Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- ลักเซมเบิร์ก
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio, Class I Shares (Acc.) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินเหรียญสหรัฐ สกุลเงินยูโร สกุลเงินปอนด์ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินเหรียญสหรัฐในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I Shares (Acc.) (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝากธนาคาร ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 4. กองทุนหลักอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก 5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลฟิวเจอร์เจเนเรชั่นอิควิตี้ เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 5. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลฟิวเจอร์เจเนเรชั่นอิควิตี้ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท Goldman Sachs Asset Management B.V. หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลฟิวเจอร์เจเนเรชั่นอิควิตี้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 6. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (6.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (6.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 7. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 8. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 9. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio : ชื่อกองทุน:Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio ลักษณะเฉพาะของ Class I Shares (Acc.):(1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน (2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และไม่มีการจ่ายเงินปันผลวันที่จดทะเบียนกองทุน:19 กันยายน 2555วัตถุประสงค์การลงทุน:กองทุนมีวัตถุประสงค์ให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่นโยบายการลงทุน:กองทุนจะลงทุนในหุ้นและ/หรือตราสารทุนที่เปลี่ยนมือได้ (Equity Related Transferable Securities) และกองทุนที่เป็น “Permitted Funds” ที่ออกโดยหรือลงทุนในบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัว และอาจมีสัดส่วนการลงทุนในบางหมวดอุตสาหกรรมที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึงหมวดเทคโนโลยีและหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ การลงทุนกระจุกตัวและสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา การลงทุนในหุ้นและตราสารทุนที่เปลี่ยนมือได้อาจรวมถึง หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ และตราสารแสดงสิทธิในหุ้นประเภทอื่น ๆ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา (American Depositary Receipts หรือ “ADRs”) สถาบันการเงินในยุโรป (European Depositary Receipts หรือ “EDRs”) และสถาบันการเงินทั่วโลก (Global Depositary Receipts หรือ “GDRs”) กองทุนจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและ/หรือมีรายได้หลักมาจากการดำเนินธุรกิจบางประเภทต่อไปนี้: - อาวุธที่ไม่เป็นที่ยอมรับตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ (Controversial Weapons) ซึ่งรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ - ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากใบยาสูบ (Tobacco) - การสกัดหรือผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuels) บางประเภท - ความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Entertainment) - กิจการเรือนจำที่แสวงหากำไร (For-profit Prisons) และ - อาวุธปืนที่ครอบครองโดยพลเรือน (Civilian Firearms) ทั้งนี้ แนวทางการคัดเลือกบริษัทที่จะลงทุน/ไม่ลงทุนตามตัวอย่างข้างต้นจะเป็นไปตามหลักการ ESG (Environmental, Social and Corporate Governance) โดยที่ปรึกษาการลงทุนจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Intensity and Emissions Profiles) สุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในที่ทำงาน (Workplace Health and Safety) ผลกระทบต่อชุมชม (Community Impact) การกำกับดูแลกิจการและความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Governance Practices and Stakeholder Relations) พนักงานสัมพันธ์ (Employee Relations) โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท (Board Structure) ความโปร่งใส (Transparency) และการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหาร (Management Incentives) เป็นต้น โดยอาศัยแหล่งข้อมูลทั้งจากภายในที่จัดทำขึ้นเอง และ/หรือ แหล่งข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอกอื่น ๆ กองทุนอาจลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ในประเทศจีนโดยตรง เช่น ลงทุนผ่าน “Stock Connect” หรือโครงการ “Qualified Foreign Institutional Investor Program: QFI Program” ซึ่งเป็นโครงการที่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติประเภทสถาบันเข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีนตามโควต้าที่ได้รับ หรือโดยอ้อม เช่น การลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภท “Access Products” หรือ Permitted Funds ที่มีการลงทุนในหุ้น China A-Shares ของจีน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินสุทธิหรือไม่เกินขีดจำกัดที่หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอาจกำหนดขึ้นเป็นครั้งคราว กองทุนอาจลงทุนในหุ้นและ/หรือตราสารทุนที่เปลี่ยนมือได้ (Equity Related Transferable Securities) ของบริษัทอื่นที่อยู่นอกเหนือจากบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ และหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Non-Equity Related Transferable Securities) และ Permitted Funds รวมถึงตราสารในตลาดเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด (Cash Management) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 1 ใน 3 ของทรัพย์สินสุทธิ กองทุนอาจลงทุนใน Permitted Funds ที่สอดคล้องกับนโยบายและข้อจำกัดในการลงทุนของกองทุน และจะไม่ลงทุนใน Permitted Funds ที่มีการก่อภาระผูกพัน เนื่องจากอาจนำไปสู่ผลขาดทุนที่มีจำนวนเกินกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือของ Permitted Fund นั้น ๆ โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของทรัพย์สินสุทธิ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของนโยบายการลงทุน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งได้แก่ สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Foreign Currency Forward Contracts) สัญญาฟิวเจอร์สและออปชั่น (Futures and Option Contracts) ที่อ้างอิงกับตราสารทุนและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ และสัญญาสวอป (Swaps) ซึ่งประกอบด้วย Equity Swaps และ Total Return Swaps และอาจลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีการซื้อขายในตลาดที่เป็นทางการ (Organized Market) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของทรัพย์สินสุทธิ โดยไม่นับรวมการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts: REITs) ดัชนีชี้วัด (Benchmark):MSCI ACWI Growth Net Total Return USDอายุโครงการ:ไม่กำหนดบริษัทจัดการกองทุน:Goldman Sachs Asset Management B.V.ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน:State Street Bank International GmbH, Luxembourg Branchเว็บไซต์:สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: www.gsam.comค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio, Class I Shares (Acc.): 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)(1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนไม่มี(2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนไม่มี2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม)(1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ0.75%(2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ0.09%ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด0.84%* กองทุนหลักจะคืน (rebate) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (ถ้ามี) ตามอัตราที่ตกลงกันระหว่างบริษัทจัดการและกองทุนหลัก ให้แก่กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลฟิวเจอร์เจเนเรชั่นอิควิตี้ โดยเก็บเข้าเป็นทรัพย์สินของกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลฟิวเจอร์เจเนเรชั่นอิควิตี้ ** เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงที่เกิดจากคู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้: คู่สัญญาที่ทำธุรกรรมกับกองทุนอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหายต่อกองทุน 2. ความเสี่ยงที่เกิดจากผู้รับฝากหลักทรัพย์: ในกรณีที่ผู้รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian) หรือผู้รับฝากหลักทรัพย์ย่อยในแต่ละประเทศ (Sub-custodian) ของกองทุนมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ หรือมีความประพฤติมิชอบ อาจส่งผลให้กองทุนประสบกับภาวะขาดทุนได้ 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์: ตราสารอนุพันธ์มีความอ่อนไหวสูงมากต่อการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าของทรัพย์สินอ้างอิงของตราสารนั้น ๆ การลงทุนในตราสารอนุพันธ์บางประเภท อาจมีโอกาสที่ผู้ลงทุนจะได้รับผลขาดทุนสูงกว่าจำนวนเงินลงทุนแรกเริ่มได้ 4. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่: ตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มที่จะมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีสภาพคล่องต่ำกว่า และอาจจะยังขาดโครงสร้างทางการเงิน กฎหมาย สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ตลอดจนระบบการคุ้มครองนักลงทุน และเสถียรภาพของตลาดทุนที่เพียงพอ รวมถึงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระบบภาษีอากร 5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินอาจทำให้ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลตอบแทนของทรัพย์สินที่ลงทุน และในกรณีที่มีการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารจัดการให้ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนลดลง เครื่องมือดังกล่าวอาจไม่มีประสิทธิผล นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น 6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: กองทุนอาจไม่สามารถหาผู้ที่สนใจจะซื้อหลักทรัพย์ในขณะที่ต้องการขายได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของกองทุนในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเมื่อได้รับคำสั่งขายคืนจากผู้ถือหน่วยลงทุน 7. ความเสี่ยงด้านตลาด: มูลค่าทรัพย์สินของกองทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงระดับความมั่นใจของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน 8. ความเสี่ยงด้านปฎิบัติการ: ความเสียหายที่ร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้กับกองทุนเนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานของบุคลากร ความขัดข้องของระบบงานและ/หรือกระบวนการทำงาน ขั้นตอนการทำงานที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือมีระบบการควบคุมที่ไม่รัดกุมเพียงพอ หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน Goldman Sachs Global Future Generations Equity Portfolio ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ KFFUTUREGEN ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 9 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| KFFUTUREGEN-A | +1.1% | — | — | 1.54% |