JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF – USD (acc)
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- สหราชอาณาจักร
- จำนวนกองทุนไทย
- 2 กองทุน
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF – USD (acc) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่บริหารจัดการโดย J.P. Morgan Investment Management Inc. จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไอร์แลนด์ และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้ ตลาดหลักทรัพย์ London Stock Exchange สหราชอาณาจักร, ตลาดหลักทรัพย์ Deutsche Borse ประเทศเยอรมนี, ตลาดหลักทรัพย์ Six Swiss Exchange ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และตลาดหลักทรัพย์ Borsa Italiana ประเทศอิตาลี ซึ่งกองทุนจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ London Stock Exchange ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Actively-managed Investment Strategy) โดยจะเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีถิ่นที่ตั้ง หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และ/หรือสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) เพื่อที่จะสร้างรายได้จากเงินปันผลและค่าพรีเมียม (Premium) จากการขาย Call Options 2. สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงินและลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน 3. กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และกองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ 4. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (unlisted securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีสามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น 5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียมการลงทุน หรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดหรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวน หรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการหรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทจัดการเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน หรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ London Stock Exchange สหราชอาณาจักร ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนนี้เป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ข้อมูลทั่วไปของกองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF – USD (acc) (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2568) ชื่อกองทุนJPMORGAN ETFS (IRELAND) ICAV Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETFชนิดหน่วยลงทุนUSD (acc)วันที่จัดตั้ง29 ตุลาคม 2567 (29 October 2024)อายุโครงการไม่กำหนดBloomberg TickerJEQA LNISIN CodeIE000N6I8IU2สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)หน่วยงานที่กำกับดูแลThe Central Bank of Irelandตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายLondon Stock Exchange สหราชอาณาจักร (สกุลเงิน USD และ GBX)Deutsche Borse เยอรมนี (สกุลเงิน EUR)Six Swiss Exchange สวิตเซอร์แลนด์ (สกุลเงิน USD)Borsa Italiana อิตาลี (สกุลเงิน EUR)วันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของ London Stock Exchange (LSE)การจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายบริษัทจัดการกองทุน (Management Company)J.P. Morgan Asset Management (Europe) S.à r.l.ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager)J.P. Morgan Investment Management Inc.ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Depositary)Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limitedผู้ดูแลด้านการปฏิบัติงาน / นายทะเบียน(Administrator and Registrar)Brown Brothers Harriman Fund Administration Services (Ireland) Limitedผู้สอบบัญชี (Fund Auditor)PricewaterhouseCoopers LLPดัชนีชี้วัด (Benchmark)Nasdaq-100 Indexวัตถุประสงค์การลงทุน : กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ (Income) และเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาวนโยบายการลงทุน: กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Actively-managed Investment Strategy) โดยจะเน้นในการ ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีถิ่นที่ตั้ง หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และ/หรือสิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลและค่าพรีเมียม (Premium) จากการขาย Call Options(1) พอร์ตการลงทุนในตราสารทุน (Equity Portfolio) กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 67 ของสินทรัพย์ของกองทุนหลัก (ไม่รวมสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อสภาพคล่อง) ในตราสารทุนของบริษัทที่มีถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาหรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และอาจลงทุนในตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทจากประเทศอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างผลการดำเนินงานให้สอดคล้องหรือเลียนแบบดัชนีชี้วัด แต่จะลงทุนในตราสารทุน (ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงตราสารทุนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด) ซึ่งจะมีการคัดเลือกตราสารทุนและบริหารการลงทุนเชิงรุกเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักในการสร้างรายได้ (Income) และกองทุนหลักมุ่งหวังให้ความผันผวนของกองทุนหลักต่ำกว่าดัชนีชี้วัด ในการบริหารการลงทุนในส่วนตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนหลักใช้แนวทางการลงทุนที่ใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ซึ่งเป็นกระบวนการนำข้อมูลต่างๆ ซึ่งรวมการวิจัย ข้อมูลเชิงลึก และการจัดการความเสี่ยง ผู้จัดการกองทุนหลักใช้การประมวลผล วิเคราะห์ และรวมแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น พื้นฐานของบริษัท การวิจัยอุตสาหกรรม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และข่าวสารเฉพาะของบริษัท การรวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะใช้เพื่อคาดการณ์แนวโน้มทางการเงินของแต่ละหลักทรัพย์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนโดยพิจารณาจากราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และเพื่อมุ่งหวังการเติบโตของผลตอบแทนจากการลงทุนในอนาคต ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อธุรกิจบริษัท ซึ่งถูกประเมินและวิเคราะห์โดยผู้จัดการกองทุนหลัก (2) การขายสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และ/หรือ สิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) ผู้จัดการกองทุนหลักมุ่งที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติมผ่านการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (Financial Derivative Instrument) โดยการขาย Option ประเภทสิทธิในการซื้อตราสารทุน (Equity Call Options) และหรือ สิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสารทุน (Equity Index Call Options) อย่างเป็นระบบ ซึ่งโดยทั่วไปสิทธิซื้อดังกล่าวจะต้องมีฐานะการลงทุน (exposure) ในดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของดัชนีชี้วัด (Benchmark Securities) โดยกองทุนหลักจะได้รับค่าพรีเมียม (Option Premium) จากการขาย Call Options ซึ่งเป็นแหล่งที่มาที่สำคัญของผลตอบแทนของกองทุนหลัก และอาจช่วยลดความผันผวนของกองทุนหลักได้ ทั้งนี้ รายได้จากค่าพรีเมียมอาจช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการลงทุนในตราสารทุนด้วย อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการขาย Call Options ดังกล่าว อาจจะทําให้กําไรที่ได้รับจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนลดลงได้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาจากความผันผวนของตลาด การประเมินมูลค่าดัชนี และความเสี่ยงของตลาด โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะอาศัยข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ภายในและแหล่งข้อมูลของตลาดจากภายนอกมาประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะประเมินค่าพรีเมียม (Option Premium) เพื่อกำหนดเงื่อนไขของสัญญาออปชันที่เหมาะสม เช่น ราคาใช้สิทธิและวันครบกำหนดอายุสัญญา เป็นต้น กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน และ/หรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) อาทิ การสร้างฐานะการลงทุน (exposure) ในดัชนีตราสารทุนที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีชี้วัด การป้องกันความเสี่ยง และการบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยปกติกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สำหรับสินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนหลักอาจมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ กองทุนหลักจะไม่ลงทุนเกินดังนี้ ร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในสินทรัพย์สภาพคล่อง อาทิ เงินฝาก บัตรเงินฝาก ตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น หุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐบาลที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้และกองทุนรวมตลาดเงินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานกำกับอื่น ๆ (Other Regulated) ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงการจัดการลงทุนแบบกลุ่ม (collective investment schemes) รวมถึงกองทุน ETFs และกองทุนรวมตลาดเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายรวม (Ongoing charges) : 0.35% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงาน (Performance fee) : ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry charge) : ไม่มีค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit charge) : ไม่มีเว็บไซต์https://am.jpmorgan.com/gb/en/asset-management/per/products/jpm-nasdaq-equity-premium-income-active-ucits-etf-usd-acc-ie000n6i8iu2
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ TLNDQINCOME-UH-X ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 10 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| TLNDQINCOME-UH-X | — | — | — | 0.98% | |
| TLNDQINCOME-H-X | — | — | — | 0.98% |