ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด ไทย บาลานซ์ฟันด์
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
9.6001
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
335 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.23%
อันดับค่าธรรมเนียม 28 จาก 92
1 วัน
-0.21%
1 สัปดาห์
-0.21%
1 เดือน
+0.12%
3 เดือน
+4.77%
6 เดือน
+10.92%
1 ปี
+14.43%
5 ปี
-
สูงสุด
+19.00%
+13.82%(+1.1659)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 0.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 1.23% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
“กองทุนเปิด ไทย บาลานซ์ฟันด์” เป็นกองทุนรวมผสม ซึ่งมีนโยบายที่จะมุ่งลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาวในตราสารแห่งทุน และตราสารแห่งหนี้ โดยจะลงทุนในตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 65 และไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม ส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝาก ทั้งนี้ หากเกิดสภาวะการณ์ที่ไม่ปกติ หรือมีความจำเป็น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อาจผ่อนผันอัตราส่วนดังกล่าวเป็นอย่างอื่นเป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง) และ/หรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรือ Credit Linked Note หรือหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
อนึ่ง ผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้จัดสัดส่วนการลงทุน และพิจารณาถึงความจำเป็นของการจัดหา และ/หรือเลือกสรรวิธีการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ของกองทุน โดยจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้เพื่อผลตอบแทนที่ดีและเพื่อผลประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก
ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาด เศรษฐกิจ และการเมืองมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบ จนเป็นเหตุให้กองทุนจำเป็นต้องชะลอการลงทุนเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ โดยบริษัทจัดการจะดำเนินตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงที่จะแก้ไขในอนาคต
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ที่แตกต่างไปจากประกาศ
ข้อ
ประเภททรัพย์สิน
อัตราส่วน (% ของ NAV)
1
หน่วย infra หรือหน่วย propertyไม่เกิน 20%
2
ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade / unrated)ไม่เกิน 20%
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม