ASP-TOPBRAND-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ท็อปแบรนด์
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
13.4526
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
98 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
3.13%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.52%
1 สัปดาห์
-1.31%
1 เดือน
-8.52%
3 เดือน
+2.00%
6 เดือน
+4.67%
1 ปี
-2.20%
5 ปี
-
สูงสุด
-4.37%
-2.20%(-0.3024)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.49% | 3.13% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก โดยจะเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงในตราสินค้า (Brand) โดยกองทุนจะมี Net Exposure ในตราสารทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะพิจารณาจากมูลค่าของตราสินค้า (Brand Value) ที่ได้มีการคำนวณและจัดอันดับในแต่ละปีโดยสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล โดยผู้จัดการกองทุนจะเลือกพิจารณาตามดุลพินิจตั้งแต่อันดับแรกลงมา และจะเลือกลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดีที่สุดตามดุลยพินิจการวิเคราะห์ของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ บริษัทที่เลือกลงทุนจะอยู่ใน 100 อันดับแรกจากตราสินค้า (Brand) บริษัทที่มีอยู่นับล้านทั่วโลก
โดยผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์บริษัทดังกล่าวข้างต้นที่ได้ทำการเลือก ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้จัดการกองทุนกำหนด เช่น มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่ดี หรือมีโอกาสเป็นผู้นำทางด้านการตลาดของธุรกิจนั้น หรือมีโอกาส/ความสามารถที่จะสร้างรายได้ที่ดีได้ในอนาคตได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ การเลือกสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล การเลือกบริษัทที่จะลงทุน การเลือกหมวดอุตสาหกรรม และสัดส่วนการลงทุน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
อนึ่ง ในอนาคตผู้จัดการกองทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงการพิจารณาจากมูลค่าของตราสินค้า (Brand Value) โดยอาจนำข้อมูลด้านอื่นมาใช้แทนการพิจารณาจากมูลค่าของตราสินค้า (Brand Value) และ/หรือนำข้อมูลด้านอื่นมาประกอบการพิจารณาร่วมกับมูลค่าของตราสินค้า (Brand Value) และ/หรือนำข้อมูลการจัดอันดับตราสินค้า (Brand) อื่นๆ มาใช้พิจารณาจัดอันดับ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจลงทุนดังกล่าว
ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทุน และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
สำหรับในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการมีนโยบายที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่ง ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเงินลงทุนในชนิดหน่วยลงทุนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด