นโยบายการลงทุนการลงทุนของกองทุน
1.วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) บริษัทจดทะเบียนฯ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) และ/หรือ
(2) บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้
(3.1) ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan)
(3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยื่นตามมาตรฐานสากลตามข้อ (1)
(3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2)
(3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด
2.เป้าหมายด้านความยั่งยืน
เป็นกลไกขับเคลื่อนให้กิจการไทยมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
3.กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ตาม (1) ที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกด้าน E หรือ ESG จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือที่เปิดเผยข้อมูลตามข้อ (2) รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือที่มีลักษณะตามข้อ (3) ทั้งนี้ การคัดเลือกและสัดส่วนการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะโดยคำนึงถึงหลักความยั่งยืนและประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
เงินลงทุนส่วนที่เหลือโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ทั่วไป และ/หรือหน่วยลงทุน private equity และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้
ทั้งนี้ การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากหุ้นตาม (1) และ/หรือ (2) และ/หรือ (3) จะเป็นไปในลักษณะที่ทำให้กองทุนยังคงมี Net Exposure ในหุ้นตาม (1) และ/หรือ (2) และ/หรือ (3) โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ซึ่งกองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หุ้น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครติด (Credit Rating และ/หรือ Credit Event) ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจทำการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ
ทั้งนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด แต่จะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
-ช่วงระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
-ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
-ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
กลยุทธ์การลงทุน
ผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองปัจจัยเชิงบวก (Positive Screening) คือ การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตรงตามเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์อย่างครบถ้วนหรือดีกว่าให้อยู่ในขอบเขตการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในกลุ่มที่สามารถลงทุนได้ตาม (1) และ/หรือ (2) และ/หรือ (3) ข้างต้น ร่วมกับกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนฯ ตามที่ผู้จัดการกองทุนกำหนด เช่น โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และ/หรือแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี เป็นต้น ทั้งนี้ การคัดเลือกหลักทรัพย์และสัดส่วนการลงทุนภายใต้กลยุทธ์การลงทุนข้างต้น จะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์
การคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ตามวัตถุประสงค์การลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืน จะเน้นพิจารณาในบริษัทที่มีการจัดอันดับ SET ESG Rating ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป และ/หรือบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม (3)
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการทบทวนหลักทรัพย์ที่ลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญด้าน ESG เช่น การปรับอันดับหรือผลการประเมิน หรือการเปิดเผยข้อมูลใหม่ ที่มีผลต่อการพิจารณาความสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
ผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์กลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ โดยจะเน้นลงทุนเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยจะเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีการจัดอันดับ SET ESG Rating ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป และ/หรือบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่าน SET ESG Data Platform ที่มีลักษณะตามข้อ (2) และ/หรือบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม (3)
สำหรับการวิเคราะห์หลักทรัพย์ดังกล่าวจะเป็นไปตามกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกของบริษัทจัดการ นอกจากนี้ จะใช้โมเดลภายในเพื่อประเมินคุณภาพของบริษัทรวมด้วย โดยพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ อาทิเช่น
-ภาพรวมและความน่าสนใจของอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินธุรกิจ
-ข้อมูลงบการเงิน และแนวโน้มผลการดำเนินงาน
-ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
-ความต่อเนื่องในการเติบโตของรายได้และกำไร
-การประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหลักทรัพย์
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าวมาประกอบการคัดเลือกหลักทรัพย์และพิจารณาให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละบริษัทตามความเหมาะสม
การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์ (SET TRI) ในสัดส่วน 100% เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดและจัดทำขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทจัดการมิได้ใช้ดัชนี SET ESG TRI เนื่องจากอาจมีบริษัทที่มิได้เป็นองค์ประกอบของดัชนีดังกล่าว แต่มีคุณสมบัติเป็นไปตามกรอบนโยบายที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้นที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่ : https://www.set.or.th/th/market/index/tri/profile
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดสัดส่วนของดัชนีชี้วัดที่ใช้ในการอ้างอิงได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืนได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือประกาศข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี)
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG เป็นหลัก อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบการลงทุนดังกล่าวไม่มีข้อจำกัดด้านการลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะเจาะจงในด้านอุตสาหกรรมหรือประเภทธุรกิจที่สามารถลงทุนได้
อย่างไรก็ดี หากมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อจำกัดในการลงทุนในประเภทอุตสาหกรรมหรือประเภทธุรกิจที่สามารถลงทุนได้ เช่น ธุรกิจยาสูบ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจสื่อลามก และธุรกิจการพนัน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด และดำเนินการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน
-ในบางครั้ง บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็นด้าน ESG ที่เกิดขึ้นในเชิงลบ เช่น การถูกกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำสาธารณะ หรือการทุจริตของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทำให้ผลกำไรของบริษัทหรือการตอบสนองของราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น
-ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งข้อมูลการประเมิน ESG: บริษัทจัดการมีความเสี่ยงจากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจัดทำ SET ESG Ratings ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนรายอื่นที่มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนที่ได้กำหนดไว้
-การกระจุกตัวในการลงทุนของกองทุน : กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ESG ซึ่งอาจส่งผลให้พอร์ตการลงทุนมีข้อจำกัดในด้านการกระจายการลงทุน และก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นกลุ่ม ESG หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทที่กองทุนลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐด้านความยั่งยืน การปรับลดอันดับ ESG ของบริษัท หรือนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อหุ้น ESG ลดลง อาจส่งผลให้กองทุนมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุนในลักษณะทั่วไป
-สภาพคล่องของกองทุน : การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ESG อาจมีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำกว่าหุ้นทั่วไป หากเกิดภาวะผันผวนในตลาดหรือวิกฤตทางเศรษฐกิจ กองทุนอาจไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นได้ในราคาหรือในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและผลการดำเนินงานของกองทุนได้
-กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษเป็นกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น ระยะเวลาการถือครอง เป็นต้น จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดเวลาจะต้องชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ กรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนตามที่กำหนดไว้
ผู้จัดการกองทุนจะติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุน อย่างสม่ำเสมอ และหากมีข่าวที่ส่งผลกระทบด้านความยั่งยืนกับบริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะติดตามสอบถามไปยังบริษัทดังกล่าว ผ่านการเข้าพบผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ (Conference Call) หรือช่องทางอื่นๆ ตามความเหมาะสมโดยไม่ชักช้า เพื่อสอบถามถึงสาเหตุและแนวทางการดำเนินการต่างๆ และหากมีประเด็นที่น่ากังวลและอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อพอร์ตการลงทุนเกินกว่าจะยอมรับได้และ/หรืออาจทำให้ผิดวัตถุประสงค์การลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืน ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว และ/หรือนำรายชื่อบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว ออกจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน