PRINCIPAL USEQ-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล ยูเอส อิควิตี้
ไม่พบประเภทหน่วยลงทุนที่ระบุ จึงแสดง PRINCIPAL USEQ-A แทน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Principal U.S. Mega-Cap ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
13.2584
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
130 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
2.002%
อันดับค่าธรรมเนียม 14 จาก 16
1 วัน
+0.18%
1 สัปดาห์
+0.33%
1 เดือน
-0.02%
3 เดือน
+4.68%
6 เดือน
+8.66%
1 ปี
+13.37%
5 ปี
-
สูงสุด
+16.65%
+13.37%(+1.5636)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.602% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 2.002% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุน Principal U.S. Mega-Cap ETF (กองทุนหลัก) มีนโยบายมุ่งลงทุนอย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในตราสารทุนของบริษัทสหรัฐฯที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่มาก (Mega Cap) ในขณะที่เข้าซื้อหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ คือ บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ 50 อันดับแรกของดัชนี S&P 500
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะในกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
ในกรณีการดำเนินการตามข้อดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุน (Q&A)
รายละเอียดกองทุนหลัก
กองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือ Principal U.S. Mega-Cap ETF
ชื่อกองทุน : Principal U.S. Mega-Cap ETF
ประเภท : กองทุนรวมตราสารทุน
อายุโครงการ : ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน : 11 ตุลาคม 2560
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : สหรัฐอเมริกา
สกุลเงินที่ลงทุน : USD
วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล : มี
บริษัทจัดการ : Principal Global Investors, LLC
วัตถุประสงค์ : กองทุนมุ่งหวังการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว
นโยบายการลงทุน : ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนลงทุนอย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทสหรัฐที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่มาก ("Mega Cap") ในขณะที่เข้าซื้อหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ คือ บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ 50 อันดับแรกของดัชนี S&P500 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2024) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทในดัชนี S&P500 อยู่ระหว่างประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทขนาดใหญ่ในดัชนี S&P500 อยู่ระหว่างประมาณ 265.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับการคัดเลือกหลักทรัพย์และการสร้างพอร์ตโฟลิโอ Principal Global Investors, LLC ("PGI") ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณที่ได้ออกแบบมาเพื่อคัดเลือกตราสารทุนของบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ที่สุด โดยให้น้ำหนักที่สูงกว่ากับหลักทรัพย์ที่ PGI คาดว่าจะมีความผันผวนน้อย ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นของหลักทรัพย์มีระดับความผันผวนที่น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นกองทุนจะมีสไตล์การลงทุนได้ทั้ง growth และ value
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Sales Charge) : ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge) : ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : ไม่เกิน 0.15% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเก็บจริง 0.12% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)
ค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense) : 0.15% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเก็บจริง 0.12% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)
หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : S&P 500 Index
Bloomberg ticker : USMC US
ISIN : US74255Y8701
ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https: //www.principalam.com/us/fund/usmc
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงเกี่ยวกับการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management Risk)
ไม่มีหลักประกันว่าเทคนิคการลงทุน การวิเคราะห์ หรือการตัดสินใจของที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนจะให้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้ หรือหลักทรัพย์ที่ที่ปรึกษาการลงทุนเลือกลงทุนอาจให้ผลตอบแทนที่ไม่ดี ขณะที่หลักทรัพย์ที่ไม่ได้ลงทุนอาจให้ผลตอบแทนที่ดี ทำให้กองทุนอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้
ความเสี่ยงด้านหลักทรัพย์ตราสารทุน (Equity Securities Risk)
ปัจจัยหลายประการอาจส่งผลเสียต่อมูลค่าตราสารทุนที่กองทุนถืออยู่รวมถึงสถานะทางการเงินที่ลดลงของผู้ออกหลักทรัพย์ ผลการดำเนินงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อภาคส่วนหรืออุตสาหกรรมของธุรกิจของผู้ออก หรือการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม ในส่วนของตราสารทุนที่กองทุนลงทุน (เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือรูปแบบการลงทุน) อาจมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าตราสารทุนกลุ่มอื่น หรือตลาดตราสารทุนโดยรวม
ความเสี่ยงด้านตลาดซื้อขาย (Market Trading Risks)
กองทุนเผชิญกับความเสี่ยงด้านการซื้อขายในตลาดมากมาย รวมถึงการขาดความกระตือรือร้นในการซื้อขายหุ้นที่กองทุนถืออยู่ การขาดทุนจากการซื้อขายในตลาดรอง และการหยุดชะงักของกิจกรรมของผู้ดูแลสภาพคล่อง หรืออยู่ในกระบวนการสร้าง/ไถ่ถอนของกองทุน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่การซื้อขายหุ้นของกองทุนที่ราคาพรีเมี่ยมหรือราคาส่วนลดและส่งผลกระทบต่อ NAV ของกองทุน
ความเสี่ยงด้านแบบจำลอง (Model Risk)
เนื่องจาก Principal Global Investors, LLC ใช้แบบจำลองเชิงปริมาณในการคัดเลือกและถือหลักทรัพย์ กองทุนจึงอาจถือหลักทรัพย์ที่ที่ปรึกษาการลงทุนพยายามหลีกเลี่ยง นอกจากนี้โมเดลอาจมีลักษณะเป็นการคาดการณ์และขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลในอดีตที่ผู้อื่นให้มาเป็นอย่างมากและอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง กองทุนมีความเสี่ยงที่แบบจำลองเชิงปริมาณที่ใช้จะไม่ประสบความสำเร็จในการระบุแนวโน้มหรือในการกำหนดขนาดและทิศทางของการลงทุนที่จะช่วยให้กองทุนบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน
ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความ ไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการ เห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)