Amova ARK Disruptive Innovation Fund
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- ลักเซมเบิร์ก
- จำนวนกองทุนไทย
- 4 กองทุน
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Amova ARK Disruptive Innovation Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) A USD ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน Amova AM Global Umbrella Fund บริหารจัดการโดย FundRock Management Company S.A. กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม Société d'investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยภายใต้สภาวะตลาดปกติกองทุนหลักจะลงทุนใน ตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรม (disruptive innovation) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนดังกล่าวคือบริษัทที่พึ่งพาหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ การปรับปรุงทางเทคโนโลยี และความก้าวหน้าในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้ 1. Genomic Revolution Companies: การศึกษายีนและหน้าที่ของยีน รวมถึงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง 2. Industrial Innovation Companies: นวัตกรรมอุตสาหกรรมในด้านพลังงาน ระบบอัตโนมัติ และการผลิต 3. Web x.0 Companies: การใช้เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบริการร่วมกัน 4. FinTech Innovation Companies: เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงิน กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment) การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศตํ่ากว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงและภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ข้อมูลทั่วไปของ Amova ARK Disruptive Innovation Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก ชื่อกองทุนAmova ARK Disruptive Innovation Fundชนิดหน่วยลงทุนA USDวัตถุประสงค์การลงทุนสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยภายใต้สภาวะตลาดปกติกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรม (disruptive innovation) นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรม (disruptive innovation) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนดังกล่าวคือบริษัทที่พึ่งพาหรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ การปรับปรุงทางเทคโนโลยี และความก้าวหน้าในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้ 1. Genomic Revolution Companies: การศึกษายีนและหน้าที่ของยีน รวมถึงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง 2. Industrial Innovation Companies: นวัตกรรมอุตสาหกรรมในด้านพลังงาน ระบบอัตโนมัติ และการผลิต 3. Web x.0 Companies: การใช้เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบริการร่วมกัน 4. FinTech Innovation Companies: เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงิน ในการคัดเลือกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะใช้การวิจัยภายในและการวิเคราะห์ เพื่อระบุบริษัทที่ใช้ประโยชน์จาก disruptive innovation หรือมีบทบาทในการผลักดันการพัฒนาธีมดัง กล่าวในตลาดที่บริษัทดำเนินงานอยู่ โดยจะอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงการวิจัยภายนอก เพื่อพัฒนาและปรับปรุงธีมการลงทุน รวมถึงระบุแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อบริษัทหรืออุตสาหกรรมโดยรวม ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกการลงทุนจากแนวคิดการลงทุนแบบ highest-conviction ภายใต้ธีม disruptive innovation เพื่อใช้ในการจัดพอร์ตการลงทุนของกองทุน กระบวนการคัดเลือกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธีมจะใช้ทั้งการวิเคราะห์แบบ Top-down เช่น การประเมินขนาดตลาดรวมที่เป็นไปได้ และการระบุผู้ได้รับประโยชน์หลัก และแบบ Bottom-up เช่น การประเมินมูลค่า ปัจจัยพื้นฐาน และตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ซึ่งแนวคิดการลงทุนแบบ highest-conviction คือ การลงทุนที่ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักจะลงทุนเกือบทั้งหมดใน ตราสารทุน รวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นในห้างหุ้นส่วน หุ้นของทรัสต์ธุรกิจ หุ้นประเภทอื่นๆ หรือสิทธิการถือครองในกิจการ กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่มีขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ โดยในการซื้อหลักทรัพย์ต่างประเทศกองทุนหลักอาจใช้ American Depositary Receipts (ADRs) European Depositary Receipts (EDRs) และ Global Depositary Receipts (GDRs) กองทุนหลักอาจลงทุนบางส่วนในใบแสดงสิทธิในการถือครองหลักทรัพย์ รวมถึง Sponsored ADRs EDRs และ GDRs สิทธิการซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นกู้แปลงสภาพ ภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมเฉลี่ย 10% - 15% ต่อปี ตลอดช่วงเวลา 5 ปี แต่เป้าหมายดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาด กองทุนหลักอาจถือครองทรัพย์สินเพื่อสภาพคล่อง เช่น เงินฝากธนาคารได้สูงสุด 20% ของทรัพย์สินสุทธิ โดยการถือครองเงินสดเกิน 20% ของทรัพย์สินสุทธิจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในกรณีจำเป็น เช่น สภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างรุนแรง หรือเพื่อการบริหารรอบการชำระเงิน หรือกรณีมีเงินไหลเข้า/ออกจำนวนมาก กองทุนหลักอาจลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมในตราสารตลาดเงิน (Money Market Instruments) เงินฝากธนาคาร และสินทรัพย์สภาพคล่องอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการลงทุนและบริหารสภาพคล่อง โดยไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการลงทุนหลัก ตราสารตลาดเงิน เงินฝากและทรัพย์สินเพื่อสภาพคล่องอื่น ๆ อาจรวมถึง ตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพสูงและตราสารตลาดเงิน เช่น ตั๋วแลกเงินพาณิชย์ (Commercial Paper) ใบรับฝากเงิน (Certificates of Deposit) ตั๋วรับรองจากธนาคาร (Bankers’ Acceptances) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิต BBB ขึ้นไป และหน่วยลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นหรือกองทุนตลาดเงิน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedging) ข้อจำกัดในการลงทุนกองทุนหลักจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ UCITS หรือ UCIs ไม่เกินร้อยละ 5 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลCommission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์กวันจัดตั้งกองทุน/วันเริ่มต้น Class29 สิงหาคม 2561สกุลเงิน (Base Currency)ดอลลาร์สหรัฐ (USD)นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการISIN LU1861556378Bloomberg TickerNIKAADA LXBenchmarkMSCI World Total Return Net IndexInvestment ManagerAmova Asset Management Americas, Inc.Investment AdviserARK Investment Management LLC.Management CompanyFundRock Management Company S.A.Websitehttps://emea.amova-am.com/institutional/funds/ark-disruptive-innovationค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Annual management fee0.75%Administration feesสูงสุดไม่เกิน 0.05%Entry chargeสูงสุดไม่เกิน 5% (อาจยกเว้นได้)การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน : ข้อมูลสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง ผู้รับเอาประกันของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันในปัจจุบัน คือ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ผู้ถือหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัทประกัน ตามที่กรมธรรม์กำหนด ดังนี้ 1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกัน • เป็นบุคคลธรรมดา • เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนที่อยู่ในทะเบียนรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกันโดยถือครองหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือรวมตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป หรือจำนวนอื่นใดที่บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบริษัทจัดการจะพิจารณามูลค่าเงินลงทุนคงเหลือตามเลขที่บัตรประชาชนของผู้ถือหน่วยลงทุน มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อ/สับเปลี่ยนเข้า – มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขาย/สับเปลี่ยนออก • ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์ (หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด) • เป็นบุคคลที่บริษัทประกันถือว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยสิทธิความคุ้มครองจะมีผลเมื่อได้รับการอนุมัติ การเอาประกันจากบริษัทประกัน ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเอาประกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 2. ความคุ้มครอง ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นผู้มีสิทธิเอาประกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่เริ่มความคุ้มครอง หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน 3. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะสิ้นสุดความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ • เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดผลบังคับ • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนพ้นสภาพการเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเสียชีวิต • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุเกินกว่าอายุสูงสุดที่กำหนดไว้ข้างต้น • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด • เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเอาประกันตามข้อ 1. ทั้งนี้ การสิ้นสุดความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามปีกรมธรรม์หรือตามรอบระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด 4. ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิเอาประกันจะได้รับความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยกำหนด 5. ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาทิเช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลด้านสุขภาพ ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นตามที่บริษัทประกันกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพดังกล่าว สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าว บริษัทจัดการได้จัดให้เพื่อความคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุนและเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ โดยเบี้ยประกันที่ได้รับความคุ้มครองจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพทุก ๆ ปี หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากบริษัทจัดการเห็นว่าสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนโดยรวม หรือมีผลกระทบต่อกองทุนรวมในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกัน หรือเงื่อนไขอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยกเลิกสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ หรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เงื่อนไขการเริ่มรับความคุ้มครอง • การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ไม่ถึง 50 ราย บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเลื่อนรอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ หรือปฏิเสธการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ และหากภายหลังเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์เพิ่มขึ้นจนถึง 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวก็จะได้รับสิทธิการคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด • การเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก หากมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ครบ 50 ราย และต่อมาภายหลังการเปิดให้บริการหน่วยลงทุนชนิดควบประกันครั้งแรก มีผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ลดลงต่ำกว่า 50 ราย ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมยังคงได้รับสิทธิคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปนับจากวันเปิดให้บริการชนิดหน่วยลงทุนควบประกันครั้งแรก (หรือวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์) วันที่เริ่มความคุ้มครอง หมายถึง วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับหรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้ความคุ้มครอง หรือ เปลี่ยนแปลงแผนความคุ้มครองให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ระยะเวลาความคุ้มครอง หมายถึง วันที่เริ่มความคุ้มครอง ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่ เงื่อนไขวันเริ่มคุ้มครอง • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายในวันที่ 25 ก่อนเวลา 15.30 น. ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน • กรณีผู้ถือหน่วยลงทุนทำรายการซื้อภายหลังวันที่ 25 ของเดือนนั้น ๆ วันได้รับสิทธิคุ้มครอง คือ วันที่ 1 ของ 2 เดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงวันที่เริ่มความคุ้มครอง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เว้นแต่กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ SCBINNO ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 10 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
กองทุนทั่วไป (3 กอง)
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| SCBINNO(E) | -7.0% | +18.8% | — | 0.11% | |
| KFINNO-A | -8.7% | +20.8% | -51.3% | 1.54% | |
| ES-GINNO-A | -8.8% | +20.6% | -50.1% | 1.77% |
กองเพื่อสิทธิประโยชน์ภาษี — RMF/LTF/SSF/ThaiESG (1 กอง)
เงื่อนไข lock-in และสิทธิลดหย่อนภาษีต่างจากกองทุนทั่วไป
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| ES-GINNORMF | -8.8% | +21.7% | -48.5% | 1.78% |