K-APB-A(A)
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total Return)
กองทุนเปิดเค เอเชีย แปซิฟิก บอนด์
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร ผ่านกองทุนหลัก LO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NA รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
10.415
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
3,491 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.88%
อันดับค่าธรรมเนียม 3 จาก 6
1 วัน
-0.32%
1 สัปดาห์
-0.43%
1 เดือน
-0.86%
3 เดือน
+0.43%
6 เดือน
-0.28%
1 ปี
+5.22%
5 ปี
-
สูงสุด
+8.06%
+5.22%(+0.517)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3.21% | 0.8% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.87% | 0.88% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนใน LO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NA ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในกรณีที่กองทุนเปิดเค เอเชีย แปซิฟิก บอนด์ มีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนหลักที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ลักษณะสำคัญของ LO Funds – Asia Value Bond Fund:
ชื่อกองทุนหลักLO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NAวันที่จัดตั้งกองทุน1 ธันวาคม 2559ประเภทกองทุนกองทุนตราสารแห่งหนี้อายุโครงการไม่กำหนดสกุลเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)นโยบายการจ่ายเงินปันผลมีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผลบริษัทจัดการLombard Odier FundsISINLU1480984845BloombergLOAVIAU LXตัวชี้วัดไม่มีวันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลักWebsitewww.loim.comนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักลงทุนใน
(1) พันธบัตร ตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่หรือลอยตัว หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ตราสารหนี้ที่มีวอแรนต์หรือสิทธิในการซื้อตราสารที่เปลี่ยนมือได้ และตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งออกหรือค้ำประกันโดยภาครัฐหรือภาคเอกชนทั่วโลก
(2) เงินตราสกุลต่างๆ
(3) เงินสดหรือเทียบเท่า (รวมถึง Asset-backed securities (ABS)/ Mortgage-backed security (MBS) ระยะสั้น ซึ่งอาจลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของการลงทุนในเงินสดหรือเทียบเท่า)
กองทุนหลักสามารถลงทุนในตราสารได้ทั่วโลก โดยมุ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งผู้ออกมีการดำเนินกิจการในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (รวมประเทศญี่ปุ่น) เป็นหลัก ภายใต้เกณฑ์อัตราส่วนดังนี้
(i) ลงทุนในหลักทรัพย์ภายใต้กฎเกณฑ์ Undertaking Collective Investments (“UCIs”) อื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
(ii) ลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า BBB- หรือเทียบเท่า (Below BBB- or equivalent) จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยอ้างอิงตามการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักฉบับภาษาอังกฤษ หรือเทียบเท่าตามความเห็นของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่ตราสารได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่า 1 แห่ง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่สูงที่สุด
(iii) ลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ตราสารหนี้ที่มีวอแรนต์หรือสิทธิในการซื้อตราสารที่เปลี่ยนมือได้ ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
(iv) ลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข (Contingent Convertible bonds หรือ Coco bonds) ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
(v) ลงทุนในตราสารหนี้นอกภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (รวมประเทศญี่ปุ่น) ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging purposes) และเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management)
ค่าธรรมเนียมของกองทุน LO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NA
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงที่จากการที่เจ้าหนี้ไม่สามารถชำระหนี้หรือภาระผูกพัน (เงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย) ได้ สำหรับกองทุนรวม เจ้าหนี้อาจหมายถึงผู้ออกตราสาร (Issuer Risk) หรือคู่สัญญาการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กระทำนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (OTC Derivatives) ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการกู้ยืม ซึ่งทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากเครดิตของคู่สัญญา (Counterparty Risk) ความเสี่ยงด้านเครดิตรวมถึงความเสี่ยงจากการขาดทุนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ตามที่ระบุในข้อตกลงหรือสัญญาต่างๆ (Credit event) เช่น การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือการปรับระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เป็นต้น
กองทุนอาจจะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารที่อยู่ในสกุลเงินซึ่งไม่ใช่สกุลเงินหลักที่ใช้อ้างอิง (Reference Currency) ส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนอาจขึ้นลงตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเกิดจากอุปสงค์และอุปทานของตลาดเงินตราและการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและปัจจัยอื่นๆระหว่างประเทศ รวมถึงธนาคารกลางหรือรัฐบาลของแต่ละประเทศยังอาจเข้ามาแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หรือออกมาตรการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินตรา นอกจากนี้ กองทุนอาจมีต้นทุนจากการแปลงสกุลเงินไปมาระหว่างหลายสกุลเงิน
กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BB หรือต่ำกว่า หรือที่มีอันดับเทียบเท่าตามความเห็นของผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงสูงขึ้น สำหรับตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BB หรือเทียบเท่านั้นถือว่า เป็นตราสารที่ลงทุนในลักษณะเพื่อเก็งกำไร ผู้ลงทุนจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารสูง อย่างไรก็ตาม ตราสารเหล่านี้มักจะมีการค้ำประกันหรือได้รับการคุ้มครองบางประการ เพื่อลดความเสี่ยงในการถือครองตราสารดังกล่าว สำหรับตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า B หรือเทียบเท่านั้น อาจถูกจัดว่าเป็นตราสารหนี้ด้อยคุณภาพ (Distressed Securities) ผู้ออกตราสารส่วนใหญ่จะมีฐานะการเงินไม่ดี ผลประกอบการไม่ดี ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจจึงต้องการเงินทุนสูง มีปัญหาด้านการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด หรืออาจประสบภาวะล้มละลาย หรือการปรับโครงสร้างองค์กร หรือปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ตราสารดังกล่าวมักไม่มีการค้ำประกันหรืออาจเป็นตราสารที่ด้อยสิทธิกว่าตราสารประเภทอื่นๆ ของผู้ออกตราสารรายเดียวกัน ตราสารที่อันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้มักจะไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเงื่อนไขทางการเงินต่างๆ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารเหล่านี้มักขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหรือการพัฒนาของบริษัทนั้นๆ
นอกจากนี้ การลงทุนในตราสารของผู้ออกตราสารที่มีลักษณะข้างต้น ผู้ลงทุนมักจะไม่ได้รับทราบสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท อีกทั้ง อาจมีผลกระทบจากกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายห้ามโอนถ่ายเงิน หรือคำสั่งของศาลล้มละลาย การปรับโครงสร้างองค์กรหรือการเลิกกิจการบริษัทผู้ออกตราสารอาจทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรืออาจจะได้รับเงินลงทุนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกหรืออาจจะได้รับการจ่ายเงินคืนล่าช้ากว่าที่กำหนด หากมีเหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึ้น ผลตอบแทนที่ได้รับจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของตราสารหนี้อาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั่วโลกจะมีมาตรฐานที่แตกต่างกันทำให้ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ อีกทั้งตลาดตราสารหนี้มักจะเป็นตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีสภาพคล่อง จึงประเมินมูลค่าที่แท้จริงของตราสารได้ยาก
ตราสารแปลงสภาพ ได้แก่ พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นบุริมสิทธิ หรือตราสารอื่นๆ ที่ให้สิทธิผู้ถือสามารถจะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของผู้ออกรายเดิมหรือรายอื่นในช่วงเวลาหนึ่งภายใต้ราคาที่ระบุไว้ ตราสารแปลงสภาพนั้นจะจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ถือตราสารจนกว่าตราสารจะครบอายุ หรือถูกไถ่ถอน หรือถูกแปลงสภาพ โดยทั่วไป ตราสารแปลงสภาพจะมีลักษณะดังนี้
ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นสามัญแต่ต่ำกว่าตราสารที่ไม่สามารถแปลงสภาพได้
มีความผันผวนต่ำกว่าหุ้นสามัญ เนื่องจากมีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนเหมือนตราสารหนี้
หากราคาหุ้นสามัญในตลาดสูงขึ้น จะทำให้ตราสารนี้มูลค่าสูงขึ้น
มูลค่าของตราสารแปลงสภาพจะขึ้นอยู่กับ มูลค่าการลงทุนที่กำหนดโดยอัตราดอกเบี้ยของตราสารแปลงสภาพเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของตราสารที่ไม่สามารถแปลงสภาพได้ที่มีคุณภาพและอายุใกล้เคียงกัน และมูลค่าการแปลงสภาพหรือราคาตลาดของหุ้นสามัญที่ตราสารนี้สามารถแปลงสภาพเป็นได้
ตราสารแปลงสภาพมักจะขายในราคาที่สูงกว่าราคาพาร์ เนื่องจากเป็นตราสารหนี้ซึ่งแฝงสิทธิให้กับผู้ถือตราสารที่จะเลือกแปลงสภาพตราสารเป็นหุ้นสามัญได้ ทั้งนี้ ตราสารแปลงสภาพอาจจะกำหนดสิทธิผู้ออกในการไถ่ถอนตราสารคืนได้ หากกองทุนถือตราสารที่ถูกเรียกให้ไถ่ถอนคืน กองทุนจะต้องยอมให้ไถ่ถอนหรือแปลงสภาพตราสารไปเป็นหุ้นสามัญหรือขายให้บุคคลอื่น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อกองทุน
หุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข (Contingent Convertible bonds หรือ Coco bonds) คือ ตราสารหนี้ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรืออาจถูกตัดจำหน่ายหากเกิดเหตุการณ์บางอย่าง (Trigger event) เมื่อลงทุนใน Coco bonds กองทุนจะมีความเสี่ยงหลายประการที่อาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ยกตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องโดยไม่สามารถขายในตลาดได้ ความเสี่ยงในการคาดการณ์เหตุการณ์ที่เป็น Trigger event ที่อาจทำให้ตราสารต้องถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ และเมื่อแปลงสภาพแล้ว ผู้จัดการกองทุนอาจจะต้องรีบขายหุ้นสามัญดังกล่าวเนื่องจากไม่สามารถถือครองได้ตามกรอบที่นโยบายการลงทุนกำหนดไว้
การลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ กองทุนอาจเผชิญกับข้อกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างๆที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาซึ่งส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว กองทุนจึงควรเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
การยึดทรัพย์, การบังคับให้ควบรวมกิจการ, การผูกขาดกิจการโดยภาครัฐ, มาตรการภาษีหรือการควบคุมระดับราคาสินค้า
ความไม่มีเสถียรภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง รวมถึงสงคราม
การพึ่งพาการส่งออกและการค้าภายใน
ความผันผวน, การไม่มีสภาพคล่อง, ปริมาณการซื้อขายต่ำ รวมถึงขนาดของตลาดหลักทรัพย์ที่อาจไม่ใหญ่มาก
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
อัตราเงินเฟ้อสูง
มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าและไหลออกจากประเทศ และความสามารถในการแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นสกุลที่ยอมรับทั่วโลก รวมถึงมาตรการการห้ามซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
รัฐบาลอาจหยุดดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ
มาตรฐานการบัญชีที่แตกต่างจากมาตรฐานสากล
มาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนที่น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
กระบวนการดำเนินการของกิจการต่างๆ ไม่เป็นทางการและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
กรณีที่กองทุนมีนโยบายเฉพาะเจาะจงจะลงทุนในตราสารที่อยู่ในภูมิภาคหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง อาจส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงทางด้านสังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคหรือประเทศนั้น ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นเมื่อกองทุนเน้นลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)
กองทุนจะไม่กู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในการลงทุนแต่กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์โดยรวม (Leverage) อาจมีการสร้างทั้งสถานะการซื้อ (long position) และสถานะการขาย (short position) ที่สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แม้ว่าการ Leverage จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนให้สูงขึ้น แต่ก็อาจทำให้กองทุนประสบภาวะขาดทุนสูงขึ้นเช่นกัน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบเชิงลบกับกองทุน ผลจากการ Leverage จะทำให้กองทุนประสบภาวะขาดทุนสูงมาก
นอกจากความเสี่ยงข้างต้น กองทุนอาจเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กระทำนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (OTC Derivatives) ซึ่งทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากเครดิตของคู่สัญญา (Counterparty Risk) ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าว คือ การที่คู่สัญญา OTC Derivatives อาจจะบิดพริ้วและไม่ปฏิบัติตามสัญญา ยกตัวอย่างเช่น สำหรับ OTC Derivatives กองทุนจะสามารถล้างฐานะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งยินยอมด้วยเท่านั้น หากคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงไว้ กองทุนอาจจะไม่สามารถล้างฐานะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ซึ่งจะกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน
ข้อมูลสรุปสาระสำคัญได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการความเสี่ยงของกองทุนหลัก
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
หากมีการใช้สิทธิแปลงสภาพจากตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนในประเทศเป็นหุ้น โดยกองทุนได้รับหุ้นนั้นมา บลจ.ต้องจำหน่ายหุ้นที่ได้มาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กองทุนได้รับหุ้นนั้น โดยในระหว่างช่วงระยะเวลาดังกล่าว มิให้ถือว่าบลจ.มีการลงทุนในหุ้นดังกล่าว
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
(ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total Return)