ทั่วไป (Main)
ที่เลือกไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารภาครัฐไทยเพื่อความยั่งยืน
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
10.5195
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
295 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
3
ระดับ 3 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.5%
อันดับค่าธรรมเนียม 8 จาก 11
1 วัน
+0.02%
1 สัปดาห์
+0.23%
1 เดือน
-0.53%
3 เดือน
+1.55%
6 เดือน
-0.50%
1 ปี
-4.14%
5 ปี
-
สูงสุด
-3.87%
-4.41%(-0.4852)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3% | 0.27% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5% | 0.5% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในตราสารภาครัฐไทย เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังหรือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินภาครัฐไทยอื่นใดตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุญาตให้กองทุนลงทุนได้ รวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากตราสารที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนรวมตราสารหนี้ลงทุนได้ โดยกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน อัตราดอกเบี้ย และเครดิต (Credit Rating หรือ Credit Event) จึงอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาในการทําธุรกรรมไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพัน เมื่อครบระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์และ/หรือ สถาบันการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และบริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดจากสภาวะตลาด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากคาดการณ์ผิดอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อยลงหรือเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น ซึ่งบริษัทจัดการจะติดตามเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสาร Basel III และ/หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสาร Basel III รวมกันไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะไม่นับช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการรวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย เพื่อสร้างผลตอบแทนผ่านการลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน รวมทั้งส่งเสริมให้มีโครงการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ที่ผู้ออกตราสารมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุน หรือชำระหนี้สินเดิม (Refinancing) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกตราสาร
กองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) โดยตราสารดังกล่าวจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกตราสารของบริษัทจัดการ เช่น มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นต้น
บริษัทจัดการมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งครอบคลุมเรื่องกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง
ดัชนีชี้วัดของกองทุน ได้แก่
บริษัทจัดการเลือกดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจากดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย มีตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนใช้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งมีพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปีเป็นองค์ประกอบ เป็นดัชนีชี้วัด เพื่อสะท้อนการลงทุนในตราสารหนี้อื่นที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน ทั้งนี้ มูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลแต่ละรุ่นจะคำนวณมาจากราคาตลาดหรือราคามูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวัน (End-of-Day Mark-To-Market) ซึ่งสามารถสะท้อนราคาตลาดได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนมีความสอดคล้องและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีตราสารหนี้ ESG และดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market (Index Methodologies) ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
https: //www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
https: //www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2018/GBIndex_10042018.aspx#
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
เนื่องจากกรอบการลงทุนของกองทุนเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) จึงทำให้ขอบเขตของการลงทุนถูกจำกัด
แนวทางการบริหารความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะคัดเลือกลงทุนในตราสารที่สามารถสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ของบริษัทจัดการและภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด
แนวทางการบริหารความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบทานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากที่สุด
แนวทางการบริหารความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผู้ออกตราสาร อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของกองทุนภายใต้เงื่อนไขการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้
บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งนี้ ในกรณีที่หากผู้ออกตราสารไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนได้ในเวลาที่เหมาะสมและไม่มีเหตุผลอันสมควรในประเด็นที่อาจขัดกับนโยบายการลงทุนของกองทุน บริษัทจัดการจะพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในตราสารดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผลที่ทำให้มีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม