ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เจแปน อิควิตี้
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Arcus Japan Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
11.1453
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
177 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.96%
อันดับค่าธรรมเนียม 17 จาก 19
1 วัน
-2.62%
1 สัปดาห์
+1.74%
1 เดือน
+6.85%
3 เดือน
+10.83%
6 เดือน
+11.45%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+11.45%
+11.45%(+1.1453)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.89% | 1.96% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ Arcus Japan Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) “A ACC USD Hedged” ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS ทั้งนี้ กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Arcus Investment Limited (Investment Manager) และมี FundRock Management Company S.A. (Management Company) เป็นบริษัทจัดการ
สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เจแปน อิควิตี้ อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อยลง หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยง ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
อนึ่ง การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เจแปน อิควิตี้ จะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) หรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตามข้อ 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตามข้อ 3.
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม 3.1
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง
ที่ปรากฏเหตุ
ข้อมูลสำคัญของกองทุน Arcus Japan Fund
ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศArcus Japan Fund
โดยจะลงทุนใน Class A ACC USD Hedged ลักษณะเฉพาะของ Class A ACC USD Hedged1. เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน
(Investment Manager)Arcus Investment Limitedวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนกองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อให้มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะยาว และให้ผลการดำเนินงานสูงกว่าผลการดำเนินงานของดัชนี Tokyo Stock Exchange First Section Total Return Index (TOPIX TR) (ดัชนีชี้วัด) กองทุนไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนเพื่อให้สอดคล้องกับดัชนีชี้วัด แต่จะใช้ดัชนีชี้วัดเพื่อวัดผลการดำเนินงาน โดยกองทุนมุ่งหวังให้ผลการดำเนินงานสูงกว่าดัชนีชี้วัด (actively managed) ทั้งนี้ ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากองทุนจะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนอาจแตกต่างจากดัชนีชี้วัดอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้ว หลักทรัพย์ที่กองทุนถือครองส่วนใหญ่จะเป็นหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีชี้วัด
กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่ผู้จัดการลงทุนพิจารณาว่ามีราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม มีความแข็งแกร่งทางการเงินเพียงพอที่จะผ่านช่วงภาวะถดถอยได้สำเร็จ และสามารถสร้างผลกำไรจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้
ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่กองทุนถือครองจะประกอบด้วยตราสารทุนในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักและตราสารที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุด้านล่าง แต่อาจลงทุนในบริษัทที่อยู่นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นที่ผู้จัดการลงทุนเห็นว่าสามารถช่วยปรับความเสี่ยงหรือผลตอบแทนของกองทุนให้ดีขึ้นได้
กองทุนมีนโยบายการลงทุนแบบเป็นระบบ (systematic approach) เพื่อแสวงหามูลค่าซึ่งพัฒนาขึ้นโดยผู้จัดการลงทุน รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ การลงทุนจะดำเนินการตามโมเดลการประเมินมูลค่าของผู้จัดการลงทุน ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนแบบสวนกระแส (contrarian strategy) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในปัจจุบัน โดยคาดหวังว่าราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงจะมีการปรับราคาขึ้นให้เหมาะสมในระยะยาว
โดยลักษณะของผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนของกองทุน มีดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม ลักษณะเหล่านี้มีไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงลักษณะโดยรวมของพอร์ตการลงทุนของกองทุนเท่านั้น มีความเป็นไปได้น้อยที่ผู้ออกหลักทรัพย์รายใดจะมีคุณสมบัติครบทุกข้อ และกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ หากเห็นว่ามีความน่าสนใจด้วยเหตุผลอื่น
พอร์ตโฟลิโอตราสารทุนของกองทุนจะกระจายลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรม
โดยประมาณ 95% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จะถือสถานะซื้อ (long positions) ในหุ้นและตราสารที่เชื่อมโยงกับตราสารทุน เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น (J-REITs), กองทุน ETFs, กองทุนรวมปิดในประเทศญี่ปุ่น (Japanese closed-end investment trusts), หุ้นกู้แปลงสภาพ, ตราสารสิทธิ (options) และใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (equity warrants)
กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนไม่เกิน 15% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในหลักทรัพย์ (ตราสารหนี้และตราสารทุนและตราสารเกี่ยวข้อง) ของผู้ออกหลักทรัพย์ทั่วโลกไม่เกิน 15% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารหนี้อื่นๆ ไม่เกิน 15% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ณ ขณะใดขณะหนึ่ง
ส่วนที่เหลือกองทุนจะถือครองเงินสดและตราสารตลาดเงินระยะสั้น ทั้งนี้ ในสภาวะตลาดปกติ กองทุนจะถือครองเงินสดในบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสภาพคล่อง ในกรณีที่สภาวะตลาดไม่ปกติ กองทุนอาจถือครองเงินสดและตราสารตลาดเงินไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนจะไม่ทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (short sale)
BenchmarkTokyo Stock Exchange First Section Total Return Index (TOPIX TR)
วันที่จัดตั้งกองทุนหลัก30 March 2548อายุกองทุนไม่กำหนดISIN CodeLU0573573390Bloomberg TickerARCJRIS LXวันทำการซื้อขายทุกวันทำการแหล่งข้อมูลhttps://www.fundrock.com/funds/arcus-fund-sicav/arcus-japan-fund/ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)ค่าธรรมเนียมการจัดการ
(Management Fee)1.00%ค่าธรรมเนียม Performance Fee20% ของผลตอบแทนส่วนเกิน (Excess Return)* ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น กรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม