ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดทาลิส FVMR เอเชียแปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เอ็กซ์ ไชน่า
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
14.2189
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
3,151 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.65%
อันดับค่าธรรมเนียม 69 จาก 106
1 วัน
-0.72%
1 สัปดาห์
-1.43%
1 เดือน
-6.50%
3 เดือน
+5.89%
6 เดือน
+28.17%
1 ปี
+47.20%
5 ปี
-
สูงสุด
+51.33%
+47.20%(+4.5594)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.87% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 100% | 100% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.6% | 1.65% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
เบื้องต้นกองทุนจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย
กระบวนการวิเคราะห์และการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนใช้กระบวนการวิเคราะห์ทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative) และการวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน (Fundamental) ซึ่งการวิเคราะห์เชิงปริมาณจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้ และการวิเคราะห์เชิงพื้นฐานจะช่วยวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมในการพิจารณาเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลาดฯ) ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาในมิติของ Fundamentals, Valuation, Momentum, Risk (FVMR) รวมถึงปัจจัยอื่น เช่น ข้อมูลข่าวสาร บทวิเคราะห์ต่าง ๆ ในการพิจารณาเลือกลงทุน และกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตลาดฯ ของแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงตลาดฯ ที่กองทุนปลายทางจดทะเบียนซื้อขาย โดยรายละเอียดของ FVMR มีดังนี้
Fundamentals: การติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและอัตราส่วนทางการเงินของตลาดฯ โดยรวม รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศที่กองทุนปลายทางลงทุน เพื่อหาประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันของแต่ละตลาดฯ เช่น การพิจารณาคัดเลือกตลาดฯ ที่มี Earning Growth ที่อยู่ในระดับที่สูง
Valuation: ใช้วิธีการประเมินมูลค่าสมบูรณ์ (Absolute Valuation) ของตลาดฯ โดยรวม และเชิงสัมพันธ์เปรียบเทียบ (Relative Valuation) ตัวอย่างปัจจัยที่อาจใช้ในการพิจารณา เช่น ตลาดฯ ที่มี Price-to-earnings และ/หรือ Price-to-book ที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงพิจารณา Dividend Yield ของตลาดฯ และการพิจารณาว่าตลาดฯ แต่ละประเทศ มีมูลค่าต่ำหรือสูงเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดฯ อื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจการให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละตลาดฯ และ/หรือกองทุนปลายทางนั้น
Momentum: พิจารณาทิศทางของผลประกอบการของตลาดฯ โดยรวม และทิศทางของเศรษฐกิจ ที่อาจเป็นส่วนช่วยกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีของตลาดฯ และผลการดำเนินงานของกองทุนปลายทาง ตัวอย่างปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา เช่น Price Momentum และอัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share Growth) ของตลาดฯ เป็นไปในทิศทางบวก
Risk: การวิเคราะห์วัดค่าความเสี่ยงพื้นฐานของผลประกอบการของตลาดฯ โดยรวม รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และการวิเคราะห์วัดค่าความเสี่ยงที่จะกระทบต่อราคาของกองทุนปลายทางในแบบต่าง ๆ ซึ่งตัวอย่างปัจจัยที่อาจใช้ในการพิจารณา เช่น ระดับหนี้สาธารณะ ความผันผวนของราคา (Price Volatility) หากปัจจัยดังกล่าวมีระดับที่สูง แสดงถึงความเสี่ยงที่มากขึ้น อันจะมีผลต่อการตัดสินใจการให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละตลาดฯ และ/หรือกองทุนปลายทางนั้น ๆ
อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือลงทุนในตราสารทุนโดยตรงในต่างประเทศ โดยไม่ทําให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสมก่อนดําเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม