DAOL-ISTREAM-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และ/หรือ สะสมผลประโยชน์จาการลงทุน (Total Return)
กองทุนเปิด ดาโอ อินคัม สตรีม
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.1% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
10.9089
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
301 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.056%
อันดับค่าธรรมเนียม 3 จาก 12
1 วัน
-0.18%
1 สัปดาห์
-0.14%
1 เดือน
+0.71%
3 เดือน
+3.63%
6 เดือน
+5.61%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+9.18%
+6.14%(+0.6306)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.802% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.8% | 1.056% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมผสมที่ไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภท โดยในสภาวะปกติกองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการสร้างกระแสเงินสด เช่น หุ้นปันผล หรือ รายได้ค่าเช่าจาก REITs หรือ รายได้ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ หรือ รายได้จากค่าพรีเมียม (Premium) จากกองทุน ETF ที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น การขายสิทธิในการซื้อตราสาร (Call Options) หรือ สิทธิในการซื้อดัชนีที่อ้างอิงกับตราสาร (Index Call Options)
กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active management ที่มีกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยดังนี้
สำหรับเงินทุนส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ leveraged management หรือ inverse management เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุนรวม (portfolio management) รวมถึงตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น โดยจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย เครดิต (เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น) ทองคำ น้ำมันดิบ
หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง และพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม รวมถึงการบริหารความเสี่ยงโดยการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องให้เพียงพอกับจำนวนภาระที่ต้องชำระตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสูดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
อนึ่ง บริษัทอาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้ ในการลงทุนดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และ/หรือ สะสมผลประโยชน์จาการลงทุน (Total Return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption)