SCBUSDADVANTAGE
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Multi Advantage Strategies USD ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
- จดทะเบียนกองแม่
- หมู่เกาะเคย์แมน
- ค่าเงิน
- ดุลยพินิจ (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง)
กองนี้ลงทุนอะไร
- กองทุนหลัก (Master Fund):
- iCapital Multi-Strategy Fund, Ltd.
- หมวดสินทรัพย์หลัก:
- ผสม
- สรุปนโยบายการลงทุน:
- กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iCapital Multi-Strategy Fund, Ltd. (กองทุนหลัก: Master Fund) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) FF ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริหารจัดการลงทุนโดย iCapital Advisors, LLC และจดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนรวม (Mutual Funds…
NAV ล่าสุด
—
ยังไม่มีข้อมูล
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
—
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
—
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
-
1 สัปดาห์
-
1 เดือน
-
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart)
ยังไม่มีประวัติ NAV สำหรับ ประเภทหน่วยลงทุนนี้
กราฟจะแสดงเมื่อ pipeline นำเข้าข้อมูลของประเภทหน่วยลงทุนนี้แล้ว
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iCapital Multi-Strategy Fund, Ltd. (กองทุนหลัก: Master Fund) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) FF ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริหารจัดการลงทุนโดย iCapital Advisors, LLC และจดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนรวม (Mutual Funds Act) ของหมู่เกาะเคย์แมน โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ The Cayman Islands Monetary Authority
โดยกองทุนหลักมีการลงทุนดังนี้
ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือกที่หลากหลาย (alternative investment trading strategies) และไม่มีข้อจำกัดด้านตราสาร กลยุทธ์ ตลาด หรือประเทศที่จะลงทุน
กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือหน่วย private equity และ/หรืออาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อการลงทุน และ/หรืออาจทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short sale) ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วย CIS เงินฝากและ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หน่วย private equity หรืออาจทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short sale) ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน หรือการทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อการลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน: ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงาน เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากหมู่เกาะเคย์แมน ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงและภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้บริษัทจัดการดำเนินการตาม 3
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)
พร้อมข้อ 1.
ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ
ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ข้อมูลทั่วไปของ iCapital Multi-Strategy Fund, Ltd. (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล: Private Placement Memorandum ของกองทุนหลัก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2564)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน
ชื่อกองทุนหลัก iCapital Multi-Strategy Fund, Ltd.ชนิดหน่วยลงทุนFFวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีการลงทุนดังนี้
หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแล The Cayman Islands Monetary Authority หมู่เกาะเคย์แมน วันจัดตั้งกองทุน กุมภาพันธ์ 2561 วันเริ่มต้น Class1 เมษายน 2568สกุลเงิน (Base Currency)ดอลลาร์สหรัฐ (USD)อายุโครงการ ไม่กำหนด นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่าย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลักซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนซื้อ: ทุกวันทำการแรกของเดือน โดยส่งคำสั่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันทำการก่อนวันที่กองทุนหลักต้องส่งคำสั่งล่วงหน้าเพื่อลงทุนในกองทุนอ้างอิง
ขายคืน: ทุกวันที่ 31 มกราคม 30 เมษายน 31 กรกฎาคม และ 31 ตุลาคม โดยส่งคำสั่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 50 วันก่อนวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
Valuation dateวันสุดท้ายของแต่ละเดือนวันประกาศมูลค่าหน่วยลงทุนประมาณ 16 วันทำการนับแต่วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ซึ่งจำนวนวันอาจแตกต่างกันในแต่ละรอบการซื้อขาย โดยเป็นไปตามกำหนดการของกองทุนหลักวันชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 45 วันนับแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุนข้อจำกัดในการขายคืนเป็นไปตามข้อจำกัดในการขายคืนของกองทุนอ้างอิง โดยมีการกำหนดเพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Gate) ไม่เกินร้อยละ 8.33 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกรณีที่คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนยังไม่ได้รับการทำรายการ เพดานการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวจะปรับเพิ่มขึ้นในรอบการขายคืนหน่วยลงทุนถัดไป ดังนี้
รอบการขายคืนหน่วยลงทุน
เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน
ครั้งที่ 2
ครั้งที่ 3
ครั้งที่ 4
ครั้งที่ 5
ครั้งที่ 6
ครั้งที่ 7
ครั้งที่ 8
ครั้งที่ 9
ครั้งที่ 10
ครั้งที่ 11
ครั้งที่ 12
ทั้งนี้ กรณีการขายคืนหน่วยลงทุนไม่ได้รับการทำรายการ เนื่องจากข้อจำกัดในการขายคืนข้างต้น รายการขายคืนหน่วยลงทุนส่วนที่เหลือจะถูกนำไปทำรายการในวันทำการขายคืนหน่วยลงทุนถัดไป
ISINKYG4737W2297
ดัชนีชี้วัด/อ้างอิงไม่มี
ผู้จัดการการลงทุน (Manager)iCapital Advisors, LLCช่องทางการเข้าถึงข้อมูลกองทุนหลักเนื่องจากกองทุนหลักเสนอขายแบบ Private Placement เท่านั้น จึงไม่มีช่องทางการเข้าถึงข้อมูลกองทุนหลักที่เปิดเผยเป็นสาธารณะ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)ร้อยละ 0.50 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักTechnology Feeร้อยละ 0.10 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses)ประมาณร้อยละ 0.15 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ข้อมูลทั่วไปของ Verition International Multi-Strategy Fund Ltd. (กองทุนอ้างอิง)
(แหล่งที่มาของข้อมูล: Private Placement Memorandum ของกองทุนอ้างอิง ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2567)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน
ชื่อกองทุนอ้างอิงVerition International Multi-Strategy Fund Ltd.ชนิดหน่วยลงทุนGวัตถุประสงค์ กลยุทธ์และนโยบายการลงทุนของกองทุนอ้างอิงกองทุนอ้างอิงมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือกที่หลากหลาย (alternative investment trading strategies) โดยไม่มีข้อจำกัดด้านตราสาร กลยุทธ์ ตลาด หรือประเทศที่จะลงทุน รวมถึงอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนหลักที่กองทุนอ้างอิงใช้มีดังต่อไปนี้
กองทุนอ้างอิงมีการใช้วิธีการวิเคราะห์ด้วยระบบ โดยการเข้าซื้อหลักทรัพย์ ตะกร้าหลักทรัพย์ สัญญาออปชัน หรือสัญญาฟิวเจอร์สแบบ Long และขายหลักทรัพย์ ตะกร้าหลักทรัพย์ สัญญาออปชัน หรือสัญญาฟิวเจอร์สอื่น ๆ แบบ Short เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากความผิดปกติของตลาดที่เกิดขึ้นเมื่อราคาของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์ไว้ และสามารถทำกำไรจากการที่ราคาของหลักทรัพย์ดังกล่าวกลับสู่ระดับที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนสามารถใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุนได้ตามโอกาส โดยอ้างอิงตามกลยุทธ์ Quantitative Strategy อย่างไรก็ตาม การใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุนดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งผู้จัดการการลงทุนอาจใช้ร่วมกับ Qualitative Systems หรือไม่ก็ได้
กองทุนอ้างอิงมีการใช้กลยุทธ์ Credit Strategy หลายรูปแบบเพื่อสร้างผลตอบแทนจากความไม่มีประสิทธิภาพของตลาด และการกำหนดราคาของหลักทรัพย์ เงินกู้ (loans) หรือตราสารอนุพันธ์ (derivatives) ที่คลาดเคลื่อน ซึ่งเกิดจากผู้ออกหลักทรัพย์ อุตสาหกรรม โครงสร้างความเสี่ยงของตราสาร (credit tranche) กฎระเบียบ หรือสภาวะตลาด ทั้งนี้ กลยุทธ์ Credit Strategy อาจรวมถึงการซื้อขายแบบ Long/Short และการลงทุนในตราสารที่หลากหลาย ผ่านการวิเคราะห์มูลค่าพื้นฐาน (fundamental value analysis) การวิเคราะห์ทางเทคนิค (technical analysis) การทำกำไรจากความแตกต่างของราคาหลักทรัพย์แต่ละประเภทที่ออกโดยบริษัทเดียวกัน (capital structure arbitrage) การเปรียบเทียบมูลค่าของหลักทรัพย์ (relative value) การลงทุนในหลักทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพหรือประสบปัญหาโดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น (distressed control) การลงทุนตามสภาวะตลาด (event-driven) การลงทุนตามการคาดการณ์ทิศทางตลาด (directional) การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้เห็นภาพรวม (mosaic analysis) และการใช้กลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ทั้งนี้ กลยุทธ์ Credit Strategy ดังกล่าวอาจนำมาใช้กับการลงทุนในตราสารหลากหลายประเภท ซึ่งรวมถึงตราสารดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ ผู้จัดการการลงทุนอาจใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงเพื่อควบคุมความผันผวนและเพิ่มผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้สูงขึ้น
กองทุนอ้างอิงจะลงทุนทั้งแบบ Long และ Short ในเงินกู้ (loans) หลักทรัพย์ และตราสารทางการเงินอื่น ๆ ของบริษัทที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการเงินหรือการดำเนินงานที่ไม่สามารถเข้าถึงตลาดทุนแบบดั้งเดิมได้ หรือมีสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคง โดยตลาดของสินทรัพย์ดังกล่าวที่ประสบปัญหาจะเป็นตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพและผู้มีส่วนร่วมในตลาดไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เกิดโอกาสในการทำกำไรได้อย่างมาก นอกจากนี้ ในบางโอกาสผู้จัดการการลงทุนอาจเข้าควบคุมกิจการ (control position) ของบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้หรือกำลังจะล้มละลาย โดยมุ่งหวังผลตอบแทนหลังจากการปรับโครงสร้างของบริษัท
นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสินทรัพย์ที่มีหลักประกัน โดยเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีหลักประกันเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ไม่อยู่ภายใต้การค้ำประกันของหน่วยงานรัฐ (Non-Agency Residential Mortgage-Backed Securities: Non-Agency RMBS) หลักทรัพย์ที่มีหลักประกันเป็นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Mortgage-Backed Securities: CMBS) และหลักทรัพย์ที่มีหลักประกันเป็นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (Mortgage-Backed Securities: MBS) อื่น ๆ เช่น สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน (home equity loans) ซึ่งรวมถึงเงินกู้ที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกันทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหลักทรัพย์ดังกล่าวไม่สามารถขาย (Short) ได้ ผู้จัดการการลงทุนจึงอาจลงทุนในดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่มีหลักประกันเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่น Asset-Backed Securities Index (ABX) ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่มีหลักประกันเป็นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น Commercial Mortgage-Backed Securities Index (CMBX) และ Credit Default Swap (CDS) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านตลาดโดยรวม ทั้งนี้ การลงทุนตามกลยุทธ์ข้างต้นจะมีสภาพคล่องที่แตกต่างกัน
กองทุนอ้างอิงมีการทำธุรกรรมการซื้อแบบ Long และขายแบบ Short ในหุ้นที่ผู้จัดการการลงทุนพิจารณาว่ามีการประเมินราคาที่สูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง โดยกลยุทธ์ Long-Short Equity Strategy สามารถใช้ในการลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มหุ้นวัฏจักร (cyclicals) กลุ่มการเงิน กลุ่มธุรกิจการแพทย์ กลุ่มทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก กลุ่มโทรคมนาคมและสื่อ (ซึ่งรวมเรียกว่า กลุ่มเทคโนโลยี) โดยการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ long-short equities ของกองทุนอ้างอิงจะเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน แต่มีการใช้ปัจจัยทางเทคนิคที่มีผลกระทบต่อหลักทรัพย์แต่ละตัวประกอบด้วย ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงไม่มีข้อจำกัดในการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาออปชันและตราสารที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ (credit-sensitive instruments) เพื่อให้สถานะการลงทุนสอดคล้องกับความเชื่อมั่นในการลงทุนพื้นฐานของกลยุทธ์นี้
กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในโครงสร้างเงินทุนของบริษัทต่าง ๆ และลงทุนทั่วโลกในตราสารทุนและตราสารหนี้ รวมทั้งตราสารอนุพันธ์ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ในบางขณะกองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์การซื้อขายสินทรัพย์ 2 ตัวที่มีความสัมพันธ์กัน (paired-trade strategy) เพื่อควบคุมความเสี่ยงและลดผลกระทบจากตลาด
แม้ว่าการผสมผสานกลยุทธ์การซื้อแบบ Long และการขายแบบ Short อาจช่วยป้องกันความเสี่ยงจากทิศทางของตลาด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความเสี่ยงดังกล่าวหมดไปได้ โดยผู้จัดการการลงทุนไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำให้สถานะซื้อ (Long) และสถานะขาย (Short) มีจำนวนเท่ากัน (เช่น ในบางขณะกองทุนอ้างอิงอาจมีแนวโน้มที่จะมีสถานะซื้อสุทธิ (Net Long) หรือสถานะขายสุทธิ (Net Short)) ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนคาดหวังที่จะมีสถานะซื้อ (Long) มากกว่า แม้ว่ากองทุนอ้างอิงอาจมีสถานะขายสุทธิ (Net Short) ในบางโอกาสก็ตาม
กองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์ Long/Short ในตลาดเอเชียบางประเทศ ซึ่งรวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยเน้นลงทุนในหุ้นจดทะเบียนที่ออกโดยหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทมหาชน
กองทุนอ้างอิงจะติดตามตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนเพื่อหาความคลาดเคลื่อนในการกำหนดราคาของหุ้นกู้แปลงสภาพภายในโครงสร้างเงินทุนของบริษัท โดยใช้กลยุทธ์ market neutral strategy ในการถือสถานะซื้อ (Long) และสถานะขาย (Short) ในจำนวนที่เท่ากันโดยไม่ขึ้นกับสภาวะตลาด แต่หากเล็งเห็นโอกาส กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสถานะใดสถานะหนึ่งได้เช่นกัน นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงอาจใช้กลยุทธ์ Relative Value Trading ซึ่งเป็นวิธีหักล้างสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยผู้ออกตราสาร 2 รายที่คล้ายกัน และเชื่อว่าราคาสินทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แตกต่างหรือใกล้เคียงกับระดับที่คาดหวังอย่างใดอย่างหนึ่ง และกลยุทธ์ Capital Structure Arbitrage ซึ่งเป็นวิธีซื้อหลักทรัพย์ที่แตกต่างกันซึ่งอยู่ภายใต้โครงสร้างเงินทุนของผู้ออกตราสารเดียวกัน โดยมุ่งหวังที่จะทำกำไรจากความคลาดเคลื่อนในการกำหนดราคาของหลักทรัพย์นั้น
กองทุนอ้างอิงอาจมีการลงทุนที่ซับซ้อนในสัญญาออปชันและตราสารอนุพันธ์อื่น ๆ เพื่อหาโอกาสจากความผันผวนของตลาด รวมถึงในตลาดหุ้นซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการกำหนดราคาตราสารดังกล่าว โดยผู้จัดการการลงทุนมุ่งหาโอกาสสร้างผลตอบแทนผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทผู้ออกตราสาร และการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อประเมินมูลค่าของสัญญาออปชันและหลักทรัพย์
กองทุนอ้างอิงจะลงทุนเพื่อหากำไรจากการบรรลุผลของกิจกรรมที่บริษัทกำหนดขึ้น เช่น การเข้าซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างองค์กร หรือการยุติคดีความที่สำคัญ หรือการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวอาจเป็นการลงทุนในตลาดรอง หรือการเข้าร่วมการควบรวมกิจการหรือการเข้าซื้อกิจการ หรือการเข้าร่วมแผนการจัดหาเงินทุนใหม่หรือการปรับโครงสร้าง โดยผู้จัดการการลงทุนจะพยายามแก้ไขหรือปรับปรุงแผนการปรับโครงสร้างโดยมุ่งหวังให้มูลค่าหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงอาจทำหน้าที่บริหารหรือเป็นตัวแทนคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ผู้จัดการการลงทุนอาจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือดำเนินการอื่นใดกับหลักทรัพย์ที่ถูกจำกัดการซื้อขายหรือสามารถซื้อขายได้ในตลาด ซึ่งรวมถึงตราสารหนี้ทุกประเภท หุ้นบุริมสิทธิหรือหุ้นสามัญ ใบสำคัญแสดงสิทธิ สัญญาออปชัน และตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน
การลงทุนตามกลยุทธ์ Fixed Income and Macro Strategies จะใช้วิธีการวิเคราะห์ คาดการณ์ และประเมินทิศทางของเศรษฐกิจระดับมหภาค นโยบายของภาครัฐและธนาคารกลาง เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจระดับมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ และประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค ประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรม หรือบริษัท และมีผลกระทบที่ตามมาต่อตลาดทุนทั่วโลก โดยกองทุนอ้างอิงอาจลงทุนตามการวิเคราะห์ปัจจัยในภาพกว้าง เช่น นโยบายของภาครัฐและธนาคารกลาง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แนวโน้มการขาดดุลงบประมาณ ความไม่สมดุลทางการค้า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติกองทุนอ้างอิงจะลงทุนตามกลยุทธ์นี้โดยมุ่งเน้นไปที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก
หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแล The Cayman Islands Monetary Authority หมู่เกาะเคย์แมน วันจัดตั้งกองทุน มีนาคม 2551 วันเริ่มต้น Classตุลาคม 2564สกุลเงิน (Base Currency)ดอลลาร์สหรัฐ (USD)อายุโครงการ ไม่กำหนด นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่าย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลักซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนซื้อ: ทุกวันทำการแรกของเดือน
ขายคืน: ทุกวันที่ 31 มกราคม 30 เมษายน 31 กรกฎาคม และ 31 ตุลาคม โดยส่งคำสั่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วันก่อนวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
วันชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 30 วันนับแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุนข้อจำกัดในการขายคืนกองทุนอ้างอิงมีการกำหนดเพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Gate) ไม่เกินร้อยละ 8.33 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักที่ลงทุนในกองทุนอ้างอิง โดยกรณีคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนยังไม่ได้รับการทำรายการ เพดานการขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวจะปรับเพิ่มขึ้นในรอบการขายคืนหน่วยลงทุนถัดไป ดังนี้
รอบการขายคืนหน่วยลงทุน
เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน
ครั้งที่ 2
ครั้งที่ 3
ครั้งที่ 4
ครั้งที่ 5
ครั้งที่ 6
ครั้งที่ 7
ครั้งที่ 8
ครั้งที่ 9
ครั้งที่ 10
ครั้งที่ 11
ครั้งที่ 12
ทั้งนี้ กรณีการขายคืนหน่วยลงทุนไม่ได้รับการทำรายการ เนื่องจากข้อจำกัดในการขายคืนข้างต้น รายการขายคืนหน่วยลงทุนส่วนที่เหลือจะถูกนำไปทำรายการในวันทำการขายคืนหน่วยลงทุนถัดไป
ISINKYG9403K1287
ดัชนีชี้วัด/อ้างอิงไม่มี เนื่องจากกองทุนอ้างอิงใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือกที่หลากหลาย (alternative investment trading strategies) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง และไม่ได้อ้างอิงดัชนีชี้วัดใดผู้จัดการการลงทุน (Manager)Verition Fund Management LLCช่องทางการเข้าถึงข้อมูลกองทุนอ้างอิงเนื่องจากกองทุนอ้างอิงเสนอขายแบบ Private Placement เท่านั้น จึงไม่มีช่องทางการเข้าถึงข้อมูลกองทุนอ้างอิงที่เปิดเผยเป็นสาธารณะค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนอ้างอิง
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)ร้อยละ 1.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอ้างอิงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามผลการดำเนินงาน (Performance Fee)ร้อยละ 18.00 ต่อปี ซึ่งคำนวณด้วยวิธี High Water Mark โดยเรียกเก็บในวันที่ 31 ธันวาคมเนื่องจาก Verition Multi-Strategy Intermediate Fund Ltd. (กองทุนชั้นกลาง) และ Verition Multi-Strategy Master Fund (กองทุนอ้างอิงหลัก) เสนอขายแบบ Private Placement เท่านั้น จึงไม่มีข้อมูลกองทุนที่เปิดเผยเป็นสาธารณะ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถอ้างอิงข้อมูลจากนโยบายการลงทุนของกองทุนอ้างอิงเป็นหลัก โดยเหตุผลที่กองทุนอ้างอิงลงทุนต่อในกองทุนชั้นกลางซึ่งลงทุนต่อในกองทุนอ้างอิงหลัก สรุปได้ดังนี้
Verition Multi-Strategy Intermediate Fund Ltd. (กองทุนชั้นกลาง) เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้บริหารกองทุน Verition International Multi-Strategy Fund Ltd. (กองทุนอ้างอิง) โดยมีจุดประสงค์ที่จะใช้เป็นตัวกลางในการลงทุนเพื่อลดภาระภาษีเงินได้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของกองทุนได้
เป็นกองทุนหลักของ Verition International Multi-Strategy Fund Ltd. (กองทุนอ้างอิง)
เนื่องจากการที่ Verition Multi-Strategy Master Fund (กองทุนอ้างอิงหลัก) ใช้ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนในประเทศแคนาดาเพื่อบริหารทรัพย์สินในประเทศแคนาดา จึงอาจทำให้กองทุนอ้างอิงหลักมีภาระภาษีเงินได้ที่เรียกเก็บจากรัฐบาลแคนาดา เว้นแต่มีการลงทุนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น กองทุนอ้างอิงหลักจึงได้จัดตั้ง Verition Canada Master Fund Ltd. เป็นอีกนิติบุคคลเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเพื่อบริหารการลงทุนให้ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนและเอกสารต้นฉบับของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิง ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนและเอกสารต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิง ซึ่งถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ