ASP-PROPIN-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน เฟล็กซิเบิ้ล
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
8.4572
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
63 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
8
ระดับ 8 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.84%
อันดับค่าธรรมเนียม 24 จาก 30
1 วัน
-0.18%
1 สัปดาห์
+0.54%
1 เดือน
+2.96%
3 เดือน
+2.06%
6 เดือน
+4.19%
1 ปี
+11.02%
5 ปี
-
สูงสุด
+12.15%
+11.02%(+0.8396)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.49% | 1.84% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และ/หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทั้งในและ/หรือต่างประเทศ อย่างน้อย 2 กองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในแต่ละหน่วยลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมี net exposure ในหน่วยลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนหน่วย CIS และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ที่นอกเหนือจากกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และ/หรือโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทุน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนจะลงทุนทั้งในและต่างประเทศซึ่งไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ สำหรับในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการมีนโยบายที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่ง ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมที่ลงทุนโดยตรงได้ หรือสามารถกลับมาเป็นเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีที่กองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่นที่กองทุนมีการลงทุนเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่นนั้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่น
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่นลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่น
เงื่อนไข : ในกรณีที่กองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่นมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักและ/หรือกองทุนอื่นมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงาน
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ