Krungthai Korkarndee ESG Fund
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- TH
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารแห่งทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy) และมีนโยบายที่จะลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่เป็นส่วนประกอบชองดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ในสัดส่วนที่เท่าหรือใกล้เคียงกับน้ำหนักที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีดังกล่าว ซึ่งรวมถึงหุ้นที่อยู่ระหว่างการเข้าหรือออกจากการเป็นหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีดังกล่าวด้วย เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) อย่างไรก็ตาม ในขณะใดขณะหนึ่งกองทุนอาจไม่ได้ลงทุนในหุ้นซึ่งประกอบเป็นดัชนีราคาดังกล่าวครบทั้งจำนวน นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงในการสร้างผลตอบแทนเป็นดัชนีอื่นใดแทนดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) ในกรณีที่ดัชนีดังกล่าวถูกยกเลิกหรือจะไม่มีการคำนวณอีกต่อไป รวมถึงบริษัทจัดการมองเห็นว่ามีดัชนีอื่นในที่เหมาะสมกว่า โดยดัชนีที่จะนำมาใช้แทนจะต้องเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยรวมที่สอดคล้องกับดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) หรือที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการสรรหา คัดเลือกดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงในการสร้างผลตอบแทนเป็นดัชนีราคาหุ้นอื่นๆ ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม ทั้งนี้ กองทุนสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (Cascade investment)) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วย infra หน่วย property และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ตลอดจนลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด แต่จะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 1. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 2. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) 3. ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) 4. หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนเป็นกองทุนรวมผสม ในกรณีที่สัดส่วนและประเภทหลักทรัพย์ของดัชนีชี้วัดมีการเปลี่ยนแปลงจนไม่เป็นไปตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามเกณฑ์ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ดังนั้น เพื่อให้กองทุนสามารถลงทุนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุดโดยเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ ซึ่งบริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (exit without fee) ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว โดยจะประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน หากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนกำหนด และถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว หมายเหตุ : ในสภาวะปกติกองทุนจะพยายามดำรงค่าความผันผวนของผลตอบแทนของกองทุน (หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR)) ไม่เกินร้อยละ 3.00 ต่อปี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยทำให้กองทุนอาจไม่สามารถดำรงส่วนต่างดังกล่าวได้จึงอาจมีบางขณะที่ค่า Tracking Error มากกว่าร้อยละ 3.00 ต่อปี ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ.เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ ข้อมูลดัชนี อีเอสจี ไทยพัฒน์ ดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ หรือ Thaipat ESG Index TR เป็นดัชนีที่ใช้เพื่อแสดงระดับความเคลื่อนไหวของผลตอบแทนรวมหลักทรัพย์ (Total Return) ซึ่งคำนวณรวมผลตอบแทนเงินปันผล โดยจะคัดเลือกหลักทรัพย์จากกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) 100 หลักทรัพย์ จากการจัดอันดับโดยสถาบันไทยพัฒน์ เพื่อให้เป็นดัชนีอ้างอิง (Underlying Index) สำหรับการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยเฉพาะที่มุ่งเน้นการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) การปรับรายการหลักทรัพย์ สถาบันไทยพัฒน์ กำหนดให้มีการปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนี อีเอสจี ไทยพัฒน์ ทุกๆ 6 เดือน เพื่อความเหมาะสมและรองรับการความเปลี่ยนแปลงของหลักทรัพย์ตามภาวการณ์ที่เป็นปัจจุบัน เช่น การรับหลักทรัพย์เข้าใหม่ การรับหลักทรัพย์เพิ่มทุน หรือการเพิกถอนหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ที่นำมาพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด SET และ maiวันที่เริ่มเผยแพร่ดัชนี10 กันยายน 2561วันฐานของดัชนี30 มิถุนายน 2558ค่าดัชนีในวันฐาน100 จุดการเผยแพร่ข้อมูลข้อมูล ณ สิ้นวันทำการ โดยจะเผยแพร่ในวันถัดไปรอบของการปรับหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม โดยมีผลในวันทำการแรกของเดือนถัดไปการปรับฐานการคำนวณเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นของหลักทรัพย์ที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การเพิ่มทุนของบริษัท การแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญ หรือการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัทผู้คำนวณและเผยแพร่ข้อมูลดัชนีS&P Dow Jonesวิธีคำนวณดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ ดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ เป็นดัชนีที่คำนวณผลตอบแทนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ที่ลงทุน และเงินปันผล ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของกำไรที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้น โดยมีสมมติฐานว่า เงินปันผลที่ได้รับ ถูกนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ (Reinvest) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี (มิใช่เฉพาะหลักทรัพย์ที่จ่ายปันผล) Total Return Indext = (Total Return Indext-1) * (1+DTRt) โดยที่ Total Return Index t = ดัชนีผลตอบแทนรวม ณ วันปัจจุบัน Total Return Index t-1 = ดัชนีผลตอบแทนรวม ณ วันก่อนหน้า DTR t = ผลตอบแทนรวมของดัชนี ณ วันปัจจุบัน หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ในดัชนี หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ ประกอบด้วย เกณฑ์คุณสมบัติหลักทรัพย์ (Eligibility Criteria) ซึ่งเป็นการพิจารณาคุณสมบัติของหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ESG ที่สถาบันไทยพัฒน์กำหนด และเกณฑ์สภาพคล่องหลักทรัพย์ (Liquidity Criteria) ซึ่งเป็นการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ผ่านเงื่อนไข ESG ให้มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการซื้อขาย เหมาะสมต่อการนำมาคำนวณในดัชนี เพื่อใช้อ้างอิงสำหรับการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ทุก 6 เดือน (ในการคำนวณดัชนี) รอบทบทวนเดือนมกราคม: สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม รอบทบทวนเดือนกรกฎาคม: สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม – มกราคมปีถัดไป ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นกองทุนจะไม่ลงทุนใน 1. ตราสาร Basel III 2. หน่วย Private Equity
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ KT-ESG ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 3 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| KT-ESG-A | +36.6% | +8.1% | -1.0% | 0.68% |