ASP-AAA-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส แอคทีฟ แอสเซท แอลโลเคชั่น
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
12.5418
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
133 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.43%
อันดับค่าธรรมเนียม 43 จาก 53
1 วัน
+0.38%
1 สัปดาห์
+0.66%
1 เดือน
-0.14%
3 เดือน
+1.60%
6 เดือน
+3.52%
1 ปี
+8.96%
5 ปี
-
สูงสุด
+9.30%
+8.96%(+1.0312)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.61% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.28% | 1.43% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs หน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนจะลงทุนทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ โดยจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กลยุทธ์ Active Management ผู้จัดการกองทุนจะใช้หลักการทฤษฎีทางการเงิน “Efficient Frontier Portfolio” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง Portfolio ในระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสูงสุด (Maximum Risk Adjusted Return) โดยผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์ Strategic Asset Allocation ในการกระจายการลงทุนของกองทุน และจะควบคุมความเสี่ยงโดยการใช้กลยุทธ์ Tactical Allocation เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับสภาวะความผันผวนของตลาดในขณะนั้นๆ โดยมีเป้าหมายควบคุมความผันผวน (volatility) ให้อยู่ในระดับไม่สูงกว่าความผันผวนระยะยาวของตราสารที่ลงทุน ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนมีวัตถุประสงค์ควบคุมความผันผวน (volatility) โดยพิจารณาหากเมื่อใดก็ตามที่ค่าความผันผวนระยะสั้นมากกว่าค่าความผันผวนระยะยาวของตราสารที่ลงทุน ผู้จัดการกองทุนอาจใช้ดุลยพินิจทำการปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละตราสารเพื่อทำการควบคุมความผันผวน (volatility) ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดขณะนั้นๆ
กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจการเปลี่ยนแปลงการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ข้างต้นเพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยงที่มีอยู่จากการลงทุน ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการมีนโยบายที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ