ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด แอล เอช เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.6% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
8.3755
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
265 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
2.098%
อันดับค่าธรรมเนียม 10 จาก 10
1 วัน
+17.56%
1 สัปดาห์
+0.64%
1 เดือน
-15.96%
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-16.24%
-16.24%(-1.6245)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.5% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.5% | 1.605% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.5% | 1.605% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5% | 2.098% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ซึ่งกองทุนไทยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง Hong Kong dollars (HKD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง The Stock Exchange of Hong Kong Limited (“SEHK”) เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนจัดตั้งในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุน (Manager) รับผิดชอบการบริหารการลงทุนของกองทุนหลัก และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและอนุญาตของ Securities and Futures Commission of Hong Kong (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยกองทุน GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF เป็นกองทุนย่อยภายใต้การจัดการบริหารจัดการลงทุน คือ Global X Exchange Traded Funds Series OFC (the “Company”) ที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะของบริษัทจำกัดความรับผิดในรูปแบบของ Umbrella และมีการแยกความรับผิดระหว่างกองทุนย่อยแต่ละกองทุนอย่างชัดเจน
โดยกองทุน GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF มีวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี FactSet Asia Semiconductor Index (“ดัชนีอ้างอิง”) ซึ่งเป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Free Float Market Capitalisation Weighted Index) แบบ Net Total Return โดยได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทในภูมิภาคเอเชียที่มีสัดส่วนรายได้จากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากกว่าร้อยละ 50 หรือเป็นบริษัทในภูมิภาคเอเชียที่มีคุณสมบัติเป็น “ผู้นำตลาด” (Market Leadership) ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ โดยกองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี FactSet Asia Semiconductor Index มากที่สุด ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ส่วนกองทุนหลักมีสกุลเงินฐาน (Base Currency) เป็นเงินหยวน (RMB) และอาจมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในหลายสกุลเงินตามตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ leveraged management หรือ inverse management เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุนรวม (portfolio management) และจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 – 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) โดยในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง Hong Kong dollars (HKD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง Hong Kong dollars (HKD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ที่มี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ลดความผันผวนของกองทุน และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสัญญาหรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกันไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ การลงมติใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฎว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ดังนี้
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
พร้อม ข้อ 1.
ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก
ชื่อกองทุนกองทุน Global X Asia Semiconductor ETF วัตถุประสงค์กองทุน Global X Asia Semiconductor ETF มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี FactSet Asia Semiconductor Index (“ดัชนีอ้างอิง”) มากที่สุด นโยบายการลงทุนกองทุน Global X Asia Semiconductor ETF
ผู้จัดการกองทุนมีความประสงค์ที่จะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบผสมผสานระหว่างการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงตามสัดส่วนหรือใกล้เคียงกับน้ำหนักของดัชนี เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง (Physical Replication) และการลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนอ้างอิงดัชนี (Synthetic Replication) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน
กองทุนจะดำเนินการลงทุนดังต่อไปนี้
(1) ลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 50 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Net Asset Value: NAV) และ
(2) ใช้กลยุทธ์การลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์ (Synthetic Replication) เป็นกลยุทธ์เสริม เมื่อผู้จัดการกองทุนเห็นว่าการลงทุนดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทุนย่อย โดยอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivative Instruments : FDIs) ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์ดังกล่าวจะเป็นธุรกรรมสัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swap) เป็นหลัก กับคู่สัญญาหนึ่งรายหรือหลายราย
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนีดังกล่าว ทั้งนี้ อาจลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ดังกล่าว และ/หรือ ลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivative Instruments : FDIs) เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง หรือเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุน
กองทุนจะถือครองหลักทรัพย์ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักของหลักทรัพย์แต่ละรายการตามที่กำหนดไว้ในดัชนีอ้างอิง (Investment Strategy) อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนจริงอาจแตกต่างจากดัชนีอ้างอิงได้ตามความเหมาะสม อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านการลงทุน สภาพคล่อง ค่าใช้จ่าย หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่การดำเนินกลยุทธ์การลงทุนตามที่กำหนดไว้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ในทางปฏิบัติ หรือในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนเห็นสมควรตามดุลพินิจ ผู้จัดการกองทุนอาจเลือกใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ตัวแทน (Representative Sampling) ของหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง โดยอาจลงทุนโดยตรง และ/หรือ ใช้ตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน ทั้งนี้ การคัดเลือกหลักทรัพย์ตัวแทนดังกล่าวจะใช้แบบจำลองเชิงปริมาณตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Rule-based Quantitative Analytical Models) เพื่อจัดทำพอร์ตการลงทุนที่สะท้อนลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง
ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้จัดการกองทุนอาจปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้แตกต่างจากน้ำหนักของดัชนีอ้างอิงได้ โดยกำหนดให้สัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละรายการสามารถเบี่ยงเบนจากน้ำหนักของหลักทรัพย์นั้นในดัชนีได้ไม่เกิน ±3 จุดเปอร์เซ็นต์
ผู้จัดการกองทุนอาจปรับเปลี่ยนหรือสลับใช้กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวข้างต้นได้ตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า และอาจดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลักในการติดตามผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงให้ใกล้เคียง และ/หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุน
กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ดังนี้
(1) หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย และ
(2) หุ้นสามัญและตราสารแสดงสิทธิในหุ้นต่างประเทศ (American Depositary Receipts : ADRs) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange : NYSE) หรือ NASDAQ
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้น A-Shares ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงผ่านโครงการ Stock Connect ซึ่งอาจรวมถึงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด ChiNext ของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (Shenzhen Stock Exchange: SZSE) และ/หรือ ตลาด Science and Technology Innovation Board (STAR Board) ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange: SSE)
ดัชนีอ้างอิงเป็นดัชนีหุ้นที่คำนวณโดยใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่มีการปรับด้วยสัดส่วนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริง (Free Float Market Capitalisation Weighted Index) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย
ดัชนีครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland China), ฮ่องกง (Hong Kong), อินโดนีเซีย (Indonesia), อินเดีย (India), มาเลเซีย (Malaysia), ฟิลิปปินส์ (Philippines), สิงคโปร์ (Singapore), ญี่ปุ่น (Japan), เกาหลีใต้ (South Korea), ไต้หวัน (Taiwan) และประเทศไทย โดยบริษัทที่จะได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เป็นบริษัทที่มีรายได้หลักจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวมากกว่าร้อยละ 50 ของรายได้รวมในรอบปีบัญชีล่าสุด หรือ
(2) เป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติแสดงถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Market Leadership) ซึ่งหมายถึงบริษัทที่เข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ
(ก) เป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของโลกในด้านรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (หน่วยดอลลาร์สหรัฐ) ในรอบปีบัญชีล่าสุด หรือ
(ข) มีรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบปีบัญชีล่าสุด ตามการจำแนกกลุ่มอุตสาหกรรมของ FactSet RBICS Focus
ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยหลักทรัพย์ (รวมถึงหุ้นสามัญและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ADRs)) ที่ออกโดยบริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่หรือจัดตั้งขึ้นในประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียที่กำหนด ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่จะได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นส่วนประกอบของดัชนีต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายหลัก (Primary Listing) ในตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนด ได้แก่ Bursa Malaysia, ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (SEHK), ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย, JASDAQ, ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี, ตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์, ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE), ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE), ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน หรือ ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว หรือ
(2) เป็นหุ้นสามัญหรือ ADRs ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ)
ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Total Market Capitalisation) ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อหลักทรัพย์
สำหรับหลักทรัพย์ที่ยังไม่เคยเป็นส่วนประกอบของดัชนี จะต้องมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันย้อนหลัง 3 เดือน (Average Daily Trading Value: ADTV) ไม่น้อยกว่า 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ณ วันที่พิจารณาคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนี ขณะที่หลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนีอยู่แล้วจะสามารถคงอยู่ในดัชนีได้ หากมี ADTV ย้อนหลัง 3 เดือน มากกว่า 15 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ณ วันที่พิจารณาคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนี
บริษัทที่จะถูกคัดเลือกต้องถูกจัดประเภทให้อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมย่อยระดับ “Level 6”ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ตามการจัดประเภทของ FactSet Revere Business Industry Classification Systems Focus (“RBICS Focus”) ซึ่งเป็นระบบการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะของ FactSet Research Systems Inc. (“FactSet” หรือ “ผู้จัดทำดัชนี”) ที่ใช้ในการกำหนดภาคเศรษฐกิจของหลักทรัพย์ หรือเป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติความเป็นผู้นำตลาด (“market leadership”) ในหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้ระบบ RBICS Focus บริษัทจะถูกจัดให้อยู่ใน อุตสาหกรรมย่อยระดับ “Level 6” ตามธุรกิจที่สร้างรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 50 ของรายได้รวมในปีงบการเงินล่าสุด ในกรณีที่บริษัทมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย (diversified business) เมื่อมีความจำเป็น ระบบจะกำหนดหมวดอุตสาหกรรมย่อย RBICS Level 6 สำหรับธุรกิจแบบหลากหลาย (diversified RBICS Level 6 sub-industry) ซึ่งต้องสะท้อนถึงภาคธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และครอบคลุมสัดส่วนรายได้ไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้รวมของบริษัทในปีงบการเงินล่าสุด
ระเบียบวิธีการจัดทำดัชนีอ้างอิงได้รับการพัฒนาโดยบริษัท FactSet และดัชนีอ้างอิงได้เริ่มคำนวณและเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุน (รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้จัดการกองทุน) ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือความเป็นอิสระจากผู้จัดทำดัชนีอ้างอิง โดยบริษัท Solactive AG ทำหน้าที่เป็นผู้คำนวณดัชนี (the “Index Calculation Agent”) โดยรับผิดชอบในการดำเนินการ คำนวณ ดูแล บำรุงรักษา และจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับดัชนีดังกล่าว
ดัชนีอ้างอิงเป็นดัชนีประเภท Net Total Return ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี โดยในการคำนวณดัชนีจะนำกระแสเงินสดที่เกิดจากการถือครองหลักทรัพย์ อาทิ เงินปันผล มารวมคำนวณด้วย ภายหลังหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ผู้ลงทุนซึ่งถือครองหลักทรัพย์ดังกล่าวพึงต้องรับภาระตามปกติ ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวกำหนดค่าและแสดงผลในสกุลเงินหยวนจีนนอกประเทศ (Offshore RMB)
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 ดัชนีอ้างอิงประกอบด้วยหุ้นซึ่งเป็นส่วนประกอบจำนวน 40 บริษัท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมประมาณ 14,977.88 พันล้านหยวนจีน
ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวจะมีการปรับองค์ประกอบหลักทรัพย์ (Reconstitution) และปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ปีละ 2 ครั้ง โดยดำเนินการหลังจากปิดการซื้อขายของวันศุกร์ที่สี่ของเดือนมีนาคม และเดือนกันยายนของทุกปี (“Reconstitution Day” และ “Rebalance Day”)
หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนจัดตั้งในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกองทุน (Manager) รับผิดชอบการบริหารการลงทุนของกองทุนหลัก และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและอนุญาตของ Securities and Futures Commission of Hong Kong (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยกองทุน GLOBAL X ASIA SEMICONDUCTOR ETF เป็นกองทุนย่อยภายใต้การจัดการบริหารจัดการลงทุน คือ Global X Exchange Traded Funds Series OFC (the “Company”)ประเภทกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)สกุลเงิน (Currency)สกุลเงินฐาน (Base Currency) : เงินหยวน (RMB)
สกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย (Trading Currency) : ดอลลาร์ฮ่องกง Hong Kong dollars (HKD)
ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์Stock Exchange of Hong Kong Limited (SEHK)วันที่จัดตั้งกองทุน23 กรกฎาคม 2564อายุกองทุนไม่กำหนดวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการนโยบายการจ่ายเงินปันผลจ่ายปีละ 1 ครั้ง (ถ้ามี)ค่าธรรมเนียม
Management fee
Ongoing charges over a year
ร้อยละ 0.68 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
ร้อยละ 0.68 ต่อปี
Custodian Feeรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมการจัดการ (Included in the Single Management Fee)Registrar Feeรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมการจัดการ (Included in the Single Management Fee)ผู้ให้บริการดัชนี
(Index Provider)
FactSet Research Systems Inc. (“FactSet”) บริษัทจัดการGlobal X Exchange Traded Funds Series OFC ผู้จัดการกองทุน (Manager)Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limitedผู้ดูแลระบบกองทุน
Administrator
Citibank, N.A., Hong Kong Branchผู้ดูแลทรัพย์สิน
(Custodian)
Cititrust Limitedนายทะเบียน
(Registrar)Tricor Investor Services LimitedBenchmarkFactSet Asia Semiconductor Index (net total return)ISINHK0000756236แหล่งข้อมูลกองทุนhttps://www.globalxetfs.com.hk/funds/asia-semiconductor-etf/หมายเหตุ :
สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักข้างต้นได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องจากเนื้อหาต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนหลักได้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม