กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ การจัดจำหน่าย การผลิต และการขายเซมิคอนดักเตอร์ โดยจะลงทุนในกองทุนหลักเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนเปิด แอล เอช เซมิคอนดักเตอร์ จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Semiconductor ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) บริหารและจัดการโดย BlackRock Fund Advisors ("BFA")
โดยกองทุน iShares Semiconductor ETF มีเป้าหมายเพื่อให้ผลตอบแทนด้านการลงทุนสอดคล้องกับดัชนี ICE Semiconductor Index ("ดัชนีอ้างอิง") โดยจะลงทุนอย่างน้อย 90% ในหลักทรัพย์ของดัชนีอ้างอิงและในตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ในดัชนีอ้างอิง และที่เหลืออีกไม่เกิน 10% จะลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ (futures) ตราสารสิทธิ (options) และสัญญาสวอป (Swap) บางชนิด เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงหุ้นของกองทุนรวมตลาดเงินที่ BFA หรือบริษัทในเครือแนะนำ ตลอดจนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ไม่อยู่ในดัชนีอ้างอิง แต่เป็นหลักทรัพย์ที่ BFA เชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนสามารถติดตามดัชนีอ้างอิงได้
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าว เป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หรือญี่ปุ่น และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์ หรือสกุลเงินเยน (ญี่ปุ่น) ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความยินยอมจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ (ประเทศ) ที่ทำการซื้อขายและ/หรือสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนที่เหลือกองทุนไทยจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก
ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึง หลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนไทยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือ เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 - 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
อนึ่ง ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน iShares Semiconductor ETF (“กองทุนหลัก”) ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) หรือกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุนดังกล่าวซึ่งเป็นกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เกิดความผันผวนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินตลาดทุน หรือเกิดภัยพิบัติ หรือภาวะสงคราม และ/หรือกรณีที่กองทุนหลักดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการลงทุน หรือผู้จัดการกองทุน หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน การบริหารจัดการ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือผู้จัดการกองทุนเห็นว่าการลงทุนในกองทุนอื่นมีความเหมาะสมกว่า และ/หรือมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือความผันผวนต่ำกว่า และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนหลักขัดกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือมีการกระทำความผิดร้ายแรง โดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้น ๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักจะทำให้บริษัทจัดการปฎิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนในหน่วย CIS บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของกองทุนเปิด แอล เอช เซมิคอนดักเตอร์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะคำนึงถึงและรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง(circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ.เดียวกันอีก (cascade investment)
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงในลักษณะ ดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง
การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม ข้อ 1
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ 1ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
4 รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อ 3 ให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม ข้อ 3 แล้วเสร็จ
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้
ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก
ชื่อกองทุนกองทุน iShares Semiconductor ETF
ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) และที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) และบริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors
ประเภทกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)วันที่จัดตั้งกองวันที่ 10 กรกฎาคม 2544วัตถุประสงค์ในการลงทุนกองทุน iShares Semiconductor ETF ("กองทุน") มีเป้าหมายเพื่อให้ผลตอบแทนด้านการลงทุนที่สอดคล้องกับดัชนี ICE Semiconductor Index ("ดัชนีอ้างอิง")กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญกองทุน iShares Semiconductor ETF
กองทุนทำการลงทุนอย่างน้อย 90% ในหลักทรัพย์ของดัชนี ICE Semiconductor Index ("ดัชนีอ้างอิง") หรือ (“Underlying Index”)
โดยดัชนีอ้างอิงซื้อขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจด้านเซมิคอนดักเตอร์ ที่จัดทำดัชนีโดยบริษัทแนสแด็ก (Nasdaq, Inc.)
ดัชนีอ้างอิงดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ การผลิต การจัดจำหน่าย และการขายเซมิคอนดักเตอร์ ดัชนีอ้างอิงจะประกอบด้วยทั้งบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง และองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
กองทุนอาจลงทุนสินทรัพย์ส่วนที่เหลือในสัญญาฟิวเจอร์ (futures) ตราสารสิทธิ (options) และสัญญาสวอป (Swap) บางชนิด เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงหุ้นของกองทุนรวมตลาดเงินที่ BFA หรือบริษัทในเครือแนะนำ ตลอดจนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ไม่อยู่ในดัชนีอ้างอิง แต่เป็นหลักทรัพย์ที่ BFA เชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนสามารถติดตามดัชนีอ้างอิงได้ กองทุนดังกล่าวพยายามติดตามผลการลงทุนของดัชนีอ้างอิงก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน
บริษัทจัดการ (Sponsor)BlackRock Fund AdvisorsCustodian and Transfer AgentState Street Bank and Trust Companyสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (US Dollar)วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการอายุกองทุนไม่กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่มีManagement feeร้อยละ 0.46 ต่อปีExpense Ratioร้อยละ 0.46 ต่อปีCUSIP464287523Index TickerSOXXแหล่งข้อมูลกองทุนหลักwww.ishares.comหมายเหตุ :
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนหลักได้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด