K-GB-A(D)
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอจากเงินปันผล
กองทุนเปิดเค โกลบอล บอนด์
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง K-GB-A(D) แทน
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund, Class JPM Aggregate Bond I (acc) - USD รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
8.9859
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
423 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
4
ระดับ 4 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.95%
อันดับค่าธรรมเนียม 36 จาก 65
1 วัน
-0.19%
1 สัปดาห์
-0.13%
1 เดือน
-1.71%
3 เดือน
-0.17%
6 เดือน
-1.91%
1 ปี
-1.10%
5 ปี
-
สูงสุด
-0.40%
-1.10%(-0.10)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.68% | 0.8% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.01% | 0.95% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund, Class JPM Aggregate Bond I (acc) - USD (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน กองทุนหลักมีนโยบายมุ่งลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ทั่วโลก และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) หรือตราสารหนี้ประเภท Covered Bonds ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่ม JPMorgan Funds ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก และจัดตั้งและจัดการโดย JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. รวมถึงเป็นกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศสิงคโปร์ โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ซึ่งประเทศสิงคโปร์จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนดังกล่าวไปยังประเทศลักเซมเบิร์กต่อไป โดยกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน อาทิเช่น ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เยน (JPY) ปอนด์เสตอร์ลิง (GBP) ยูโร (EUR) ดอลลาร์แคนาดา (CND) ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนหลักจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงสกุลเงินส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.
สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ ตราสารหนี้ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต
กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured products) ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น ทั้งนี้ กองทุนเปิดเค โกลบอล บอนด์ อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจนอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกองทุนอย่างมาก กองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนน้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ หรือกรณีที่ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกองทุนอย่างมาก กองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะยาว กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน เป็นต้น
นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่กองทุน JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund มีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) โดยมีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดมากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล บอนด์ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า
(2) หากการดำเนินการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักข้างต้น มีผลทำให้การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิดเค โกลบอล บอนด์ บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดเค โกลบอล บอนด์ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(3) หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน
ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศและกองทุนหลักเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้
กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หลักดังกล่าว หรือการลงทุนในกองทุน JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่า การย้ายไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นหรือการลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อื่นหรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน
ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักดังกล่าว ให้หมายถึงเฉพาะกองทุนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ลักษณะสำคัญของกองทุน JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund, Class JPM Aggregate Bond I (acc) - USD (กองทุนหลัก) :
ชื่อกองทุนหลัก: JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund, Class JPM Aggregate Bond I (acc) - USD
วันที่จดทะเบียน: 9 พฤศจิกายน 2552
ประเภทกองทุน: กองทุนรวมตราสารแห่งหนี้
อายุโครงการ: ไม่กำหนด
สกุลเงิน: สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
บริษัทจัดการ: JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l.
Investment Manager: JPMorgan Asset Management Limited
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินกองทุน: J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A.
ผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุน: PricewaterhouseCoopers, Société Coopérative
ที่ปรึกษากฎหมาย: Elvinger Hoss & Prussen
Bloomberg Ticker: JPMAGIA LX
ตัวชี้วัด: Bloomberg Barclays Global Aggregate Index (Total Return Gross) Hedged to USD
Website: www.jpmorganassetmanagement.com
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักจะลงทุนโดยตรงหรือลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 67 ของทรัพย์สินของกองทุน (ไม่รวมเงินสดและตราสารที่เทียบเท่าเงินสด) ในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ทั่วโลก โดยผู้ออกตราสารอาจเป็นผู้ออกตราสารในประเทศใดๆ รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กองทุนหลักอาจลงทุนในสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญในตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) หรือตราสารหนี้ประเภท Covered Bonds และอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ในสัดส่วนที่รองลงมา ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Debt Securities) ในสัดส่วนที่จำกัด
กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging)
กองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีเงื่อนไข (Contingent Converible Securities) ไม่เกินร้อยละ 5 ของทรัพย์สินของกองทุน และอาจลงทุนส่วนที่เหลือในตราสารในตลาดเงินระยะสั้นและเงินฝากของสถาบันการเงิน
กองทุนหลักอาจลงทุนในทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินส่วนใหญ่จะถูกป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
กองทุนหลักจะแบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็นคลาส (Class) ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อหน่วยลงทุน มูลค่าคงเหลือขั้นต่ำ คุณสมบัติของผู้ลงทุน นโยบายการจ่ายเงินปันผล โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน หรือลักษณะอื่นๆ โดยกองทุนหลักมีทั้งหน่วยลงทุนที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ค่าธรรมเนียมของกองทุนหลัก :
ค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุน: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษา: ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ค่าธรรมเนียมการบริหาร: ไม่เกินร้อยละ 0.11 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีการลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการพิจารณาความน่าเชื่อถือ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ผู้ออกพันธบัตรหรือตราสารหนี้อื่นๆอาจผิดนัดชำระหนี้ หรือชำระเงินต้นและดอกเบี้ยไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของตราสารหนี้ที่กองทุนหลักลงทุน ตราสารหนี้มักได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและมีความผันผวนของราคาสูง เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น มูลค่าของตราสารที่กองทุนหลักลงทุนจะลดลง ทำให้ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ในทางกลับกันหากอัตราดอกเบี้ยลดลง มูลค่าของตราสารที่กองทุนหลักลงทุนก็จะเพิ่มขึ้น ตราสารที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยสูงและมีอายุตราสารยาวมักจะให้ผลตอบแทนสูง แต่มูลค่าของตราสารก็จะมีความผันผวนมากเช่นกัน
ตราสารหนี้สามารถถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ โดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือหรือความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารจะผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้น ตราสารหนี้อาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจากสภาวะเศรษฐกิจได้ ตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้สูงและอาจมีความผันผวนสูงและสภาพคล่องต่ำ
การเปลี่ยนแปลงทางสภาพการเงินของผู้ออกตราสารที่เกิดจากเศรษฐกิจ การเมือง หรือเหตุอื่นๆ อาจส่งผลกระทบทางลบต่อมูลค่าของตราสารหนี้และผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก และอาจมีผลต่อสภาพคล่องของตราสารหนี้ ทำให้กองทุนหลักไม่สามารถขายตราสารได้ตามต้องการ จึงอาจมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยหรือค้ำประกันโดยหน่วยงานรัฐบาล รวมถึงธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เงินต้นได้รับการค้ำประกันจากหน่วยงานรัฐบาลจนครบอายุ ตราสารภาครัฐยังคงมีความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ โดยหน่วยงานรัฐบาลอาจผิดนัดชำระหนี้ ทำให้กองทุนหลักอาจต้องเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไป และราคาของตราสารภาครัฐอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ตราสารภาครัฐอาจรวมถึงตราสารหนี้ปลอดดอกเบี้ยซึ่งมีความเสี่ยงด้านตลาดสูงกว่าตราสารหนี้ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยที่มีอายุเท่ากัน และในภาวะที่เงินเฟ้อต่ำ ตราสารภาครัฐจะมีการเติบโตค่อนข้างจำกัด
ความกังวลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอาจถูกปรับลดลง การผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้กองทุนหลักขาดทุนได้
สถาบันการเงินบางแห่งอาจได้รับผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ควบรวมกับสถาบันการเงินอื่น ถูกควบคุมหรือแทรกแซงโดยภาครัฐ หรือล้มละลาย ซึ่งส่งผลให้กองทุนหลักอาจไม่ได้รับการชำระเงิน อีกทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวยังอาจทำให้เกิดวิกฤตในตลาดเครดิตโลกอีกด้วย
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) หรือตราสารหนี้ประเภท Covered Bonds ซึ่งมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้อื่นๆ
ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) และตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) ให้สิทธิผู้ถือตราสารได้รับการชำระเงินก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดที่เกิดจากทรัพย์สินทางการเงินเฉพาะกลุ่ม เช่น การจำนองอาคารที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ สินเชื่อยานพาหนะ และบัตรเครดิต
ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) และตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) มีความเสี่ยงจากการได้รับชำระเงินไม่ตรงตามเวลาและจำนวนที่กำหนด ส่งผลกระทบทางลบต่อผลตอบแทนของตราสาร ทั้งนี้ อายุเฉลี่ยของตราสารอาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น การขายคืนตราสาร ความถี่ของการขายคืนตราสาร การบังคับชำระหนี้ก่อนกำหนด อัตราดอกเบี้ย อัตราการผิดนัดชำระหนี้ของสินทรัพย์อ้างอิง ช่วงเวลาที่ได้รับชำระหนี้เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้ และระดับการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์อ้างอิง
หุ้นกู้แปลงสภาพให้สิทธิผู้ถือตราสารได้รับดอกเบี้ยตลอดอายุตราสาร หรือเมื่อมีการขายคืน แปลงสภาพ หรือแลกเปลี่ยน ก่อนการแปลงสภาพ หุ้นกู้แปลงสภาพจะมีคุณสมบัติเหมือนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน โดยมูลค่าของหุ้นกู้แปลงสภาพจะลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแปลงสภาพนั้นขึ้นอยู่กับความผันผวนของมูลค่าตลาดของสินทรัพย์อ้างอิง หุ้นกู้แปลงสภาพจะด้อยสิทธิกว่าหุ้นกู้ไม่แปลงสภาพ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเงินปันผลของสินทรัพย์อ้างอิง แม้ว่ามูลค่าตลาดของหุ้นกู้แปลงสภาพอาจได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงของเงินปันผลหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆของสินทรัพย์อ้างอิงก็ตาม
กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ซึ่งถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับสูง โดยพิจารณาจากระดับความน่าเชื่อถือหรือความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร อย่างไรก็ตาม ตราสารอาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง หากสภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อตราสารนั้น
การลงทุนในตราสารหนี้มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงมักมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าแต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อชดเชยความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า หรือความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ดังนั้นผู้จัดการกองทุนจะทำการพิจารณาความน่าเชื่อถือของตราสารนั้นๆเมื่อมีการลงทุน ซึ่งการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นมีความเสี่ยงเหมือนกับการลงทุนในตราสารหนี้ทีได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีคุณภาพเทียบเท่ากัน
แม้ว่าตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศที่ยังไม่พัฒนาที่กองทุนหลักลงทุนนั้นจะมีการพัฒนาของกฎหมายและโครงสร้างกฎหมาย แต่กฎหมายยังคงขาดเสถียรภาพ ในบางตลาดผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นผู้ลงทุนควรมั่นใจก่อนทำการลงทุนว่ามีความเข้าใจในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและการลงทุนนั้นมีความเหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนของตนเอง การลงทุนในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศที่ยังไม่พัฒนานั้น ควรลงทุนโดยผู้ลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดนั้นๆ และสามารถพิจารณาความเสี่ยงต่างๆ และมีทรัพยากรทางการเงินเพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากการลงทุน
การลงทุนในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศที่ยังไม่พัฒนามีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
เนื่องจากกองทุนหลักมีการลงทุนในตราสารในหลายสกุลเงิน กองทุนหลักอาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินและความผันผวนของค่าเงิน ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนหลักลงทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารที่มูลค่าซื้อขายมีความผันผวนตามสภาวะตลาด จึงมีความเสี่ยงที่การลงทุนของกองทุนหลักอาจมีสภาพคล่องต่ำตามการพัฒนาของตลาดและการรับรู้ของผู้ลงทุนในทางลบ ในบางสถานการณ์ ในตลาดอาจมีผู้ต้องการซื้อจำนวนน้อยทำให้ไม่สามารถขายตราสารได้ทันทีตามเวลาหรือราคาที่ต้องการ ดังนั้น กองทุนหลักอาจต้องขายตราสารในราคาต่ำกว่าที่ต้องการหรืออาจไม่สามารถขายตราสารได้ นอกจากนี้ การซื้อขายตราสารบางตราสารอาจถูกยกเลิกหรือถูกจำกัดโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ควบคุม ทำให้กองทุนหลักอาจขาดทุนได้ การที่กองทุนหลักไม่สามารถขายตราสารได้จะส่งผลกระทบในทางลบต่อมูลค่าของกองทุนและทำให้กองทุนหลักเสียโอกาสในการลงทุนอื่นๆ
โดยปกติการซื้อขายนอกตลาด (Over-the-Counter Market) จะมีข้อบังคับของรัฐบาลและหน่วยงานที่ควบคุมน้อยกว่าการซื้อขายในตลาด ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงที่คู่สัญญาอาจไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและกองทุนหลักอาจขาดทุนได้ กองทุนหลักจึงทำการซื้อขายเฉพาะกับคู่สัญญาที่เป็นบริษัทจัดการซึ่งมีความน่าเชื่อถือและอาจลดความเสี่ยงโดยการมีตราสารรับรองการชำระเงิน (Letter of Credit) และหลักทรัพย์ค้ำประกันจากคู่สัญญา แม้ว่ากองทุนหลักจะทำการลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของคู่สัญญา แต่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าคู่สัญญาจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ และกองทุนยังอาจขาดทุนได้
กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และในช่วงเวลาที่เหมาะสม กองทุนหลักอาจป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินและดอกเบี้ย ซึ่งไม่ได้มีการรับประกันว่าการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวจะบรรลุผล ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุนและเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามดัชนีชี้วัด กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเช่นกัน
การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน JPMorgan Funds – Aggregate Bond Fund (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ตราสารหนี้
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
(ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
ตราสารหนี้ต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม :
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1
หน่วย CIS ในประเทศไม่เกิน 10%
ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1
2
reverse repo ในประเทศไม่เกิน 20%
3
total SIP ซึ่งได้แก่
4
หน่วย CIS ในประเทศ
ไม่เกิน 20%
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนสม่ำเสมอจากเงินปันผล