ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
12.5441
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,138 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
4
ระดับ 4 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.47%
อันดับค่าธรรมเนียม 50 จาก 76
1 วัน
-0.02%
1 สัปดาห์
-0.04%
1 เดือน
+0.38%
3 เดือน
+2.57%
6 เดือน
+4.29%
1 ปี
+5.04%
5 ปี
-
สูงสุด
+5.59%
+5.12%(+0.6115)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 0.8% | 0.32% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 3.77% | 0.47% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในตราสารภาครัฐไทย ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารหนี้ ตราสารการเงิน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ที่มีผลตอบแทนแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่เสนอขายทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยในเบื้องต้นกองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารทางการเงินอื่น ทั้งในและหรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณานำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่แฝงอยู่ในธุรกรรม structured note ซึ่งเป็น puttable / callable bond เท่านั้น
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) อันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) จากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่ แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ ไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมี ความผันผวน เกิดภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ และ/หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว เป็นต้นนั้น กองทุนจะมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในประเทศเท่านั้น
รายละเอียดเบื้องต้นของพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่ออกโดยกระทรวงการคลัง
พันธบัตรรัฐบาลไทยประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ (Inflation Linked Bond – ILB) เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งการจ่ายกระแสเงินสดแก่ผู้ถือพันธบัตรจะเชื่อมโยงกับอัตราการเปลี่ยนแปลงสะสมของดัชนีราคาสินค้าอ้างอิงทั่วไป (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป - Headline Inflation) นับตั้งแต่วันที่ออกตราสารจนถึงวันจ่ายกระแสเงินสด กล่าวคือ มูลค่าหน้าตั๋วของ ILB (Initial Par) จะถูกกำหนดไว้ที่ 1,000 บาทต่อหน่วย และกำหนดจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Coupon Rate) เป็นอัตราคงที่ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายจริง มูลค่าหน้าตั๋วของ ILB จะต้องถูกปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสมนับตั้งแต่วันที่ออกตราสารจนถึงวันจ่ายดอกเบี้ย เพื่อเป็นฐานการคำนวณดอกเบี้ย ดังนี้
ดอกเบี้ยจ่ายแต่ละงวด = ( มูลค่าหน้าตั๋ว x อัตราเงินเฟ้อสะสม ) x อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง x 6 / 12
โดย อัตราเงินเฟ้อสะสม = ดัชนีราคาสินค้าทั่วไปที่ใช้อ้างอิง ณ วันจ่ายดอกเบี้ย / ดัชนีราคาสินค้าทั่วไปที่ใช้อ้างอิง ณ วันออกตราสาร
สำหรับในวันครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรฯ ผู้ถือพันธบัตรจะได้รับชำระคืนตามมูลค่าหน้าตั๋วปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสม แต่จะไถ่ถอนคืนไม่ต่ำกว่ามูลค่าหน้าตั๋วของ ILB (ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อหน่วย) รวมดอกเบี้ยจ่ายงวดสุดท้าย
การคำนวณมูลค่าปัจจุบันของ ILB จะใช้วิธีคำนวณมูลค่าคิดลดจากกระแสเงินสดของพันธบัตร คล้ายกับวิธีคำนวณมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลทั่วไปที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่มีความแตกต่าง 2 ประการ คือ
(1) ILB ใช้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield to Maturity) เป็นอัตราคิดลด (Discount Rate) ขณะที่พันธบัตรทั่วไปจะใช้อัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (Yield to Maturity) เป็นอัตราคิดลด
(2) มูลค่าพันธบัตร ILB ที่คำนวณได้จะต้องถูกนำไปปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสมที่เกิดขึ้นจริงจนถึงวันคำนวณมูลค่า ขณะที่พันธบัตรทั่วไปจะไม่มีการปรับอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากกระแสเงินสดจ่ายแต่ละงวด และอัตราคิดลด (YTM) ได้รวมอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้แล้ว
สำหรับพันธบัตรซึ่งอ้างอิงกับเงินเฟ้อในต่างประเทศจะมีลักษณะตราสารและหลักการคำนวณมูลค่าคล้ายคลึงกัน โดยพันธบัตรประเภทนี้ถูกนำออกขายโดยรัฐบาลประเทศต่างๆ อย่างแพร่หลาย เพื่อระดมเงินทุนจากประชาชน แต่อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ชื่อเรียกว่า Treasury Inflation-Protected Securities (TIPS) ประเทศอังกฤษ เรียกว่า Index-Linked Gilts (ILG) และญี่ปุ่น เรียกว่า Inflation-Index Bond (JGBi) เป็นต้น
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่มีสินทรัพย์หรือตัวแปรอ้างอิงเป็นอัตราเงินเฟ้อ และแนวทางการบริหารความเสี่ยง
โดยระบบการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตราสารหนี้ประเภท Structured Note บริษัทจัดการได้จัดวางกระบวนการทำงานที่กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุน การวิเคราะห์ความเสี่ยง การควบคุมและติดตามความเสี่ยง และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ทำหน้าที่โดยตรง กล่าวคือ สายงานจัดการลงทุน เป็นผู้เสนอประเภทหลักทรัพย์และลักษณะตราสารที่จะลงทุน โดยขอให้สายงานด้านวิจัย ทำหน้าที่ด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการจัดการลงทุน (Investment Committee – IC) ในส่วนของสายงานบริหารความเสี่ยง ซึ่งขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee – RMC) จะเป็นผู้พิจารณาโครงสร้างและลักษณะพิเศษของหลักทรัพย์ รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงของคู่สัญญา/ผู้ออกตราสาร รวมถึงการกำหนดวงเงิน ระยะเวลาการลงทุน และในกรณีที่เป็นการลงทุนครั้งแรก จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors – BOD) เพื่ออนุมัติให้เป็นตราสารที่สามารถลงทุนได้ นอกจากนี้ ตามอำนาจและหน้าที่ของสำนักกำกับและดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit – CU) ซึ่งขึ้นตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทจะเป็นผู้ดูแลความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน โดยกำหนดแนวทางการลงทุนให้มีระดับความเสี่ยงและกรอบการลงทุนตามนโยบายกองทุนที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะพิจารณาลงทุนใน Structured Note บริษัทจัดการจะพิจารณาความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยง แบ่งเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
ตราสารที่มีผลตอบแทนผันแปรตามอัตราเงินเฟ้อ จะมีความเสี่ยงหลักที่เกิดจากราคาหรือผลตอบแทนของตราสารปรับตัวขึ้นลง ได้แก่ ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) และความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อที่ใช้อ้างอิง (Reference Inflation Rate) ซึ่งถูกกระทบจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน/การคลัง สภาพคล่องของระบบการเงิน การเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบในตะกร้าสินค้าที่ใช้คำนวณอัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
เนื่องจากตราสารดังกล่าวนี้ จะมีลักษณะแตกต่างจากตราสารหนี้ทั่วไป ดังนั้น ฝ่ายจัดการลงทุน ฝ่ายวิจัย และฝ่ายบริหารความเสี่ยง จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อมูลค่า อันได้แก่
ในกรณีที่ราคาตราสารที่ลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงเกินกรอบความเสี่ยงที่ควบคุมไว้ หรือราคาตลาดเคลื่อนไหวเบี่ยงเบนสูงหรือต่ำกว่าราคาปัจจัยพื้นฐาน ฝ่ายลงทุนอาจจะพิจารณาปรับพอร์ตเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยง และกองทุนจะพิจารณากระจายการลงทุนในตราสารที่ออกในประเทศต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุน โดยคำนึงถึงตัวแปรที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของราคาตราสาร และเนื่องด้วยนโยบายลงทุนของกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารที่ออกโดยภาครัฐ ซึ่งปกติจะมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าตราสารที่ออกโดยกิจการเอกชน ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน ซึ่งมักจะเกิดในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ตราสารที่ออกโดยภาครัฐมักจะมีความผันผวนของราคาต่ำกว่า จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารลักษณะนี้
ความเสี่ยงจาก Structured Note ที่กองทุนรวมไปลงทุน อาจมีการผิดนัดชำระหนี้ โดยบริษัทผู้ออกตราสาร/คู่สัญญานั้น ๆ ไม่สามารถชำระคืนเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้กองทุนเมื่อถึงวันที่ครบกำหนดจ่าย
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
บริษัทจัดการจะมีการกำหนดรายชื่อผู้ออกตราสารใน Approved List ซึ่งอนุมัติโดย IC และกำหนดสัดส่วนการลงทุน ระยะเวลาลงทุน และวงเงินลงทุนโดย RMC ซึ่งเป็นอิสระจากกัน โดยผู้ออกตราสารจะต้องผ่านการวิเคราะห์และนำเสนอเพื่อขออนุมัติโดยฝ่ายวิจัย ซึ่งแนวทางการดำเนินงานของบริษัทจัดการมีความชัดเจนในการอนุมัติรายชื่อผู้ออกหรือตราสาร โดยคำนึงถึงคุณภาพเครดิต ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งพิจารณาจากองค์ประกอบทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และไม่ใช่การเงิน ภาวะตลาดและเศรษฐกิจ รวมถึงธรรมาภิบาลของผู้ออกตราสาร ดังนั้น จึงทำให้เชื่อได้ว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผู้ออก/คู่สัญญาจะอยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทมีฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและประเมินความเสี่ยงนี้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่มีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเกินกรอบที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ รวมถึงแผนบริหารความเสี่ยงที่ฝ่ายงานด้านการลงทุนและฝ่ายงานอื่นต้องปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว
การลงทุนใน Structured Note มีโครงสร้างและเงื่อนไขการจ่ายคืนผลตอบแทนและเงินต้นแตกต่างจากตราสารหนี้ทั่วไป จึงทำให้อาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของตราสารสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป นั่นคือ อาจเกิดความไม่แน่นอนที่จะไม่สามารถเปลี่ยนตราสารที่ลงทุนมาเป็นเงินสดได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยปราศจากการขาดทุน เนื่องจากตลาดไม่มีการเสนอซื้อเสนอขายการทำธุรกรรมที่มากเพียงพอ
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขาดสภาพคล่องของตราสาร อาจมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถขายตราสารที่กองทุนลงทุนไว้ได้หรือขายตราสารในราคาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้ลงทุนอาจขายคืนหน่วยลงทุนไม่ได้ราคาหรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
ตามแนวทางการจัดการลงทุน บริษัทจัดการจะเลือกลงทุนในตราสารที่มีตลาดรองที่มีสภาพคล่องเพียงพอ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะสามารถขายตราสารออกไปได้ในเวลาที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตราสารไม่มีตลาดรองที่ซื้อขายทั่วไป บริษัทจัดการมีการตกลงในเงื่อนไขสัญญากับผู้ออก หรือเลือกลงทุนเฉพาะตราสารที่ยินยอมให้กองทุนขายคืนหรือไถ่ถอนตราสารได้ก่อนครบกำหนด โดยราคาขายคืนหรือราคาไถ่ถอนจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สมเหตุสมผลและเป็นแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในทางธุรกิจ ทั้งนี้ โดยปกติ กรณีที่ตราสารมีการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะ (Terms and Conditions) บริษัทจัดการจะมีส่วนงานที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมพิจารณา และต้องขออนุมัติต่อ IC ก่อนการทำธุรกรรมและลงนามในสัญญาด้วย
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
2 อัตราดอกเบี้ย
.3 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
4 เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
5 ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตาม 1 - 4 หรือ 7
6 ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นดัชนีตาม 5
7 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ
ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม