กองทุนจะนำเงินลงทุนที่ระดมได้ไปลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมโดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) ในระยะปานกลางถึงระยะยาว
สำหรับเงินทุนส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในเงินฝากธนาคารตราสารแห่งหนี้ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนใบสำคัญแสดงสิทธิและ/หรือหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ
ก.ล.ต. รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน
(Efficient Portfolio Management) ให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น
รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน
(Hedging) ในกรณีที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง หรือมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือตราสารที่เสนอขายในต่างประเทศตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(Unlisted securities)ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง(Structured Notes)รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้(non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ(Unrated Securities)ทั้งนี้กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้(non – investment grade)เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้(Investment grade)ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.
หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง
รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives)
รวมถึงนโยบายการลงทุนอื่นใด บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ
ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทกองทุนรวมจะไม่นับช่วงระยะเวลา
ดังนี้
1
ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2
ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3
ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน
หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก
หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า
10 วันทำการ
ทั้งนี้
การคำนวณสัดส่วนข้างต้นจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ