United Mixed 70/30 Thailand ESG Extra Fund
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- TH
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
1. กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ (1) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้ (1.1) บริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) และ/หรือ (1.2) บริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ (1.3) บริษัทที่มีการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) โดยมีลักษณะดังนี้ (1.3.1) บริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies : CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (1.3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ 1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (Corporate value up plan) 2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ - แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ตามข้อ (1.1) - เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจกของประเทศไทย ตามข้อ (1.2) ข้างต้น (1.3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด และ/หรือ (1.4) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้ (1.4.1) เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว (1.4.2) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า อนึ่ง กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน โดยมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ตาม ข้อ (1) โดยมี net exposure ในหุ้นดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (2) ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (2.1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ - กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี - กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย (2.2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินตามข้อ (1) และข้อ (2) โดยมี net exposure ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์อื่นที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองของผู้จัดการกองทุน และ/หรือตราสารหนี้ ตราสารทางการเงิน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นใด ที่ออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน โดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินหรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) อย่างไรก็ดี กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) ได้เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) และ/หรือตราสารทุนที่ได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (CIS) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรืออาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารทุนและ/หรือตราสารหนี้ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ 3. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงในกรณีกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ การทำสัญญาสวอป และ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน และ/หรืออัตราดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาจากภาวะตลาดและการลงทุนในขณะนั้นๆ และ/หรือพิจารณาจากสภาวการณ์ในแต่ละขณะ และ/หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากราคาหลักทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงจะทำการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง และจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง 5. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวมช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวมช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในบริษัทหรือหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่มีการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีการส่งเสริม ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) หรือเป็นบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนที่มีการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือ หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด รวมไปถึงการลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือตราสารในกลุ่มความยั่งยืนตามนโยบายการลงทุนของกองทุน เพื่อช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและแสวงหาผลตอบแทนในระยะยาว โดยจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) และผ่านการลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือ ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ประกาศกำหนด เป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหรือส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น กองทุนมีแนวทางในการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ในภาพรวม โดยกองทุนใช้การผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการตัดสินใจลงทุน ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามแนวทาง ESG Integration อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อคัดเลือกและบริหารการลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และมีแผนหรือแนวทางในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างเหมาะสมในระยะยาว อาทิเช่น ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม กองทุนอาจพิจารณาบริษัทที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ รวมถึงบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลหรือมีแนวทางในการจัดการและลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การกำหนดเป้าหมายหรือแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เป็นต้น รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้กิจการที่ลงทุนมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวและสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ กองทุนยังให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยพิจารณาบริษัทที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และมีแผนหรือแนวทางในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงบริษัทที่เข้าร่วมโครงการหรือแนวทางที่ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของกิจการ เช่น โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพกิจการและตลาดทุนอย่างยั่งยืนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนระยะยาว โดยการลงทุนในตราสารที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และเป็นการส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนผู้ออกตราสารหนี้ในกลุ่มความยั่งยืนที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG รวมถึงเป็นการกระตุ้นหรือส่งเสริมระบบและกลไกการลงทุนในการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนด้านการลงทุนของประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล เช่น United Nations Sustainable Development Goals (UN SDGs)ทั้งนี้ กองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจง แต่เป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนผ่านการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (ESG Integration) กรอบการลงทุน (investment universe) กองทุนกำหนดกรอบการลงทุนโดยคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลัก ESG ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนเป้าหมาย UN SDGs ในด้านต่าง ๆ บริษัทจัดการพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนตามหลักความยั่งยืน (ESG Investment Universe) ภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุนโดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ ส่วนตราสารทุน พิจารณาจากหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะและการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน โดยเริ่มต้นพิจารณาจาก หุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SETESG ซึ่งดัชนี SETESG เป็นดัชนีที่สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)จัดให้มีการพิจารณากรอบการลงทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากดัชนี SETESG โดยอาศัยการพิจารณาของคณะกรรมการลงทุน (Investment Committee: IC) ซึ่งจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกัน ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐาน มูลค่าหลักทรัพย์ มูลค่าตลาด สภาพคล่อง ผลการดำเนินงานที่ดีและการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงปัจจัยด้าน ESG โดยให้ความสำคัญกับด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance)บริษัทจัดการอาจพิจารณาหุ้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากดัชนี SETESG ได้ ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนมีการเปิดเผยข้อมูลหรือมีแผนดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG หรือการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นรูปธรรมทั้งนี้ กรอบการลงทุนดังกล่าวครอบคลุมถึงบริษัทจดทะเบียนที่มีการยกระดับการกำกับดูแลกิจการ (Governance) และบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยยังคงอยู่ภายใต้กรอบ ESG Investment Universe และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน ส่วนตราสารหนี้ กองทุนกำหนดกรอบการลงทุนในส่วนของตราสารหนี้ และ/หรือตราสารในกลุ่ม ESG ให้สอดคล้องตามนโยบายการลงทุน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม 1. ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ 1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี 2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย 2. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือ หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร หรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ทั้งนี้ กรอบการลงทุนในส่วนของตราสารหนี้ดังกล่าวเอื้อต่อการผนวกปัจจัยด้าน ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) อย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยกองทุนไม่มีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนในเชิงปริมาณ ความเหมาะสมกับ ESG Integration พิจารณา ดังนี้ (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน หุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะตามกรอบนโยบายการลงทุน รวมถึงหุ้นที่อยู่ใน ESG Investment Universe ของกองทุน เช่น หุ้นในดัชนี SETESG และหุ้นที่มีลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมปัจจัยด้าน ESG รวมถึงหุ้นที่มีการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance) และ/หรือเข้าร่วมโครงการพัฒนา เช่น โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET เป็นต้น รวมถึงตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชน และตราสารในกลุ่มความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond ที่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ความเหมาะสมกับ ESG Integration หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนการดำเนินธุรกิจของผู้ออกอย่างชัดเจน ทำให้กองทุนสามารถประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการคัดเลือกและบริหารการลงทุนผ่านกระบวนการ ESG Integration ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม (2) คุณสมบัติของผู้ออก ผู้ออกหลักทรัพย์เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องหรือส่งเสริมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และ/หรือมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือบริษัทที่มีการยกระดับด้าน Governance หรือเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET รวมถึงผู้ออกตราสารหนี้ที่เป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนที่มีฐานะการเงินมั่นคง และ/หรือมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และมีลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริม ESG เช่น การออก green bond, sustainability bond หรือ sustainability-linked bond ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ความเหมาะสมกับ ESG Integration ผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะดังกล่าวเอื้อต่อการนำข้อมูลด้าน ESG มาใช้ในการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทำให้กองทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG ของผู้ออกได้อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม (3) กลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องหรือส่งเสริมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ตลอดจนตราสารในกลุ่มความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond ความเหมาะสมกับ ESG Integration การลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และเปิดโอกาสให้กองทุนสามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะด้าน ESG ที่เหมาะสมในแต่ละอุตสาหกรรม รวมถึงสามารถนำปัจจัย ESG มาผนวกเข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม (4) ประเทศหรือภูมิภาค กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศได้ตามกรอบนโยบายการลงทุน ทั้งนี้ ในปัจจุบันกองทุนมุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องหรือส่งเสริมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงการลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนในประเทศไทย และตราสารในกลุ่มความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ความเหมาะสมกับ ESG Integration การมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศไทยช่วยให้กองทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้าน ESG ของผู้ออกได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง รวมถึงสามารถติดตาม วิเคราะห์ และประเมินปัจจัยด้าน ESG ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเอื้อต่อการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) ได้อย่างเป็นระบบ และส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม กลยุทธ์การลงทุน (Sustainability Strategy) (1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ ได้แก่ Screening (negative) และ/หรือ ESG Integration และ/หรือ Active ownership (2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว กองทุนใช้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์เชิงลบ (Negative Screening) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจขัดต่อเป้าหมาย UN SDGs เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อม ประเด็นทางสังคมและแรงงาน ประเด็นด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางธุรกิจ เป็นต้น การนำปัจจัย ESG ร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) กองทุนนำปัจจัย ESG มาพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุนตามปกติ เช่น งบการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน ความเสี่ยง และผลตอบแทน เป็นต้น รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ ควบคู่กับการพิจารณาด้านผลประกอบการ ความสามารถในการแข่งขัน และความเสี่ยง เพื่อประเมินความสามารถของบริษัทในการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN SDGs การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับบริษัทจดทะเบียน (Active Ownership) กองทุนส่งเสริมการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน (Engagement) และการใช้สิทธิออกเสียง (Voting Proxy) เพื่อสนับสนุนให้บริษัทพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลัก ESG และเป้าหมาย UN SDGs อย่างต่อเนื่อง (3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ sustainability objective กลยุทธ์การลงทุนทั้ง Negative Screening และ/หรือ ESG Integration และ/หรือ Active ownership เพื่อแสดงถึงการจัดการลงทุนที่มีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ มีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับ sustainability objective (SRI Promote) และเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม - การนำปัจจัยด้าน E หรือ S หรือ ESG มาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน เพื่อการลงทุน การนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน เพื่อการลงทุน โดยพิจารณาควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ส่วนตราสารทุนหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน บริษัทจัดการมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ (Sustainable and Responsible Investing: SRI) โดยใช้ กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) อย่างเป็นระบบ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน E, S และ G ของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) โดยพิจารณาหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะด้าน ESG ที่เหมาะสมเป็นลำดับแรก ซึ่งครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลโดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ดัชนีหรือการประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG รวมถึงดัชนี SETESG และข้อมูลการเปิดเผยของบริษัทจดทะเบียนบริษัทจัดการใช้กระบวนการคัดกรองหลักทรัพย์ (ESG Screening) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือมีแหล่งที่มาของรายได้จากการผลิตอาวุธสงคราม ยาสูบ สื่อลามก การพนัน แอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมา รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินปีล่าสุด ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าในระยะยาว อาทิ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน จริยธรรมทางธุรกิจ หรือการกำกับดูแลกิจการ และ/หรือธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับ การยกระดับด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยพิจารณาบริษัทที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับที่เหมาะสม รวมถึงบริษัทที่มีแผนหรือแนวทางการยกระดับการกำกับดูแลกิจการและการเพิ่มมูลค่าของกิจการอย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้ การคัดเลือกหลักทรัพย์ ครอบคลุมถึงบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสื่อสารกับผู้ลงทุน ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กรอบ ESG Integration และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรอง บริษัทจัดการจะนำปัจจัย ESG มาพิจารณา ควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงินและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสของหลักทรัพย์ในระยะยาว รวมถึงใช้ข้อมูลด้าน ESG ประกอบการกำหนดน้ำหนักการลงทุน การจัดสรรการลงทุนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม และการบริหารพอร์ตการลงทุนโดยรวม กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะบริหารจัดการลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนตามหลักความยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบเชิงลบ (Negative Screening) เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ ESG ทั้งนี้ หลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) โดยพิจารณาจากคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยเฉพาะการพิจารณาด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) และการยกระดับการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้น ผู้จัดการกองทุนจะนำข้อมูลปัจจัย ESG มาพิจารณาควบคู่กับการวิเคราะห์หลักทรัพย์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพภายใต้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ากับการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) อย่างเป็นระบบเพื่อประเมินมูลค่าหลักทรัพย์และระดับความเสี่ยงรวมถึงใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกหลักทรัพย์และการจัดสรรการลงทุนของพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ การพิจารณาหลักทรัพย์ภายใต้ ESG Investment Universe ครอบคลุมถึงบริษัทที่มีการยกระดับด้านธรรมาภิบาล และบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบ ESG Integration และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน ส่วนตราสารหนี้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน กองทุนมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการลงทุนตามหลักการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ (Sustainable and Responsible Investing: SRI) โดยใช้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน กองทุนจะคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุนโดยพิจารณาจากตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (ESG) กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond) และกองทุนจะลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับการวิเคราะห์การลงทุนในด้านอื่น ๆ เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้าน ESG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและผลตอบแทนของการลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาข้อมูลด้านความยั่งยืน เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) สำหรับตราสารเพื่อความยั่งยืน หรือการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนสำหรับตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน กองทุนใช้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) อย่างเป็นระบบในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน โดยพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับปัจจัยด้านการเงินในทุกขั้นตอนของกระบวนการลงทุน กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดกรอบการลงทุน การคัดเลือกตราสาร การวิเคราะห์การลงทุน การจัดสรรการลงทุน และการติดตามผลการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผู้จัดการกองทุนจะบริหารพอร์ตการลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนตามหลักความยั่งยืน (ESG Integration) โดยเน้นการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือตราสารที่ออกโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินที่ลงทุน โดยบริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์หลักทรัพย์หรือตราสารโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลภายนอกที่มีการเผยแพร่ เช่น แนวทางการบริหารจัดการหรือดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส หรือข้อมูลด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ที่มีการเผยแพร่ เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือตราสาร และเพื่อให้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนดำเนินการอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ - การกำกับดูแลภายใน ที่เกี่ยวข้องกับการนำ ESG integration ไปใช้จริงในการตัดสินใจลงทุน กองทุนมีการนําปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเพื่อการลงทุนในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การกำหนดกรอบการลงทุน (ESG Investment Universe) การคัดกรองหลักทรัพย์ (Screening) การวิเคราะห์หลักทรัพย์ และการตัดสินใจลงทุน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผนวกปัจจัย ESG (ESG Integration) อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ การพิจารณาปัจจัย ESG จะดำเนินการควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการลงทุน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน และส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยกองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนเฉพาะเจาะจง - แหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืน กองทุนใช้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเพื่อการลงทุน เช่น ข้อมูลที่เปิดเผยโดยผู้ออกหลักทรัพย์ รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานหรือแหล่งข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และเป็นส่วนหนึ่งของการผนวกปัจจัย ESG (ESG Integration) เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน และส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยกองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนเฉพาะเจาะจง ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี) กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และ/หรือมีอัตราการเติบโตสูง และ/หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด รวมถึงกองทุนมีการบริหารจัดการลงทุนตามแนวทางหรือกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ จึงอาจไม่สามารถลงทุนในตราสารหนี้หรือทรัพย์สินอื่นที่อาจมีผลตอบแทนที่ดีกว่าและ/หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดีกว่าแต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด จึงทำให้ขอบเขตของการลงทุนของกองทุนถูกจำกัด ดัชนีชี้วัด (ก) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark) กองทุนพิจารณาเลือกใช้ดัชนีชี้วัดของกองทุน (Benchmark) เพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน ได้แก่ 1. ดัชนี SETESG TRI (SETESG Total Return Index) ในสัดส่วนร้อยละ 67.50 2. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Government Bond ESG Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 3. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Short-Term Government Bond Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 4. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 5. ผลตอบแทนรวมของดัชนีหุ้นกู้ยั่งยืน กลุ่ม 1 (1<TTM<= 3) ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Corporate Bond ESG Index – Total Return , Group 1 (1<TTM<= 3)) ในสัดส่วนร้อยละ 2.50 เหตุผลในการเลือกใช้ดัชนีชี้วัด 1. ดัชนี SETESG TRI (SETESG Total Return Index) ในสัดส่วนร้อยละ 67.50 เนื่องจาก ดัชนี SETESG TRI เป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization Weighted Index) และเป็นดัชนีที่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของราคากลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ซึ่งมีขนาด (Market Capital Scale) และสภาพคล่อง (Liquidity) ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี เป็นบริษัทที่มีผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทมีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้วจำนวนหุ้นที่ซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือนไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนีผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทําดัชนี (index methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย ของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด 2. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Government Bond ESG Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาล ESG ของภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA โดยเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนของกองทุนที่ลงทุนในตราสารภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลและ/หรือตราสารหนี้อื่นใดในกลุ่ม ESG ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนรวมถึงกรอบการลงทุนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทําดัชนี (index methodologies) ได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx 3. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Short-Term Government Bond Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA ที่มีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นออกโดยภาครัฐเป็นองค์ประกอบของดัชนี สะท้อนการลงทุนในตราสารภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลรวมกัน จึงถือเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนของกองทุนได้ ตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทําดัชนี (index methodologies) ได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ShortTermIndex.aspx 4. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วนร้อยละ 10.00 เนื่องจากเป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะเวลา 1 ปี ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 ธนาคาร จึงถือเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนของกองทุนได้ตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทําดัชนี (index methodologies) ได้ที่ https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Other-Services/View-Rates/Deposit-Interest-Rates https://www.kasikornbank.com/TH/Rate https://www.scb.co.th/th/personal-banking/rates-fees.html 5. ผลตอบแทนรวมของดัชนีหุ้นกู้ยั่งยืน กลุ่ม 1 (1<TTM<= 3) ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Corporate Bond ESG Index – Total Return , Group 1 (1<TTM<= 3)) ในสัดส่วนร้อยละ 2.50 เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้หรือหุ้นกู้กลุ่มยั่งยืนหรือ ESG (ที่มีอายุ 1-3 ปี) ที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนในทรัพย์สิน และ/หรือตราสารหนี้ในกลุ่ม ESG ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนรวมถึงกรอบการลงทุนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทําดัชนี (index methodologies) ได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx บริษัทจัดการพิจารณาเลือกใช้ตัวชี้วัดข้างต้นเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเหมาะสมซึ่งจะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนดัชนีชี้วัดผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือ ประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวม และ/หรือ การเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการใช้เปรียบเทียบในกรณีที่ผู้ออกตัวดัชนีของตัวชี้วัดไม่ได้จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูลหรืออัตราดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลการตัดสินใจลงทุนได้ (ข) ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ไม่มี ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน ความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนี้ อาจได้แก่ 1. ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลภายนอกที่มีการเผยแพร่ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่ไม่ได้รับจากผู้ออกตราสารโดยตรง เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ คัดกรองและคัดเลือกหลักทรัพย์ตามกลยุทธ์การลงทุน อาจมีความคลาดเคลื่อน หรือไม่สมบูรณ์ หรือไม่ทันท่วงที ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีบริษัทจดทะเบียนที่กองทุนเข้าลงทุนภายใต้กรอบการลงทุน (Investment Universe) ได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท หากกองทุนยังคงใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลนั้นที่อาจไม่ได้มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันหรือทันท่วงทีหากมีประเด็นหรือเมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่กระทบต่อบริษัทจดทะเบียนภายใต้กรอบการลงทุนอย่างรวดเร็วจึงอาจส่งผลต่อการวิเคราะห์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีความคลาดเคลื่อนได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจัดให้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวภายใต้หัวข้อเรื่อง “แนวปฏิบัติกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน”ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว (Concentration Risk) ที่อาจเกิดจากการที่กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ หุ้นกลุ่ม ESG จึงอาจมีความหลากหลายน้อยกว่าหรือมีการกระจายการลงทุนได้ต่ำกว่ากองทุนตราสารทุนทั่วไป ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) จึงอาจมีความหลากหลายของกลุ่มตราสารที่ลงทุนหรือการกระจายการลงทุน รวมถึงโอกาสในการลงทุนที่อาจเพิ่มผลตอบแทนได้น้อยกว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไปความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสารหรือทรัพย์สินที่ลงทุน (Liquidity Risk) คือเป็นความเสี่ยงจากการที่กองทุนไม่สามารถซื้อขายตราสารหรือทรัพย์สินที่ลงทุน อาจได้แก่ หุ้นของบริษัทจดทะเบียน และ/หรือตราสารหนี้ เป็นต้น ได้ในระยะเวลาหรือ ราคา หรือปริมาณที่ต้องการได้ เนื่องจากตราสารหรือทรัพย์สินที่ลงทุนขาดสภาพคล่อง เช่น อาจเกิดจากหุ้นตามกรอบการลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนดอาจเป็นหุ้นในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง และ/หรือหุ้นขนาดเล็ก ที่เป็นหุ้นกลุ่ม ESG ที่กองทุนพิจารณาลงทุนอาจมีสภาพคล่องหรือมีปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์น้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งอาจทําให้กองทุนมีข้อจํากัดในการซื้อขายได้ตามปริมาณและราคาภายในเวลาที่ต้องการได้ และ/หรืออาจมีสาเหตุมาจากผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยต่าง ๆ และ/หรือเงื่อนไขหรือข้อจำกัดตามข้อกำหนดของหลักการด้านความยั่งยืนได้ เป็นต้นแนวทางการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน บริษัทจัดการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนโดยผนวกการพิจารณาปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ การจัดสรรการลงทุน และการติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามแนวทางและมาตรการควบคุมที่กำหนดไว้ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน - ความเสี่ยงจากการที่การลงทุนอาจไม่ส่งผลตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน แม้ว่ากองทุนจะมีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน แต่การลงทุนของกองทุนอาจไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมตามที่คาดหวังได้เสมอไป เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ ภาวะเศรษฐกิจ หรือข้อจำกัดในการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน - ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือกลยุทธ์ของผู้ออกหลักทรัพย์ บริษัทที่กองทุนลงทุน ซึ่งในช่วงหนึ่งอาจมีคุณลักษณะสอดคล้องกับปัจจัย ESG อาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ นโยบาย หรือกลยุทธ์ ที่ส่งผลให้ระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลลดลงในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุน แนวทางการพิจารณาและการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัท ผู้ออกตราสาร หรือทรัพย์สิน ที่กองทุนลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมตามนโยบายและกระบวนการลงทุนของกองทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่การลงทุนของกองทุนอาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนหรืออาจไม่สามารถสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุนได้ตามที่คาดหวัง ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณากำหนดแนวทางในการพิจารณา ติดตาม และจัดการความเสี่ยงดังกล่าวโดยผนวกการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ (ESG Integration) อาทิ ในการพิจารณาก่อนการลงทุน บริษัทจัดการจะประเมินความสอดคล้องของการลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) และการหลีกเลี่ยงการลงทุนในกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล และอาจรวมถึงภายหลังการลงทุน บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือนโยบายของบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่การลงทุนอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนในระยะต่อไป ทั้งนี้ หากพบว่าการลงทุนใดมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสม เช่น การมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน การใช้สิทธิออกเสียงการปรับลดสัดส่วนการลงทุน หรือการพิจารณาจำหน่ายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตตามนโยบายและดุลยพินิจของบริษัทจัดการ แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน (ก) กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการจะมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนตามกรอบการลงทุน (ESG Investment universe) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การติดตามและการตรวจสอบดังกล่าวเป็นไปอย่างน้อยตามรอบระยะเวลาการทบทวนพอร์ตการลงทุน และ/หรือ ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญด้าน ESG เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนของกองทุนยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์และกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสําคัญกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน ในกรณีมีข่าวที่ส่งผลกระทบด้าน ESG ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลหรือการกํากับดูแลกิจการที่ดีของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินนั้นๆ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบ เชิงลบต่อการบริหารจัดการกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน รวมถึงกรอบนโยบายการลงทุน บริษัทจัดการจะมีการตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อสรุปในการบริหารจัดการกองทุนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทุนเป็นสําคัญ (ข) การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข ในกรณีที่ตรวจพบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือ sustainability objective ของกองทุน บริษัทจัดการจะพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยทั่วไป บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไข ภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ตรวจพบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์ ความรุนแรงของประเด็นด้านความยั่งยืน สภาพตลาด อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร บริษัทจัดการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาในการแก้ไขตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ (ค) แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ในการแก้ไขกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการกองทุนรวมอาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี ดังนี้ (1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) บริษัทจัดการจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการอย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันให้กิจการปรับปรุงหรือยกระดับการดำเนินงานให้กลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน หากการมีส่วนร่วมดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับลดสัดส่วนหรือจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นออกจากพอร์ตการลงทุน (2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) บริษัทจัดการมีนโยบายเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบ ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนหรือ sustainability objective ของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญหรือเป็นกรณีต่อเนื่อง โดยอาจเปิดเผยผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชี หรือการแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางที่บริษัทจัดการกำหนด เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลอย่างโปร่งใสและเพียงพอในการประกอบการตัดสินใจ (3) การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (Divestment) บริษัทจัดการจะพิจารณาลดสัดส่วน ไถ่ถอน หรือ จำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน หรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุนออกจากพอร์ตการลงทุน ในกรณีที่การดำเนินการแก้ไขผ่านแนวทางอื่นแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ หรือเมื่อพ้นกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการแก้ไข ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปภายใต้ดุลยพินิจของบริษัทจัดการ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ UMIX-TESGX ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 5 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| UMIX-TESGX-D | — | — | — | 1.84% |