PRINCIPAL INDIAEQ-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล อินเดีย อิควิตี้
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง PRINCIPAL INDIAEQ-A แทน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Ashoka WhiteOak India Opportunities Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+6
NAV ล่าสุด
8.6419
2026-07-27
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
164 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
2.021%
อันดับค่าธรรมเนียม 16 จาก 21
1 วัน
+1.46%
1 สัปดาห์
-0.24%
1 เดือน
-0.08%
3 เดือน
+3.10%
6 เดือน
+0.78%
1 ปี
-10.15%
5 ปี
-
สูงสุด
-10.65%
-9.12%(-0.8671)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.546% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 2.021% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและหรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่ได้รับการยอมรับ และ/หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียน หรือมีกำไร/รายได้หลักอยู่ในประเทศอินเดีย นอกจากนี้ กองทุนยังอาจลงทุนได้ถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศอินเดีย หรือไม่มีกำไร/รายได้หลักอยู่ในประเทศอินเดีย ตามที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้องกองทุนรวมตราสารทุนต้องมีการลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ซึ่งตามประกาศที่ ทน.87/2558 หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกําหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ดังนั้น จึงสามารถกําหนดประเภทของกองทุนให้เป็นกองทุนรวมตราสารทุนได้
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Ashoka WhiteOak India Opportunities Fund (กองทุนหลัก)
กองทุน Ashoka WhiteOak India Opportunities Fund
ชื่อกองทุน
Ashoka WhiteOak India Opportunities Fund
Class
D USD Accumulation
ประเภท
กองทุนรวมตราสารทุน
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน
19 ธันวาคม 2561
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
ไอร์แลนด์
สกุลเงินของกองทุน
USD
วันทำการซื้อขาย
ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล
ไม่มี
บริษัทจัดการลงทุน
Carne Global Fund Managers (Ireland) Limited
Investment Manager
White Oak Capital Partners Pte. Ltd.
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน
HSBC Continental Europe
วัตถุประสงค์ในการลงทุน
เพื่อแสวงหาโอกาสในการทำกำไรในระยะยาว
นโยบายการลงทุน
กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทอินเดียเป็นหลัก โดยผู้จัดการกองทุนจะคำนึงถึงด้านความยั่งยืนเมื่อตัดสินใจลงทุน และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านความยั่งยืนต่อผลตอบแทนของกองทุน
กองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable
Securities) ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่ได้รับการยอมรับ และ/หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียน หรือมีกำไร/รายได้หลักอยู่ในประเทศอินเดีย
นอกจากนี้ กองทุนยังอาจลงทุนได้ถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศอินเดีย หรือไม่มีกำไร/รายได้หลักอยู่ในประเทศอินเดีย ตามที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนได้ถึง 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารหนี้ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดที่เป็นการยอมรับ หลักทรัพย์เหล่านี้อาจเป็นตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว และรวมถึงพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นบุริมสิทธิ์ หุ้นกู้เอกชน ตราสารหนี้ประเภทพันธบัตรที่มีดอกเบี้ยคงที่และหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาลอินเดียและทั่วโลก ใบรับรองเงินฝาก และบัตรเงินฝาก (Certificates of Deposit และ Commercial Paper) ซึ่งมีการจัดอันดับด้านเครดิตจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอินเดีย ผู้จัดการกองทุนจะเลือกตราสารหนี้โดยพิจารณาจาก ความเสี่ยงด้านเครดิต อัตราผลตอบแทน และสภาพคล่อง ตราสารหนี้ดังกล่าวจะมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ investment grade หากอยู่ในอันดับ BBB- และ/หรือสูงกว่าโดย S&P สำหรับผู้ออกตราสารที่ไม่ใช่ประเทศอินเดีย และจะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยCRISIL สำหรับผู้ออกในประเทศอินเดีย หรือมีการจัดอันดับที่เทียบเท่าโดยหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นๆ ผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์การคัดกรองด้านเครดิต (Credit Screening) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่เชื่อว่ามีความอ่อนไหวที่ทำให้ราคาอาจลดลงมากเกินไป หลักทรัพย์ที่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือกองทุนอาจถือครองต่อไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงการขายที่ได้ราคาไม่เหมาะสม
กองทุนอาจลงทุนในตราสารตลาดเงิน เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล Commercial Paper เพื่อบริหารเงินสด กองทุนอาจลงทุนในกองทุน (Collective Investment Schemes) ซึ่งรวมถึงกองทุนตลาดเงิน ETF, กองทุนดัชนี, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Investment Trust) กองทุนจะลงทุนในกองทุนอื่นๆไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
ผู้จัดการกองทุนจะใช้วิธี bottom up ควบคู่ไปกับการวิเคาะห์ปัจจัยพื้นฐาน (fundamental analysis) ในการคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการลงทุน
หมายเหตุ : Equity Related Transferable Securities เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ และใบสำคัญแสดงสิทธิ เป็นต้น
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Entry Charge)ไม่เกิน 5% (ยกเว้น)ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge)ไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)ไม่เกิน 0.05% ต่อปี (เก็บจริง 0.05% ต่อปี)ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุน (Investment Management Fee)ไม่เกิน 0.95% ต่อปี (เก็บจริง 0.95% ต่อปี)Performance Feeไม่มีหมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ตัวชี้วัด (benchmark)MSCI India IMI IndexBloomberg tickerAIOFDUS ID Equity ISINIE00BH3N4915ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือชี้ชวนและเอกสารของกองทุนหลัก
ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความ ไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)