KKP SEMICON-H
ที่เลือกสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่นที่บริษัทจัดการจะประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมในอนาคต
กองทุนเปิดเคเคพี เซมิคอนดักเตอร์ เฮดจ์
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง KKP SEMICON-H แทน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
28.4137
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,353 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.96%
อันดับค่าธรรมเนียม 6 จาก 13
1 วัน
+0.08%
1 สัปดาห์
-4.22%
1 เดือน
-15.92%
3 เดือน
+8.17%
6 เดือน
+41.99%
1 ปี
+100.33%
5 ปี
-
สูงสุด
+111.96%
+100.33%(+14.2306)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.68% | 0.8% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.82% | 0.96% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated July 31,2020 (as revised August 17, 2020) และ Supplement dated April 22, 2021
ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศiShares Semiconductor ETF TickerSOXXสกุลเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollars)วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน
10 กรกฎาคม 2544 (July 10, 2001)
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
สหรัฐอเมริกา (UNITED STATES)บริษัทจัดการ
(Investment Adviser)
BlackRock Fund Advisorsอายุโครงการ
ไม่กำหนดดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ICE Semiconductor Indexวัตถุประสงค์การลงทุน
iShares Semiconductor ETF มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี (index) ซึ่งประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
นโยบายการลงทุน
กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี ICE Semiconductor Index (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยดัชนีดังกล่าวใช้วัดผลตอบแทนของตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ตาม ICE Uniform Sector Classification schema (ที่กำหนดโดย ICE Data Indices, LLC (IDI หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมเรียกว่า”ผู้จัดทำดัชนี”( Index Provider)) และเป็นไปตามเกณฑ์ในการคัดเลือกที่กำหนดโดยผู้จัดทำดัชนี ซึ่งรวมถึงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำและข้อกำหนดด้านสภาพคล่อง
บริษัทที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จะรวมถึงบริษัทที่ผลิตวัสดุที่มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้า (electrical conductivity) หรือสารกึ่งตัวนำ (semiconductors) ซึ่งใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้า หรือนำไปใช้กับเทคโนโลยี LED และ OLED นอกจากนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังรวมถึงบริษัทที่ให้บริการหรือผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ เช่น การบรรจุภัณฑ์ (packaging) และการทดสอบ (testing)
ทั้งนี้ ดัชนีอ้างอิงดังกล่าว จะประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดขนาดใหญ่และปานกลาง (large- and mid-capitalization capitalization) ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเวลาผ่านไป โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 ดัชนีอ้างอิงส่วนใหญ่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์หรือเทคโนโลยี โดยส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับ (passive หรือ indexing approach) เพื่อพยายามให้บรรลุตามวัตถุประสงค์การลงทุน โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะเอาชนะดัชนีอ้างอิงและจะไม่ปรับสถานะการลงทุนให้เป็นลงทุนแบบปกป้องหรือเชิงรับ (defensive positions) ในสภาวะตลาดขาลงหรือตลาดมีระดับราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวจึงอาจไม่ได้ทำให้กองทุนหลักเอาชนะดัชนีอ้างอิง แต่ขณะเดียวกันก็อาจเป็นการลดความเสี่ยงบางส่วนของการบริหารจัดการเชิงรุก (active management) เช่น ความผิดพลาดในการเลือกหุ้นรายตัว ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนนี้มุ่งหมายที่จะลดต้นทุนให้ต่ำลงและมีผลการดำเนินงานหลังหักภาษีดีกว่า โดยมุ่งที่จะทำให้การหมุนเวียนการลงทุนของกองทุน (portfolio turnover) อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นตัวแทนขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนที่มี investment profile คล้ายกับดัชนีอ้างอิง(representative sampling) โดยการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น คุณลักษณะด้านการลงทุน (investment characteristics) เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สัดส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม คุณลักษณะด้านปัจจัยพื้นฐาน (fundamental characteristics) เช่น อัตราผลตอบแทน และคุณลักษณะด้านสภาพคล่อง เป็นต้น ดังนั้น กองทุนหลักอาจลงทุน หรือไม่ได้ลงทุนในหุ้นทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงหรือไม่ก็ได้
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก ในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์(depositary receipts) ของหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ส่วนที่เหลือกองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญา futures options swaps เงินสด ตราสารเทียบเท่าเงินสด (ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมตลาดเงินที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisor หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง) รวมถึง ทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงซึ่ง BlackRock Fund Advisorเชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนหลักสามารถเกาะดัชนีอ้างอิงได้ โดยกองทุนหลักมุ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ ได้ไม่เกิน 1/3 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก (รวมหลักประกัน)
ดัชนีอ้างอิงที่ใช้ของกองทุนหลักจัดทำโดย ICE Data Indices, LLC (IDI) ซึ่งเป็นอิสระจากกองทุนหลักและบริษัทจัดการผู้บริหารกองทุนหลัก(BlackRock Fund Advisor) ทั้งนี้ ICE Data Indices, LLC (IDI) เป็นผู้พิจารณาองค์ประกอบและสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของดัชนีอ้างอิง รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : ประมาณ 0.46%
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ (Other Expenses) : ประมาณ 0.00%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Annual Fund Operating Expenses) : ประมาณ 0.46%
หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้
รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Master Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ishares.com/
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม 10.3.1
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities)
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) ต่างประเทศ
ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในต่างประเทศ (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ในต่างประเทศ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity ในต่างประเทศ
เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่นที่บริษัทจัดการจะประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมในอนาคต
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการลงทุน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 และ/หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด