ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส ไลท์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
9.9035
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
7 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.7%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
-0.03%
1 สัปดาห์
-0.14%
1 เดือน
-0.97%
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-0.97%
-0.97%(-0.0965)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3.21% | 0.64% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.87% | 0.7% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก และหรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนปลายทางกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงดังกล่าว ได้แก่ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนตราสารทุน หน่วย property หน่วย infra หน่วย private equity รวมถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นทองคำ น้ำมันดิบ
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับได้ (circle investment)
กองทุนจะบริหารจัดการแบบ Asset Allocation โดยอ้างอิงสัดส่วนการลงทุนจากโปรแกรมที่บริษัทจัดการพัฒนาร่วมกับ JPMorgan Asset Management (Singapore) Limited และจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนและหรือทรัพย์สินที่ลงทุนตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร โดยจะมีการติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด รวมถึงการนำข้อมูลและมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมในแต่ละภาวะตลาด ทั้งนี้ บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพัฒนาและหรือเปลี่ยนแปลงโปรแกรม และหรือเปลี่ยนแปลงผู้พัฒนาโปรแกรม และหรือยกเลิกโปรแกรมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการยกเลิกโปรแกรมดังกล่าว กองทุนจะยังคงบริหารจัดการแบบ Asset Allocation ตามแนวทางที่กล่าวข้างต้น
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS หน่วย infra หน่วย property หน่วย private equity สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นทั้งในและต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคำ น้ำมันดิบ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งในและต่างประเทศได้
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder fund) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสารและหรือหลักทรัพย์ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม