ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล คอนเวอร์ติเบิล บอนด์
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
9.2428
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
10 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.36%
อันดับค่าธรรมเนียม 63 จาก 65
1 วัน
-0.38%
1 สัปดาห์
-0.85%
1 เดือน
-1.89%
3 เดือน
+1.91%
6 เดือน
+3.34%
1 ปี
+6.36%
5 ปี
-
สูงสุด
+8.95%
+6.36%(+0.5527)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.89% | 1.36% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bond) หุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีเงื่อนไข (contingent convertible bond) และตราสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตราสารหนี้ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Negotiable Debt Instruments) เป็นต้น เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ทั่วโลก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ในสัดส่วนกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่สัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมิได้เกิดจากการลงทุนเพิ่มหรือได้หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศดังกล่าวภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนเกินสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้
สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เช่น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่นการทําสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือ สัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / อัตราดอกเบี้ย หรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด และอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase agreements) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือการกู้ยืมเงิน (Cash borrowing) เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องชั่วคราวได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว และในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนนั้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนที่ปรากฎเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนลงทุนที่ปรากฎเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุน เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะประกาศทางเวบไซต์ของบริษัทจัดการ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม