ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมตาเวิร์ส อิควิตี้
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
9.6697
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
174 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.44%
อันดับค่าธรรมเนียม 22 จาก 73
1 วัน
-1.81%
1 สัปดาห์
-0.05%
1 เดือน
-3.25%
3 เดือน
-0.12%
6 เดือน
+1.45%
1 ปี
-0.40%
5 ปี
-
สูงสุด
+5.52%
-0.40%(-0.0388)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.89% | 1.44% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลกของบริษัทจดทะเบียนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือการจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี หรือความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึง Metaverse รวมถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการสร้างรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนมีเป้าหมายการลงทุนเพื่อให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยมีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจาก 3 ด้าน ดังนี้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่นการทําสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือสัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / อัตราดอกเบี้ย หรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกําหนด และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนกองทุนรวมต่างประเทศและ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว และในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ
กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น2. คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว โดยในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท เช่น Bitcoin, Ethereum เป็นต้น จะต้องมีฐานะการลงทุนสูงสุด (maximum limit) ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเมื่อนับรวมกับ total specific investment product แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนดังนี้
ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ทคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือพันธบัตร โดยคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บรักษามูลค่าได้เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกัน
ผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ทผลตอบแทนจากการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ดี เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูง อาจสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนในมูลค่าสูงได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็วในส่วนของการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนทางอ้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ การแต่งตั้งผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นไปตามที่กองทุนปลายทางกำหนด
ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม