BGF World Technology Fund
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- ลักเซมเบิร์ก
- จำนวนกองทุนไทย
- 2 กองทุน
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ BGF World Technology Fund (Class D2 USD) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น เงินเหรียญสหรัฐ หยวนจีน ยูโร เยนญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินยูโร ฮ่องกงดอลลาร์ หรือสกุลเงินอื่นใดในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class D2 USD (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การดำรงสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว และตามข้อ 1. มิให้รวมถึงช่วงเวลาประมาณ 15 วันทำการหลังจากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกโดยนับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม 3. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 4. กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ 5. กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลักอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 6. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน BGF World Technology Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน BGF World Technology Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 6. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท BlackRock Luxembourg S.A. หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยเร็ว และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 7. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (7.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (7.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 8. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 9. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (10.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนก่อนเลิกกองทุนรวม (10.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน BGF World Technology Fund (กองทุนหลัก): ชื่อกองทุน:BGF World Technology Fundลักษณะเฉพาะของ Class D2 USD:(1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป และสถาบัน ซึ่งลงทุนผ่านผู้ให้บริการด้านการลงทุนหรือผู้จัดจำหน่ายที่เป็นไปตามเงื่อนไขของกองทุนหลัก (2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผลวันที่จดทะเบียนกองทุน:3 มีนาคม 2538วันที่จัดตั้ง Share Class:30 ธันวาคม 2554กลยุทธ์และนโยบายการลงทุน:กองทุนมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนรวมให้มากที่สุด และลงทุนในลักษณะที่สอดคล้องกับหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (“ESG”) โดยกองทุนจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของทรัพย์สินทั้งหมดในหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กองทุนนี้เป็นกองทุนที่สามารถลงทุนผ่าน Stock connect ได้ (“Stock Connect Fund”) และอาจลงทุนโดยตรงในบริษัทต่าง ๆ ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านช่องทาง Stock connects ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการลงทุน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุน กองทุนนี้มีการบริหารจัดการเชิงรุก (Actively Managed) โดยผู้จัดการลงทุน (Investment Adviser) จะใช้ดุลยพินิจในการคัดเลือกการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้จัดการลงทุนจะอ้างอิงถึงดัชนีชี้วัดของกองทุนในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของกองทุน รวมทั้งใช้เพื่อการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงเชิงรุก (Active Risk) หรือระดับความเบี่ยงเบนจากดัชนีที่กองทุนรับนั้นเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ ผู้จัดการลงทุนไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องลงทุนตามส่วนประกอบหรือสัดส่วนการลงทุนของดัชนีชี้วัดของกองทุนเมื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุน โดยผู้จัดการลงทุนสามารถใช้ดุลยพินิจในการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในดัชนีชี้วัดเพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงและเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน อาจส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนไม่สามารถเบี่ยงเบนจากดัชนีชี้วัดของกองทุนได้มากนัก (สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุน BGF World Technology Fund) อายุโครงการ:ไม่กำหนดวันทำการขายและรับซื้อคืน:ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนการจ่ายเงินปันผล:ไม่จ่ายเงินปันผลบริษัทจัดการกองทุน:BlackRock (Luxembourg) S.A.ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน:The Bank of New York Mellon SA / NV, Luxembourg Branch นายทะเบียน:J.P. Morgan SE, Luxembourg Branchผู้สอบบัญชี: Ernst & Young S.A.เว็บไซต์:สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www.blackrock.com/lu/intermediaries/products/230012/?referrer=tickerSearchค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก BGF World Technology Fund (Class D2 USD) 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)(1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนไม่เกิน 5% (ได้รับการยกเว้นไม่เรียกเก็บ) (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)(1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee)0.75% (2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Expenses)0.31% ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (Ongoing Charges)1.06% * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน BGF World Technology Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ในประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ: ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ KFHTECH ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 8 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| KFHTECH-A | +24.0% | +81.4% | +37.2% | 1.53% | |
| KFHTECH-USD | — | — | — | 1.54% |