M-Global Islamic
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อิสลามิก ฟันด์
- จดทะเบียนกองแม่
- ลักเซมเบิร์ก
- ค่าเงิน
- ดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง)
กองนี้ลงทุนอะไร
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก HSBC Islamic Global Equity Index Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
—
ยังไม่มีข้อมูล
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
—
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
-
1 สัปดาห์
-
1 เดือน
-
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart)
ยังไม่มีประวัติ NAV สำหรับ ประเภทหน่วยลงทุนนี้
กราฟจะแสดงเมื่อ pipeline นำเข้าข้อมูลของประเภทหน่วยลงทุนนี้แล้ว
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ HSBC Islamic Global Equity Index Fund (กองทุนหลัก) โดยจะลงทุนใน Class: IC ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักมี HSBC Investment Funds (Luxembourg) S.A. เป็นบริษัทจัดการลงทุน (Management Company) และจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO และเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของ UCITS
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี Dow Jones Islamic Market Titans 100 (the Islamic Index) ให้ใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งดัชนีประกอบด้วยหุ้นของบริษัทในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่จากทั่วโลก กองทุนจะลงทุนเฉพาะหุ้นของบริษัทที่เป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ หรือตามที่คณะกรรมการชะรีอะฮ์อนุมัติ
สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อิสลามิก ฟันด์ อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อยลง หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยง โดยผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามอัตราส่วนที่กำหนด ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้ง การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนที่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
อนึ่ง การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อิสลามิก ฟันด์ จะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) หรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตามข้อ 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตามข้อ 3.
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม 3.1
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือเมื่อกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ
ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศHSBC Islamic Global Equity Index Fund หน่วยลงทุนชนิด (Class) IC
ประเภทกองทุน
กองทุนดัชนี (Index Fund)
ลักษณะเฉพาะของ Class: IC1. เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน
การกำกับดูแลCommission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ของประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCOบริษัทจัดการลงทุนHSBC Investment Funds (Luxembourg) S.A.ที่ปรึกษาการลงทุนHSBC Global Asset Management (UK) Limitedวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนกองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี Dow Jones Islamic Market Titans 100 (the Islamic Index) ให้ใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งดัชนีประกอบด้วยหุ้นของบริษัทในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่จากทั่วโลก กองทุนจะบริหารแบบเชิงรับ และโดยปกติจะลงทุนในหุ้นของบริษัทในสัดส่วนที่ใกล้เคียงดัชนี และหุ้นที่ลงทุนจะได้รับการคัดเลือกโดยกรองหุ้นทั้งหมดของดัชนีโดยพิจารณาจากประเภทของธุรกิจและอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อคัดหุ้นที่ไม่เข้าตามหลักชะรีอะฮ์ออก ซึ่งกองทุนจะลงทุนเฉพาะหุ้นของบริษัทที่เป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ หรือตามที่คณะกรรมการชะรีอะฮ์อนุมัติ
คณะกรรมการชะรีอะฮ์จะติดตามกองทุนและให้ใบรับรองแก่กองทุนว่าเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์เป็นประจำทุกปี ซึ่งใบรับรองจะอยู่ในรายงานประจำปีของกองทุนเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามหลักชะรีอะฮ์
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives)
ที่ปรึกษาการลงทุนจะใช้กลยุทธ์ “Full replication” เพื่อติดตามดัชนี โดยกองทุนจะลงทุนในหุ้นทั้งหมดหรือตราสารเทียบเท่าตราสารทุน (เช่น ตราสาร American Depository Receipts และ Global Depository Receipts)ของดัชนีในสัดส่วนเดียวกับดัชนี เพื่อที่จะติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่ออกโดยผู้ออกรายเดียวกันได้ถึงร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจเพิ่มการลงทุนในผู้ออกรายเดียวได้ถึงร้อยละ 35 ในกรณีที่สภาวะตลาดต่างไปจากปกติ กองทุนอาจถือครองทรัพย์สินบางส่วนเป็นเงินสดเพื่อบริหารการซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
หน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการชะรีอะฮ์
ข้อห้ามของเครื่องมือทางการเงิน
คณะกรรมการชะรีอะฮ์ประกาศเครื่องมือทางการเงินและธุรกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการลงทุน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการชะรีอะฮ์ ได้แก่ การลงทุนในตราสารที่มีดอกเบี้ย ตราสารหรือบัญชีที่อิงกับดอกเบี้ย การใช้ตราสารอนุพันธ์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ การยืมหุ้นเพื่อขายในราคาที่สูงและซื้อหุ้นกลับในราคาที่ต่ำเพื่อคืนหุ้นให้ผู้ให้ยืม (Short Selling) และกิจกรรมอื่นที่ไม่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์
BenchmarkDow Jones Islamic Market Titans 100 Net Total Return Index
วันที่จัดตั้งกองทุน30 มีนาคม 2560ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายไม่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)อายุกองทุนไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายเงินปันผลผู้รับฝากทรัพย์สินHSBC Continental Europe, LuxembourgBloomberg TickerHSBAGIC LXISIN CodeLU1569385302วันทำการซื้อขายทุกวันทำการแหล่งข้อมูลhttps://www.assetmanagement.hsbc.lu/en/professional-clients/funds/lu1569385302ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)ค่าธรรมเนียมการจัดการ
(Management Fee)
(Operating Administrative and Servicing Expenses)
(ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนี https: //www.spglobal.com/spdji/en/indices/equity/dow-jones-islamic-market-titans-100-index/#overview)
* ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น กรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ หากกองทุน HSBC Islamic Global Equity Index Fund มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
บริษัทจัดการจะพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี) เพื่อเป็นที่ปรึกษาชะรีอะฮ์ของกองทุนรวม อย่างน้อย 1 ท่าน โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับข้างต้น เพื่อเป็นกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนรวมเพิ่มเติม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปิดเผยรายชื่อที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน
ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ตามหลักศาสนาอิสลาม การดำเนินการด้านการบริหารจัดการรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ ตลอดจนแนวทางการดำเนินการในกรณีที่หลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติของกองทุนหลักและกองทุนไทยมีความแตกต่างกัน รวมถึงการให้คำแนะนำอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการกองทุนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะไม่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบริษัทจัดการแต่อย่างใด
โดยบริษัทจัดการจะจัดให้มีการประชุมที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และในกรณีของการประชุมของคณะกรรมการชะรีอะฮ์ในแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมดเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ในกรณีที่ไม่สามารถจัดประชุมได้บริษัทจัดการอาจดำเนินการนำส่งมติเวียนให้ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ทุกท่านพิจารณา ทั้งนี้ ในการประชุมแต่ละครั้ง ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือกรรมการชะรีอะฮ์จะได้รับค่าตอบแทนจากการประชุม โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี) ดังนี้
(1) มีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก) กฎหมายอิสลาม
(ข) หลักการศาสนาอิสลาม
(ค) กฎหมายพาณิชย์และธุรกรรมอิสลาม
(ง) เศรษฐศาสตร์อิสลามและการเงินการธนาคารอิสลาม
(2) มีประสบการณ์อย่างน้อยสามปีในด้านใดด้านหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก) ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับหลักการของศาสนาอิสลาม
(ข) วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการเงินการธนาคารอิสลาม
(ค) เป็นผู้บรรยายสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งตาม (1) ของสถาบันที่เป็นที่รู้จักและยอมรับ
(3) มีความรู้ความสามารถในภาษาอาหรับหรือจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอาหรับเป็นหลักในการเรียนการสอน
(4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(ก) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(ข) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต หรือเคยถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว
(ค) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษในความผิดตาม (ข) โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวกล่าวโทษในความผิดตาม (ข)
(ง) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน โดยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายหรือต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสถาบันการเงินดังกล่าวซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาต ถูกควบคุมกิจการ หรือถูกระงับการดำเนินกิจการโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงินนั้น
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามตาม (ค) และ (ง) คำว่า “สถาบันการเงิน” ให้หมายความถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน
บริษัทจัดการจะเลือกลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์หรือตามที่คณะกรรมการชะรีอะฮ์อนุมัติ ในประเทศที่เป็นตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่จากทั่วโลก โดยมีกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรับ เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับดัชนี Dow Jones Islamic Market Titans 100 (the Islamic Index) มากที่สุด ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นของบริษัทในสัดส่วนเท่ากับดัชนี ซึ่งหุ้นที่ลงทุนจะได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากประเภทของธุรกิจและอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อให้ได้หุ้นที่เข้าหลักเกณฑ์ตามหลักชะรีอะฮ์เท่านั้น
สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกตราสารทางการเงิน คณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนหลักจะประกาศเครื่องมือทางการเงินและธุรกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการลงทุน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนหลัก ได้แก่ การลงทุนในตราสารที่มีดอกเบี้ย ตราสารหรือบัญชีที่อิงกับดอกเบี้ย การใช้ตราสารอนุพันธ์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ การยืมหุ้นเพื่อขายในราคาที่สูงและซื้อหุ้นกลับในราคาที่ต่ำเพื่อคืนหุ้นให้ผู้ให้ยืม (Short Selling) และกิจกรรมอื่นที่ไม่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนหลักจะติดตามกองทุนและให้ใบรับรองแก่กองทุนว่าเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์เป็นประจำทุกปี ซึ่งใบรับรองจะอยู่ในรายงานประจำปีของกองทุนเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามหลักชะรีอะฮ์
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะจัดให้มีการกำกับดูแลให้การลงทุนของกองทุนไทยเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ โดยนอกจากจะอาศัยกลไกการคัดเลือกและการติดตามการลงทุนของกองทุนหลักและคณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนหลักแล้ว บริษัทจัดการยังจะติดตามและประเมินความสอดคล้องของกองทุนไทยกับหลักชะรีอะฮ์ของกองทุนหลักอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนยังคงเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของกองทุนไทย
บริษัทจัดการจะรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนและผลการดำเนินงานที่เปิดเผยในเอกสารการขาย (fund fact sheet) ตามที่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศลงทุนเปิดเผย ให้ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนไทยทราบอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
การมีส่วนร่วมของบริษัทจัดการ : บริษัทจัดการมีแนวทางในการติดต่อประสานงานกับผู้จัดการกองทุนหลักหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการกองทุนหลักของหน่วยลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามและตรวจสอบการลงทุนของกองทุนหลักอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมผู้จัดการกองทุนได้ร่วมแสดงและแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ กับผู้จัดการกองทุนหลัก ถึงแนวทางการดำเนินงานและกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะทำการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ต่อประมาณการผลการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนรวมต่างประเทศไม่เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนหรือเอกสารการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว ตามความเหมาะสมต่อไป