1.กองทุนมีนโยบายลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและ/หรือรัฐวิสาหกิจ และ/หรือเอกชน และ/หรือตราสารตลาดเงิน และหรือตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินและ/หรือ เงินฝาก และ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และหรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรืออนุญาต/เห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยกองทุนมีกรอบในการพิจารณาลงทุนดังนี้
1.1 กองทุนกำหนด portfolio duration ประมาณ 1 ปี โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.2 กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
1.3 ในกรณีที่กองทุนพิจารณาลงทุนในต่างประเทศ สัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.4 กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน รวมถึงอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิงได้แก่ทรัพย์สินต่างๆที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆที่คณะกรรมการก.ล.ต.หรือสํานักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
1.5 กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารหนี้ หรือธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse repo) หน่วย CIS ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
2.สำหรับส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ
1.30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทุน
2.30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจําหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคําสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจํานวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทําการ