ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิดทาลิส เวิลด์ เอ็กซ์ ยูเอส เพื่อการเลี้ยงชีพ
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Vanguard Total International Stock ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
9.8526
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
5 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.98%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
-1.04%
1 สัปดาห์
+0.11%
1 เดือน
-
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-1.43%
-1.43%(-0.1425)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.79% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.6% | 0.98% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักจัดตั้งและจัดการโดย Vanguard Capital Management (VCM), The Vanguard Group, Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี FTSE Global All Cap ex US Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ในตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging) โดยไม่รวมประเทศสหรัฐอเมริกา
กองทุนใช้แนวทางการลงทุนแบบอิงดัชนี (Index Fund) หรือแบบเชิงรับ (Passive) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง หรือ ดัชนี FTSE Global All Cap ex US ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิ (รวมกับจำนวนเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน) ในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง
กองทุนหลักอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ตามดัชนีอ้างอิงที่อาจมีการกระจุกตัวตามสภาวะตลาดหรือผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์หรือกลุ่มหลักทรัพย์ นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ตราสารหนี้แปลงสภาพ (Convertible securities) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (Warrants) ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) รวมถึงกองทุนต่าง ๆ ของ Vanguard ที่ใช้ในการบริหารเงินสดคงเหลือ
ข้อมูลทั่วไปของกองทุน VANGUARD TOTAL INTERNATIONAL STOCK ETF (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569)
ชื่อกองทุนVanguard Total International Stock ETFวันที่จัดตั้ง26 มกราคม 2554อายุโครงการไม่กําหนดชนิดหน่วยลงทุนETF Share ClassBloomberg TickerVXUS:USISIN CodeUS921909768สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)หน่วยงานที่กํากับดูแลU.S. Securities and Exchange Commissionตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกาวันทําการซื้อขายทุกวันทําการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย NASDAQการจ่ายเงินปันผลจ่าย (รายไตรมาส)ผู้จัดการกองทุน (Investment Adviser)Vanguard Capital Management (VCM), The Vanguard Group, Inc.ผู้รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian/ Depositary)JPMorgan Chase Bank, N.A.ผู้สอบบัญชี (Independent Registered Public Accounting Firm)PricewaterhouseCoopers LLPนายทะเบียน (Transfer Agent)The Vanguard Group, Inc.ดัชนีชี้วัด FTSE Global All Cap ex US Indexผู้จัดทำดัชนี้ชี้วัดFTSE Russellวัตถุประสงค์การลงทุน :
เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ FTSE Global All Cap ex US Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ในตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging) โดยไม่รวมประเทศสหรัฐอเมริกา
นโยบายการลงทุน:
กองทุนใช้แนวทางการลงทุนแบบอิงดัชนี (Index Fund) หรือแบบเชิงรับ (Passive) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง หรือ ดัชนี FTSE Global All Cap ex US ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิ (บวกกับจำนวนเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน) ในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) อาจนับรวมอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 80 ดังกล่าวได้ หากตราสารอนุพันธ์นั้นสร้างโอกาสในการลงทุน (Exposure) ในหลักทรัพย์ตามนโยบายการลงทุน หรือมีความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) ต่ำกว่าหลักทรัพย์เหล่านั้น ทั้งนี้ กองทุนอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายร้อยละ 80 นี้ได้ก็ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 60 วัน
กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ตามดัชนีอ้างอิงที่อาจมีการกระจุกตัวตามสภาวะตลาด หรือผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์หรือกลุ่มหลักทรัพย์
นอกเหนือจากนโยบายหลักข้างต้นแล้ว กองทุนอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนและประเภทการลงทุนอื่นๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนดังต่อไปนี้
กลยุทธ์การลงทุน:
กองทุนใช้วิธีการลงทุนแบบจำลองดัชนี (Replication method) โดยจะลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันกับดัชนีอ้างอิง และกองทุนจะซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง
ข้อมูลดัชนีอ้างอิง:
ดัชนี FTSE Global All Cap ex US Index (ดัชนีอ้างอิง) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับนักลงทุนในสหรัฐอเมริกาในการวัดผลการดำเนินงานของการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ (ไม่รวมสหรัฐอเมริกา) ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap) ขนาดกลาง (Mid Cap) และขนาดเล็ก (Small Cap) ทั่วโลก โดยดัชนีอ้างอิงนี้เป็นดัชนีที่แยกย่อยมาจากดัชนีชุด FTSE Global Equity Index Series (FTSE GEIS) และครอบคลุมประมาณ 98% ของมูลค่าตามราคาตลาดที่ลงทุนได้ (Investable Market Cap) ของหุ้นทั่วโลก
ดัชนีชุด FTSE GEIS ใช้เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นเข้าดัชนี ดังนี้
โดยมีการจัดประเทศเป็น ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed) ตลาดเกิดใหม่ขั้นก้าวหน้า (Advanced Emerging) และตลาดเกิดใหม่ขั้นรอง (Secondary Emerging) ตามเกณฑ์และคุณสมบัติที่ FTSE กำหนด
หลักทรัพย์ที่จะถูกนำเข้าในดัชนีอ้างอิง ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อความสามารถในการลงทุนได้จริง (Investability) โดยมีเกณฑ์สำคัญ ๆ เช่น
หลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าไปอยู่ในดัชนี จะต้องผ่านเกณฑ์การคัดกรองในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
เมื่อได้รายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนีชุด FTSE GEIS แล้ว จะมีการจัดทำดัชนีย่อยต่าง ๆ ตามมูลค่าตามราคาตลาดสะสม (Cumulative Market Cap) ซึ่งในที่นี้ All Cap หมายถึงการครอบคลุมมูลค่าตลาดที่ลงทุนได้ (Investable Market Cap) ของประเทศต่างๆ รวมกันสูงถึง 98% โดยมีจัดอันดับหลักทรัพย์ทั้งหมดตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจากมากไปน้อย ดังนี้:
เมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่มเข้าด้วยกัน จะเป็นดัชนี FTSE Global All Cap Index ดังภาพ
ทั้งนี้ ในการคำนวณจุดตัดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization Breakpoints) เพื่อแบ่งกลุ่มหลักทรัพย์ตามขนาดของดัชนีชุด FTSE GEIS หากบริษัทใดมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Full Market Capitalization) สูงกว่า 10% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ลงทุนได้รวมของกลุ่มหลักทรัพย์ในภูมิภาค (Regional Universe) จะถูกจำกัดสัดส่วนไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 10 เพื่อใช้ในการคำนวณจุดตัดดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้หลักทรัพย์ขนาดใหญ่มากเพียงไม่กี่หลักทรัพย์มีอิทธิพลต่อการกำหนดจุดตัดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของแต่ละกลุ่มขนาดหลักทรัพย์มากเกินไป
หลังจากที่มีการแยกย่อยเป็น FTSE Global All Cap Index แล้ว จะนำดัชนีดังกล่าวมา กรองสัญชาติ/ประเทศที่จดทะเบียน (Country Assignment) และจะตัดหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) ออก และจัดทำเป็น FTSE Global All Cap ex US Index
การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี FTSE GEIS จะดำเนินการ ดังนี้
รอบการทบทวนรายชื่อประเทศใน ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed) ตลาดเกิดใหม่ขั้นก้าวหน้า (Advanced Emerging) และตลาดเกิดใหม่ขั้นรอง (Secondary Emerging) เป็นรายปี โดยจะประกาศผลในเดือนกันยายนของทุกปี
เกิดขึ้นในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม เพื่อสะท้อนข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน หุ้น IPO ขนาดใหญ่ หรือการควบรวมกิจการที่สำคัญ
เพื่อลดอัตราการหมุนเวียนของหลักทรัพย์ในดัชนี (Turnover) จะมีการกำหนดเกณฑ์ช่วงกันชน (Buffer Zones)สำหรับการทบทวนจัดกลุ่มหลักทรัพย์ตามขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ระหว่าง Large Cap, Mid Cap และ Small Cap ดังนี้
กลุ่มหลักทรัพย์
เกณฑ์สำหรับการคัดเลือกเข้าดัชนี (Eligible for Inclusion)
เกณฑ์สำหรับการคัดออกจากดัชนี
(Eligible for Exclusion)
Large Cap
68%
72%
Mid Cap
86%
92%
Small Cap
98%
101%
สำหรับการทบทวนในแต่ละรอบ จุดตัดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization Thresholds) ที่สอดคล้องกับเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ดังกล่าว จะถูกกำหนดและนำมาใช้ในการทบทวนตามรอบต่าง ๆ ดังนี้
ดัชนีเริ่มวันที่ 1 กันยายน 2546 และวันฐานของดัชนี คือวันที่ 31 ธันวาคม 2545 โดยมีมูลค่าวันฐานที่ 200
ดัชนีคำนวณด้วยวิธีถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและปรับสัดส่วนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่สามารถซื้อขายได้จริง (Float-adjusted, market-capitalization weighted index)
ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดัชนีประกอบด้วย 8,578 หลักทรัพย์ โดยหลักทรัพย์ที่มีน้ำหนักสูงที่สุด 10 อันดับแรกรวมกันเป็น 13.81% และหลักทรัพย์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือ Taiwan Semiconductor Manufacturing ที่ 4.15%
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง รวมถึงรายชื่อหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ที่
https: //www.lseg.com/en/ftse-russell/indices/global-equity-index-series
ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย :
ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน (% ต่อปี) :
ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนรวม (Total Expense Ratio): 0.05%
เว็บไซต์https: //advisors.vanguard.com/investments/products/vxus/vanguard-total-international-stock-etf รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากเอกสารของกองทุนหลัก เช่น Fund Fact Sheet หนังสือชี้ชวน (Prospectus) เอกสารข้อมูลเพิ่มเติมของกองทุน และรายงานประจำปีของกองทุนหลัก และ ข้อมูล Index Fact Sheet กับหลักเกณฑ์ในการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ของผู้จัดทำดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ ให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้
ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม