BPLUS
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคลธรรมดาเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิด บริลเลียนท์ พลัส ฟันด์
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.1% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
10.4929
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
211 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.71%
อันดับค่าธรรมเนียม 9 จาก 53
1 วัน
+0.16%
1 สัปดาห์
+0.45%
1 เดือน
+0.75%
3 เดือน
+1.77%
6 เดือน
+3.03%
1 ปี
+6.84%
5 ปี
-
สูงสุด
+7.65%
+6.84%(+0.6716)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 10% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 0.71% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CIS กองทุน Infra กองทุน property กองทุน Private equity หรือ กองทุนอีทีเอฟ (ETF) ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนปลายทางอาจมีนโยบายลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้ ตราสารทุน ตราสารหนี้ โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทางเลือก เช่น ทองคำ และ/หรือน้ำมันดิบ และ/หรือสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามประกาศ ก.ล.ต. กำหนด นอกจากนี้กองทุนปลายทางอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) โดยขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของกองทุนปลายทางนั้นๆ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนปลายทางโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนอาจสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนย้อนกลับไปลงทุนในกองทุนต้นทาง (Circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการเดียวกันได้อีก (Cascade investment)
กองทุนปลายทางอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และ/หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ดังนั้น กองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุนจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น อีกทั้ง อาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก รวมทั้งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) และอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันทั้งในและต่างประเทศ หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ทั้งนี้ เพื่อให้สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน อีกทั้ง อาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับเงินค่าตอบแทน (loyalty fee หรือ rebate) ทั้งในรูปจำนวนเงินหรือจำนวนหน่วย จากการนำเงินลงทุนของกองทุนเปิด บริลเลียนท์ พลัส ฟันด์ ไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าตอบแทนเข้าเป็นทรัพย์สินของกองทุนเปิด บริลเลียนท์ พลัส ฟันด์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากกองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังต่อไปนี้
ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สิน ลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน การจัดแบ่งประเภทของกองทุนบริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น หรือกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการแก้ไขโครงการผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสมเว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคลธรรมดาเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ