PRINCIPAL INXUS-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์ ยูเอส อิควิตี้
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง PRINCIPAL INXUS-A แทน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Principal International Equity ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
10.0634
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
146 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.958%
อันดับค่าธรรมเนียม 9 จาก 13
1 วัน
-0.80%
1 สัปดาห์
+1.11%
1 เดือน
+2.44%
3 เดือน
+2.95%
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+0.63%
+0.63%(+0.0634)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.605% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 1.958% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงตราสารทุนในตลาดเกิดใหม่ เช่น ประเทศจีน โดยกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่างน้อยสิบประเทศ ซึ่งครอบคลุมตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
กองทุนหลักจะลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Equity Securities) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และลงทุนในหุ้นเติบโต (Growth Equity Securities) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการซื้อหุ้นของบริษัทที่คาดว่ามีศักยภาพในการเติบโตของเงินลงทุนและกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal International Equity ETF (กองทุนหลัก)
ชื่อกองทุน
Principal International Equity ETF
กลยุทธ์การลงทุนกองทุน ETF ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Managementตลาดซื้อขายหลักทรัพย์
Chicago Board Options Exchange BZX (Cboe BZX) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Cboe Global Markets ซึ่งเป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE)ประเภท
กองทุนรวมตราสารทุน
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน
5 พฤศจิกายน 2567
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
สหรัฐอเมริกา
สกุลเงินของกองทุน
USD
วันทำการซื้อขาย
ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล
มี พิจารณาจ่ายรายปี
บริษัทจัดการลงทุนและที่ปรึกษา
Principal Global Investors, LLC
ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)
State Street Bank and Trust Company
หน่วยงานที่กำกับดูแลด้าน
หลักทรัพย์และซื้อขายหลักทรัพย์
United States of America Securities and Exchange Commissionวัตถุประสงค์ในการลงทุน
กองทุนมุ่งเน้นการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว
ภาพรวมกองทุน (Fund Overview)
มุ่งหวังการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวโดยการลงทุนในบริษัทนอกสหรัฐอเมริกา ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนานโยบายการลงทุน
ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงตราสารทุนในตลาดเกิดใหม่ เช่น ประเทศจีน โดยกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศอย่างน้อยสิบประเทศ ซึ่งครอบคลุมตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
กองทุนลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Equity Securities) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และลงทุนในหุ้นเติบโต (Growth Equity Securities) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการซื้อหุ้นของบริษัทที่คาดว่ามีศักยภาพในการเติบโตของเงินลงทุนและกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Sales Fee)
ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge)
ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)
ไม่เกิน 0.48% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(ปัจจุบันเรียกเก็บ 0.48% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)
ค่าธรรมเนียมรวม (Ongoing Charge)
ปัจจุบันเรียกเก็บ 0.48% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
Performance Fee
ไม่มี
หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : MSCI ACWI ex USANTR Index
Bloomberg ticker : PIEQ
ISIN : US74255Y6986
ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https: //www.principalam.com/us/fund/pieq
ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)