Roundhill Memory ETF
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนไทยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Roundhill Memory ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Cboe BZX Exchange, Inc. (“Cboe BZX”) ประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว ซึ่งกองทุนหลักได้จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) โดยกองทุนหลักมี Roundhill Financial Inc. (“Roundhill” หรือ “Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนหลักของกองทุน โดยทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานและโปรแกรมการลงทุนของกองทุนหลัก และมี Exchange Traded Concepts, LLC (“ETC” หรือ “Sub-Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย ซึ่งรับผิดชอบการบริหารโปรแกรมการลงทุนของกองทุนหลัก เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การลงทุนหลัก นอกจากนี้ กองทุนหลักดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (“U.S. SEC”) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (“IOSCO”) โดยกองทุน Roundhill Memory ETF เป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก (Actively Managed Exchange-Traded Fund หรือ “ETF”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนผ่านการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ หรือ “Memory Companies” โดยทั่วไป กองทุนหลักจะมุ่งลงทุนเป็นหลักในตราสารทุนของ Memory Companies อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจลงทุนเพื่อให้มีฐานะการลงทุนหรือมีความเสี่ยงอ้างอิงกับ Memory Companies ผ่านตราสารอนุพันธ์ เช่น สัญญาสวอป (Swap Agreements) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบฟอร์เวิร์ด (Forward Contracts) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ทั้งนี้ หากในอนาคตกรณีที่กองทุนหลักมีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นเพิ่มเติม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าว เป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่น นอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่น รวมถึงขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักตามตลาดหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ (ประเทศ) ที่ทำการซื้อขายและ/หรือสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ และ/หรือประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ inverse management เพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุนรวมเท่านั้น (portfolio management) และจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 – 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) โดยในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ที่มี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ลดความผันผวนของกองทุน และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสัญญาหรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกันไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ การลงมติใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฎว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ 2. ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ดังนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม ข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อ 3. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม ข้อ 3. แล้วเสร็จในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้ ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก ชื่อกองทุนกองทุน Roundhill Memory ETFวัตถุประสงค์กองทุน Roundhill Memory ETF มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนผ่านการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ หรือ “Memory Companies” ผ่านตราสารอนุพันธ์ เช่น สัญญาสวอป (Swap Agreements) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบฟอร์เวิร์ด (Forward Contracts)นโยบายการลงทุนกองทุนเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก (Actively Managed Exchange-Traded Fund หรือ “ETF”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ (“Memory Companies”) โดยทั่วไป กองทุนจะมุ่งลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักของ Memory Companies อย่างไรก็ดี กองทุนอาจลงทุนเพื่อให้มีฐานะหรือรับความเสี่ยงที่อ้างอิงกับ Memory Companies ผ่านตราสารอนุพันธ์ เช่น สัญญาสวอป (Swap Agreements) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบฟอร์เวิร์ด (Forward Contracts) ด้วยเช่นกัน ที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุน ได้แก่ Roundhill Financial Inc. (“Roundhill” หรือ “Adviser”) จะพิจารณาให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ (“Memory Companies”) หากบริษัทดังกล่าวมีรายได้หรือกำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ที่มาจากการพัฒนาหรือการผลิตผลิตภัณฑ์หน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ : • เทคโนโลยีหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory: HBM) • เทคโนโลยีหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่มแบบไดนามิก (Dynamic Random-Access Memory: DRAM) • เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชแบบ NAND (Not And) รวมถึงเทคโนโลยีโซลิดสเตตไดรฟ์ (“SSD”) ที่ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ NAND • เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชแบบ NOR (Not Or Flash Technology) • เทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ หรือ Hard Disk Drives (“HDD”) • หน่วยความจำเฉพาะทางและหน่วยความจำแบบฝังตัว (Specialty and Embedded Memory) ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน ในตราสารทุน ซึ่งอาจรวมถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ Depositary Receipts หรือในเครื่องมือการลงทุน เช่น (Swap Agreements) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบฟอร์เวิร์ด (Forward Contracts) ที่ให้ฐานะการลงทุนหรือความเสี่ยงที่อ้างอิงกับบริษัทกลุ่มหน่วยความจำ หรือ Memory Companies เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาการปฏิบัติตามนโยบายการลงทุนดังกล่าว สัญญาอนุพันธ์ เช่น สัญญาสวอป และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบฟอร์เวิร์ด จะถูกประเมินมูลค่าโดยใช้มูลค่าตามสัญญา หรือ Notional Value ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ที่ปรึกษาการลงทุนจะจัดสร้างพอร์ตการลงทุนโดยใช้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่พัฒนาขึ้นเอง โดยทั่วไป ที่ปรึกษาการลงทุนจะลงทุนในบริษัทกลุ่มหน่วยความจำ Memory Companies ที่เห็นว่าเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนแบ่งตลาด และสัดส่วนรายได้ที่มาจากการขายหรือการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว กองทุนจะปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส โดยใช้หลักเกณฑ์การกำหนดน้ำหนักการลงทุนที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะของที่ปรึกษาการลงทุน น้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบปรับปรุง (Modified Market Capitalization) โดยกำหนดเพดานการลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่เกินร้อยละ 25 ของพอร์ตการลงทุน ในการกำหนดน้ำหนักการลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุนจะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนแบ่งตลาดของแต่ละบริษัท และสัดส่วนรายได้ที่มาจากการขายหรือการผลิตผลิตภัณฑ์หน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กองทุนจะไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์เชิงรุกในระหว่างรอบการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน กองทุนจะลงทุนเฉพาะในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันไม่น้อยกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนจะปรับน้ำหนักการลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนอย่างน้อยทุกไตรมาส กองทุนอาจลงทุนในบริษัทสหรัฐฯ และบริษัทนอกสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศตลาดเกิดใหม่ ผ่านการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ, American Depositary Receipts (“ADRs”) หรือ Global Depositary Receipts (“GDRs”) รวมถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่หลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ หรือ Large-Capitalization Issuers. กองทุนจะลงทุนแบบกระจุกตัว โดยจะลงทุนมากกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุน ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกอบอยู่ในภาคเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทุนจัดเป็นกองทุนที่ไม่กระจายการลงทุน (Non-Diversified Fund) ตาม Investment Company Act of 1940 (“1940 Act”) หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) กองทุนหลักอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ US SEC จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Cboe BZX Exchange, Inc. (“Cboe BZX”) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) โดยกองทุนหลักมี Roundhill Financial Inc. (“Roundhill” หรือ “Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนหลักของกองทุน ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานและโปรแกรมการลงทุนของกองทุนหลัก และมี Exchange Traded Concepts, LLC (“ETC” หรือ “Sub-Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย ซึ่งรับผิดชอบการบริหารโปรแกรมการลงทุนของกองทุนหลัก เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การลงทุนหลักประเภทกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)สกุลเงิน (Currency)ดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar)ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์Cboe BZX Exchange, Inc. (“Cboe BZX”)วันที่จัดตั้งกองทุน2 เมษายน 2569อายุกองทุนไม่กำหนดวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการนโยบายการจ่ายเงินปันผลอาจมีการจ่ายเงินปันผลจากรายได้สุทธิจากการลงทุน (ถ้ามี) อย่างน้อยปีละครั้งค่าธรรมเนียม Management fee Total Expense Ratio ร้อยละ 0.65 ต่อปี ร้อยละ 0.65 ต่อปี ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) Roundhill Financial Inc. Investment Sub-AdviserExchange Traded Concepts, LLCผู้จัดจำหน่าย (Distributor) Foreside Fund Services, LLCผู้ดูแลระบบกองทุน และนายทะเบียนหน่วยลงทุนของทรัสต์ (Administrator and Transfer Agent)U.S. Bancorp Fund Services, LLCผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)U.S. Bank National AssociationFund TickerDRAMCUSIP77926X320แหล่งข้อมูลกองทุนhttps://www.roundhillinvestments.com/etf/dram/หมายเหตุ : สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักข้างต้นได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญ และแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องจากเนื้อหาต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือช่องทางที่ทำให้ทราบเป็นการทั่วไปโดยไม่ชักช้า
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ LHDRAM ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 5 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| LHDRAM | — | — | — | 2.10% |