กองทุนจะนำเงินลงทุนที่ระดมได้ไปลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผล และมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ดังนี้
1.ประวัติการจ่ายเงินปันผลในอดีต ประมาณ 1-5 ปีย้อนหลัง และ
2.ผลประกอบการในปัจจุบันและในอนาคต โดยพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตของยอดขาย หรือรายได้ หรือกำไร และ
3.แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
โดยจะมีการพิจารณาเลือกลงทุนให้สอดคล้องตามเกณฑ์ที่กำหนด และพิจารณาปรับหลักทรัพย์ที่ลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งวิเคราะห์ผลการดำเนินงานหรือฐานะทางการเงินของบริษัทที่ลงทุน อย่างน้อยละปี 1 ครั้ง
สำหรับเงินทุนส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานประกาศกำหนด
กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือตราสารที่เสนอขายในต่างประเทศ ตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทกองทุนรวมจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้
1.ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2.ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนข้างต้นจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ