1.กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ Templeton Latin America Fund ที่จัดอยู่ใน class A(acc) SGD ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบอร์ก โดยมี Templeton Asset Management Ltd. เป็นผู้จัดการกองทุน โดยบริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่ประเทศสิงคโปร์ โดยจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสิงคโปร์ เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่ในอนาคตกองทุนหลักดังกล่าว สามารถทำการซื้อขายในประเทศอื่นใดเป็นการเพิ่มเติมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าว ในประเทศอื่นใดนั้นนอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลัก ในภายหลังก็ได้ โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการและถือว่าได้รับความยินยอมจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ
2.กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้ จะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด
3.ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด
4.กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในเงินฝากและ/หรือตราสารหนี้ในประเทศที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรองเงินไว้สำหรับการดำเนินงาน รอการลงทุน หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน
5.กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
6.ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGD ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGD ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีลาตินอเมริกาอิควิตี้ ทั้งนี้ เมื่อปรากฎกรณีดังกล่าว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดย Templeton Asset Management Ltd. หรือไม่ก็ได้ โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ หรือ ขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีลาตินอเมริกาอิควิตี้ โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งโดยประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยพลัน
7.ในกรณีที่ภายหลังการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกแล้ว ปรากฏว่าจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดตั้งกองทุน โดยจะคืนเงินค่าสั่งซื้อแก่ผู้สั่งซื้อหน่วยลงทุนภายใน 3 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันสุดท้ายของการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว หากเป็นกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม
(2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ
(3) กรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
8.กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
9.ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสาร และ/หรือสัญญาของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted company) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 15 ของ NAV ของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักเพื่อให้การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าว มีอัตราส่วนการลงทุนรวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 15 ของ NAV ของกองทุนเปิดกรุงศรีลาตินอเมริกาอิควิตี้ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า แต่ถ้าปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักแล้วทำให้การลงทุนในกองทุนหลักต่ำกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี บริษัทจัดการจะดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่ หรือเลิกกองทุน โดยมีหลักเกณฑ์หรือวิธีการทำนองเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ 6. ข้างต้น
10.ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้
(10.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ
(10.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม (1)
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุน กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและ/หรือเตรียมการลงทุนและ/หรือเลิกกองทุนดังกล่าว
11.บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
12.ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(12.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(12.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ลักษณะสำคัญของกองทุน Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGD
ชื่อกองทุน : Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGDผู้จัดการกองทุน :Templeton Asset Management Ltd. ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศลักเซมเบอร์กวันที่จัดตั้งกองทุน :25 ตุลาคม 2550ประเภทโครงการ :กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund)นโยบายการลงทุน :กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนภายใต้สภาวะตลาดที่ปกติ โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและ/หรือตราสารหนี้ ซึ่งมุ่งเน้นในหลักทรัพย์ของบริษัทที่จัดตั้งและมีธุรกิจหลักอยู่ในประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา และเนื่องจากนโยบายของกองทุนสามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ กองทุนจึงอาจสร้างโอกาสในการลงทุน โดยการลงทุนในตราสารประเภทอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม เช่น หุ้นบุริมสิทธิ์ หลักทรัพย์แปลงสภาพ และตราสารหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศนอกเหนือจากสกุลเงินของประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา เช่น สกุลเงินเหรียญสหรัฐ หรือสกุลเงินยูโร เป็นต้นอายุโครงการ :ไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผล :ไม่มีผู้ดูแลผลประโยชน์ / ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน:J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A.ข้อจำกัดการลงทุน:บริษัทจัดการขอปฏิเสธการสั่งซื้อหน่วยลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลอเมริกัน (US Person) ตามเจตนารมณ์และข้อกำหนดของกองทุน Templeton Latin America Fund: class A(acc) SGD ซึ่งมีคำจำกัดความของ “บุคคลอเมริกัน” (US Person) หมายถึง ปัจเจกชน บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือบุคคลอื่น ที่เป็นผู้อยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่ของปัจเจกชน บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือบุคคลอื่นดังกล่าว ที่กระทำการภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ในกองทุนที่ไม่ใช่กองทุนของสหรัฐอเมริกา (โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน “ข้อจำกัดของผู้ถือหน่วยลงทุน”)• ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ:
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
1.ตราสารหนี้ในประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives)
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
•ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
1.ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1 พันธบัตร
1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
•อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ:
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ประกาศกำหนดในปัจจุบัน และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต เว้นแต่ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเป็นการเฉพาะดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการลงทุน บริษัทจัดการจะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศที่แก้ไขด้วย
อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1.
หน่วย CIS ในประเทศไม่เกิน 10%
2.
หน่วย CIS ต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80%
อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit)
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1.
ทรัพย์สินดังนี้
1.1 ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้
1.2 เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากที่มีระยะเวลาการฝากเกิน 12 เดือน
1.3 total SIP ตามข้อ 3 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้
1.3.1 มีลักษณะตาม 6.4.3 และ 6.4.4 ของข้อ 6 ในส่วนที่ 1: อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
1.3.2 มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit ratingรวมกันไม่เกิน 25%
2.
หน่วย CIS ในประเทศไม่เกิน 20%
3.
total SIP ซึ่งได้แก่
3.1 ทรัพย์สินตามข้อ 8 (SIP) ในส่วนที่ 1: อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
3.2 ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อที่ตัวตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade/unrated)รวมกันไม่เกิน 15%