว ให้หมายถึงเฉพาะกองทุนหลักที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ลักษณะสำคัญของกองทุน Templeton Asian Smaller Companies:
ชื่อกองทุนหลัก: Templeton Asian Smaller Companies Fund – Class I
วันที่จดทะเบียน: 14 ตุลาคม 2551
ประเภทกองทุน: กองทุนรวมตราสารแห่งทุน
อายุโครงการ: ไม่กำหนด
Investment Manager: Templeton Asset Management Ltd.
Custodian: J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A.
ตัวชี้วัด: MSCI AC Asia ex-Japan Small Cap Index-NR
ค่าธรรมเนียมการจัดการ: ร้อยละ 0.90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อปี
เพดานค่าธรรมเนียม: ร้อยละ 1.20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อปี
Website www.franklintempleton.lu
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนและใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง (Depository Receipt : DR) ของบริษัทขนาดเล็ก (Small-cap) ซึ่งต้องเป็น
(ก) บริษัทที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชีย และ/หรือ
(ข) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักในภูมิภาคเอเชีย อันได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม เป็นต้น
สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ หมายถึง บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมูลค่าตลาด (Market Capitalization) อยู่ในกรอบมูลค่าตลาดของบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MSCI AC Asia ex-Japan Small Cap (ดัชนี) ณ วันที่กองทุนหลักเริ่มเข้าซื้อ และกองทุนหลักจะยังสามารถลงทุนในบริษัทขนาดเล็กดังกล่าวเพิ่มได้ ตราบใดที่กองทุนหลักยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นอยู่ อย่างไรก็ตาม หากมูลค่าตลาดสูงสุด (Maximum Market Cap) ของบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีลดลงจนต่ำกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กองทุนหลักจะสามารถลงทุนเพิ่มในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้เฉพาะในกรณีที่บริษัทขนาดเล็กนั้นมีมูลค่าตลาดไม่เกิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์อื่น รวมถึงตราสารแห่งทุนและตราสารแห่งหนี้ทั่วโลก ภายใต้ข้อกำหนดของ UCITS กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และสามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุนได้ (Efficient Portfolio Management)
ในปัจจุบันกองทุนหลักจะแบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็นคลาส (Class) ซึ่งจะแตกต่างกันที่การคิดค่าธรรมเนียมและ/หรือนโยบายการจ่ายเงินปันผล โดยกองทุนหลักมีทั้งคลาสที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุนจะลงทุนในคลาส I ซึ่งเป็นคลาสที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล อีกทั้งยังไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนี MSCI AC Asia ex-Japan Small Cap (ตัวชี้วัดของกองทุนหลัก) :
ดัชนี MSCI เป็นดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ที่ถูกจัดทำขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนสถาบันนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลตอบแทนในการลงทุน ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ผู้ลงทุนต่างชาติ การจัดทำดัชนี MSCI แต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นดัชนีระดับภูมิภาค หรือประเทศ หรือแบ่งตามอุตสาหกรรม ตามประเภทของตลาด หรือตามขนาดของหลักทรัพย์ บริษัท MSCI Barra ไม่ได้นำหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทุกตัวเข้าไปคำนวณดัชนี แต่จะคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งจะมีเกณฑ์พิจารณาหลายอย่าง เช่น มูลค่าตลาดรวม สภาพคล่องการซื้อขาย จำนวนหุ้นที่ผู้ลงทุนต่างประเทศสามารถซื้อขายได้ เป็นต้น
ดัชนี MSCI AC Asia ex-Japan Small Cap เป็นดัชนีที่คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานของตราสารทุนที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก (Small-cap) ในภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) 10 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย*
หมายเหตุ: ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2555 และดัชนีดังกล่าวมีการทบทวนเป็นรายไตรมาส
ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http: //www.msci.com/
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก :
การลงทุนในตราสารแห่งทุนนั้น นอกจากผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ (Company-specific performance) แล้ว ปัจจัยทางมหภาคและจุลภาคต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง ภาวะตลาด ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุน โดยอุตสาหกรรม ตลาดการเงิน และหลักทรัพย์จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆดังกล่าวในทิศทางที่แตกต่างกัน และยิ่งมีความผันผวนมากในระยะสั้น จึงมีความเสี่ยงที่กองทุนหลักอาจขาดทุน
ราคาหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็กอาจจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีความผันผวนสูงกว่า สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น หลักทรัพย์มีสภาพคล่องต่ำ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจและภาวะดอกเบี้ย รวมถึงความไม่แน่นอนของการเติบโตในอนาคตย่อมส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทขนาดเล็กอาจมีความเสี่ยงจากการขาดเงินทุน การขาดการจัดการที่ดี หรือความไม่แน่นอนในธุรกิจ หากเป็นบริษัทขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) ความเสี่ยงนี้ย่อมสูงขึ้น
เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนที่กองทุนหลักอาจเลือกใช้ได้มีหลากหลายรูปแบบทั้ง Bottom-up Long-term หรือ Value-oriented เป็นต้น หากกองทุนเลือกใช้กลยุทธ์การลงทุนผิดพลาดโดยทิศทางตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์อาจกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน
กองทุนหลักเน้นลงทุนในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก จึงทำให้มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวสูง (Concentration Risk) และอาจผันผวนมากกว่ากองทุนอื่นที่มีนโยบายกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาค
โดยทั่วไป การลงทุนในตลาดประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มักจะเผชิญกับความเสี่ยงสูงกว่าตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว อันเนื่องจากหลายปัจจัย เช่น ข้อจำกัดด้านการลงทุนและการนำเงินกลับเข้าประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของตลาด การเข้าแทรกแซงภาคเอกชนของรัฐบาล ข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวด ตลาดมีขนาดเล็กซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องต่ำอาจทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสม นโยบายภาษีของแต่ละประเทศ กฎข้อบังคับต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ ความไม่มั่นคงทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ข้อจำกัดหรือกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อหรือเงินฝืด รวมถึงความไม่พร้อมของระบบการชำระราคาและ/หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ เป็นต้น
ผู้ลงทุนควรตระหนักว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ของตลาดเกิดใหม่นั้นอาจมีสภาพคล่องต่ำกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เทียบเท่ากันของประเทศพัฒนาแล้ว
เนื่องจากกองทุนหลักมุ่งเน้นที่จะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจหลักในภูมิภาคเอเชีย อันได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งประเทศเหล่านี้ถือเป็น Frontier Market จึงทำให้กองทุนหลักมีความเสี่ยงที่สูงกว่ากองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ (Emerging Market Risk) เนื่องจาก Frontier Market จะมีขนาดเล็กและมีการพัฒนาต่ำกว่าตลาดทั่วไป รวมถึงอาจมีความไม่มั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สูงกว่า และเป็นตลาดที่มีความโปร่งใส มาตรฐานจริยธรรม และบรรษัทภิบาลที่ต่ำกว่าตลาดทั่วไป
เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของแต่ละประเทศ สถานการณ์ของตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อราคาของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนไว้ และส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนมีความผันผวน
เป็นความเสี่ยงซึ่งเกิดจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในรูปของสกุลเงินตราต่าง ๆ ซึ่งอาจแตกต่างจากสกุลเงินหลัก (base currency) ทำให้กองทุนหลักได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน อัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไปอาจส่งผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุน และมูลค่าเงินปันผลรวมถึงดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับ ดังนั้น ในกรณีที่อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน ก็จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนได้ ในกรณีที่สกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนหลักลงทุนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนหลักลงทุนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีมูลค่าลดต่ำลง
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของสินทรัพย์ (Asset side liquidity risk) และความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหนี้สิน (Liability side liquidity risk) โดยความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของสินทรัพย์เกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควร ส่วนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหนี้สินเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนเพื่อนำเงินมาชำระค่าขายคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ตามที่ผู้ถือหน่วยลงทุนส่งคำสั่งไว้ และตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักทำการซื้อขายหลักทรัพย์อาจจะหยุดรับคำสั่งซื้อขายเนื่องจากสภาวะตลาดในขณะนั้น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้นอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุน
ความเสี่ยงที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญา อันเนื่องจากการล้มละลาย หรือเหตุอื่นใด
การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Templeton Asian Smaller Companies (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
(ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
ตราสารหนี้ต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1
หน่วย CIS ในประเทศไม่เกิน 10%
ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1
2
reverse repo ในประเทศไม่เกิน 20%
3
securities lending ในประเทศไม่เกิน 20%
4
total SIP ซึ่งได้แก่
5
หน่วย CIS ในประเทศ
ไม่เกิน 20%
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม